×

ศักดินาวิทยาลัย เมื่อความยุติธรรมมีราคา และ “ลูกฉันเป็นคนดี” ไม่มีอยู่จริง

07.02.2026
  • LOADING...
โปสเตอร์ละคร ศักดินาวิทยาลัย จากช่อง One 31 แสดงถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการศึกษา

*บทความนี้มีการเปิดเผยข้อมูลซีรีส์*

 

ศักดินาวิทยาลัย

 

ต้องบอกว่ากระแสตอบรับดีทีเดียว สำหรับศักดินาวิทยาลัย ละครเปิดปีใหม่ของช่อง One 31 ทำให้เราได้เห็นความพยายามฉีกกฎรูปแบบเดิมๆ ด้วยการหยิบเอาประเด็นสังคมไปผสมเข้ากับรสชาติละครไทย ซึ่งในระยะหลังละครของค่ายนี้กลับมีกระแสดีกว่ายักษ์ใหญ่เจ้าเดิมพอสมควร โดยศักดินาวิทยาลัยทำหน้าที่คล้ายกระจกบานใหญ่สะท้อนความผุพังของโครงสร้างสังคมไทยผ่านรั้วโรงเรียนนานาชาติ จนทำให้นึกถึงซีรีส์สไตล์เดียวกันจากต่างประเทศแต่เข้าใจง่ายกว่า ทว่านี่อาจเป็นจุดอ่อนทำให้ไอเดียที่ (น่าจะ) ดีกลายเป็นเกือบจะดีได้แค่นั้น

 

ศักดินาวิทยาลัยคือเรื่องราวชนชั้นในโรงเรียนสยามกาญจนา โรงเรียนนานาชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและระบบคอนเนกชันที่เข้มแข็ง แต่เบื้องหลังกลับมีการแบ่งชนชั้นอย่างรุนแรง ในทุกๆ ปีโรงเรียนแห่งนี้จะรับเด็กทุนจากโรงเรียนแนวสังคมสงเคราะห์ชื่อบุญผันวิทยาลัยให้มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี แต่นั่นเป็นแค่เพียงฉากหน้า เพราะเมื่อเข้าไปแล้วคนต่างชนชั้นกลับได้รับการดูแลอีกแบบผ่านระบบสีเนคไท

 

ศักดินาวิทยาลัย

 

ชนวนเหตุเกิดขึ้นเมื่อ กันต์ธี (ตะวัน-พันวา พรหมเทพ) นักเรียนทุนผลการเรียนดีเยี่ยมจากครอบครัวฐานะยากจน กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมรปภ ของโรงเรียน ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นฝีมือของเหล่าทายาทผู้บริหารโรงเรียนจนนำไปสู่การขุดคุ้ยความลับมืดดำที่ถูกซ่อนไว้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อกันต์ธีพร้อมยอมเป็นแพะรับบาปเพื่อแลกกับชีวิตที่ดีกว่าของแม่และพี่สาว

 

ศศิวิมล (อ้อม-พิยดา อัครเศรณี) ทนายคดีเด็กและเยาวชนคือคนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เธอเองเคยเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนบุญผันมาก่อน จึงทำหน้าที่ทวงคืนความยุติธรรมให้เด็กที่ไม่มีทางสู้ แต่ก็ต้องปะทะกับ ศิตรา (แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) เพื่อนเก่าที่ถีบตัวเองจนกลายเป็นสะใภ้ในตระกูลเจ้าของโรงเรียนสยามกาญจนาจนมีพร้อมทั้งเงินทอง เส้นสาย และอำนาจ เพื่อใช้ปกป้องชื่อเสียงของตระกูลและอนาคตของลูกชายตัวเอง สงครามครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่คดีเด็กนักเรียน แต่เป็นการรื้อทำลายโครงสร้างระบบชนชั้นเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างให้สังคม

 

ศักดินาวิทยาลัย

 

ต้องยอมรับว่าจุดขายที่แข็งแรงที่สุดคือการโคจรมาเจอกันของสองตัวแม่ แอฟ ทักษอร และ อ้อม พิยดา ในบทบาทที่เป็นขั้วตรงข้ามของอุดมการณ์ ฝ่ายหนึ่งคือตัวแทนของชนชั้นนำที่เชื่อมั่นในระบบเส้นสายและการรักษาหน้าตาเหนือสิ่งอื่นใด ขณะที่อีกฝ่ายพยายามต่อต้านระบบชนชั้น และเชือดเฉือนกันด้วยตรรกะและอำนาจแทนการตบตี โดยใช้โรงเรียนสยามกาญจนาเป็นสนามจำลองของสังคมไทย หยิบเอาประเด็น “นักเรียนทุน vs ทายาทตระกูลดัง” มาเป็นตัวแทนชนชั้นให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าความยุติธรรมมีราคาที่ต้องจ่ายแพงเกินไปสำหรับคนธรรมดา

 

ทั้งหมดถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจ และเคยใช้ได้ผลในซีรีส์เกาหลีชื่อดังอย่าง Pyramid Game แต่สิ่งที่ยังไม่กลมกล่อมคือการแบ่งแยกอย่าง ‘ชัดเจน’ เกินไป ทั้งคาแรกเตอร์ของศิตรา และศศิวิมลที่ออกมาขาวจัด ดำจัด รวมทั้งบางฉากมีความเหนือจริง เช่นการขีดเส้นแบ่งชั้นเรียน และทางเดิน การกีดกันไม่ให้ใช้พื้นที่บางพื้นที่ หรือแม้กระทั่งการบูลลี่หรือการเหยียดหยามที่ไม่ได้สะท้อนภาพจริงในสังคมที่ชนชั้นนำมีวิธีการทำให้อีกฝ่ายสยบยอมแยบยลกว่านี้

 

ศักดินาวิทยาลัย

 

อีกส่วนที่ทำให้เสียอรรถรสคือการเฉลยปมหลักว่าเหตุการณ์ต้นเรื่องเกิดขึ้นอย่างไร ทำให้ลดความน่าติดตามไปพอสมควร ทั้งๆ ที่เนื้อหากำลังจะพาไปสู่ละครแนวคอร์ทรูมที่มีจุดให้เซอร์ไพรส์อยู่เรื่อยแบบเดียวกับที่ทีมเขียนบททำได้ดีในสงครามสมรส หลายๆ ฉากเหมือนจงใจสร้างสถานการณ์ แล้วใส่ความประสาทแหลกเข้าไปในแนวทางเดียวกับ The Penthouse มากกว่า

 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องชมคือละครเรื่องนี้ไม่ได้ประณามแค่เด็กที่ “บูลลี่” คนอื่น แต่ชี้เป้าไปที่ต้นตอคือสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่ทำให้เกิดพฤติกรรมนี้ ทั้งตัวละคร ทอย (ต๊ะ-ธรรศ ตันหยงมาศ) ที่รู้สึกต่อต้านพ่อ (กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) จนเอาความโกรธไประบายกับคนอื่น โดยเฉพาะต้นโอ๊ค (ซี-ปรัตถกร คัยนันทน์) ลูกติดของแม่เลี้ยงจนมีรสนิยมแบบ BDSM ขณะที่ ไบเบิ้ล (ไดมอนด์-ณรกร ณิชกุลธนโชติ) และ แบมแบม (แฟร์รี่-กิรณา พิพิธยากร) คือผลผลิตจากความตั้งใจดีๆ ของศิตราที่ไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนพ่อ (ชาคริต แย้มนาม) แต่สุดท้ายก็ต้องใช้ด้านมืดปกป้องลูกตัวเองอยู่ดี

 

ศักดินาวิทยาลัย

 

ส่วนด้านโปรดักชัน ช่อง One 31 ถือว่าทำออกมาได้มาตรฐานสากล ทั้งมุมกล้องที่กดดันและการใช้สีที่สื่อถึงบรรยากาศลึกลับ (Thriller) ได้กลิ่นอายของซีรีส์แนว High Society ที่มีบริบทของระบบอุปถัมภ์แบบไทยๆ ช่วยให้ภาพรวมดูทันสมัยขึ้น

 

โดยภาพรวมนี่คือตัวอย่างที่น่าสนใจของการปรับตัวของละครช่อง One ที่พยายามหนีจากละครแบบเดิมๆ สู่แนว Thriller-Social Commentary แต่ยังรักษาความ “แซ่บ” แบบที่คนไทยชอบเอาไว้ และตั้งคำถามใหญ่ๆ ว่า การเลือกโรงเรียนที่ดี มีคอนเนกชันมากมาย แต่ลูกหลานของเราอยู่ชั้นไหนในสังคมนั้น และคอนเนกชันที่ว่าจะมาคอนเนกกับลูกหลานเราจริงๆ หรือไม่ และถ้าปล่อยให้เรื่องแบบนี้ยังมีอยู่ในสังคมเล็กๆ อย่างโรงเรียนต่อไป โครงสร้างสังคมไทยก็ยังคงเปราะบางไม่ต่างจากทางยกระดับพระรามสอง หรือตึก สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) แน่นอน

 

ศักดินาวิทยาลัย

 

ภาพ: One 31

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising