หุ้นกลุ่ม Software-as-a-service (SaaS) ถูกเทขายอย่างหนักอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเร็วๆ นี้ นักลงทุนกังวลว่าการผงาดขึ้นของ AI หุ้นกลุ่ม Software-as-a-service (SaaS) ถูกเทขายอย่างหนักอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเร็วๆ นี้ นักลงทุนกังวลว่าการผงาดขึ้นของ AI agents จะเข้ามาสั่นคลอนบริษัทเหล่านี้ ทำให้โมเดลธุรกิจแบบคิดเงินตามจำนวนผู้ใช้งาน (Per-employee-seat) กำลังจะล้าสมัย จนสถานการณ์นี้ถูกขนานนามว่า “SaaSpocalypse” หรือวันสิ้นโลกของธุรกิจซอฟต์แวร์
Claude AI ผู้สร้างความโกลาหลคนล่าสุด
Anthropic ผู้พัฒนา Claude AI กลายเป็นหนึ่งในผู้จุดชนวนหลักที่ทำให้เกิดการเทขายหุ้นเทคโนโลยีอย่างหนักหน่วงในช่วงเดือนที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่ๆ โดยเฉพาะ Claude Cowork ที่สร้างความตื่นตระหนกชั่วข้ามคืน
แม้กระแสความตื่นตระหนกจะร้อนแรงช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่จริงๆ แล้วความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ หลังฉุดให้หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์เข้าสู่ตลาดหมีอย่างเต็มตัว และส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่นักลงทุนต่างกังวลว่า AI จะเข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม
กองทุน iShares Expanded Tech-Software Sector ETF ปรับตัวลดลง 27% จากจุดสูงสุดเมื่อต้นเดือนมกราคม สะท้อนความเสียหายต่อหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์
ย้อนกลับไปเมื่อ 30 มกราคมที่ผ่านมา Anthropic เพิ่มเครื่องมือด้านกฎหมายให้กับ Claude Cowork ซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้ใช้งานในอุตสาหกรรมกฎหมายในงานต่างๆ เช่น การติดตามการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการจัดการเอกสารทางกฎหมาย การเพิ่มฟีเจอร์ดังกล่าวได้กระพือความกังวลที่ว่า AI อาจกลืนกินตลาดของบริษัทผู้ให้บริการ SaaS หลายแห่งที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย สร้างความเสี่ยงต่อธุรกิจกฎหมายและสิ่งพิมพ์โดยเฉพาะ
ถัดมาวันที่ 20 กุมภาพันธ์ Anthropic เปิดตัว Claude Code Security ซึ่งสามารถสแกนซอฟต์แวร์เพื่อหาปัญหาด้านความปลอดภัย ทำให้หุ้นกลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ถูกกระทบอย่างหนัก
และเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Anthropic เผยแพร่โพสต์ที่ชูความสามารถของ Claude ในการปรับแต่งโค้ดให้ทันสมัย ซึ่งมีศักยภาพในการลดต้นทุนของระบบ COBOL (Common Business-Oriented Language) หลายระบบที่บริษัทต่างๆ ใช้อยู่ในปัจจุบัน
“การปรับปรุงระบบ COBOL ให้ทันสมัยนั้น ครั้งหนึ่งเคยต้องใช้กองทัพที่ปรึกษาใช้เวลานานหลายปีในการทำแผนผังกระบวนการทำงาน” บริษัทเขียนในบล็อกโพสต์เมื่อวันจันทร์ “AI ได้เปลี่ยนสิ่งนี้แล้ว”
ปรากฏว่า IBM คือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง หุ้นทำสถิติร่วงลงหนักที่สุดในรอบ 26 ปี โดยปรับตัวลดลง 13% นอกจากนี้ กองทุน iShares Expanded Tech Sector ETF ก็ร่วงลงอีก 4% ตลอดช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา
SaaSpocalypse ไม่ใช่ครั้งแรกของ Salesforce
หนึ่งในบริษัทที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้มากที่สุดบริษัทหนึ่งคือ Salesforce ในฐานะผู้นำของกลุ่ม SaaS
“คุณคงเคยได้ยินเรื่อง SaaSpocalypse มาบ้างแล้วใช่ไหม? และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเรา เราเคยเจอมาหลายครั้งแล้ว” Marc Benioff ซีอีโอ Salesforce กล่าว และเสริมในภายหลังว่า “ถ้ามี SaaSpocalypse จริง มันอาจจะถูก Sasquatch กินไปแล้ว เพราะมีหลายบริษัทที่ใช้งาน SaaS จำนวนมาก เนื่องจากมันทำงานได้ดีขึ้นเมื่อมี AI Agent เข้ามาช่วย”
ท่ามกลางความกังวลถึงวันสิ้นโลกที่เกิดขึ้น TechCrunch รายงานว่า Benioff พยายามที่จะโน้มน้าวให้โลกเห็นถึงความแข็งแกร่งของ Salesforce บริษัทเพิ่มเงินปันผลเกือบ 6% เป็น 0.44 ดอลลาร์ต่อหุ้น และเปิดตัวโครงการซื้อหุ้นคืนใหม่มูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์
ไม่เพียงแค่นั้น บริษัทยังได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแถลงผลประกอบการใหม่ หนึ่งในนั้นคือ Benioff ใช้วิธีสัมภาษณ์ลูกค้า Salesforce 3 รายผ่านกล้อง เพื่อให้พวกเขามาเป็นพยานยืนยันถึงความชื่นชอบที่มีต่อตัวเลือกเอเจนต์แบบใหม่ของบริษัท ได้แก่ ซีอีโอของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน SharkNinja, ซีอีโอของ Wyndham Hotels and Resorts และซีอีโอของ SaaStr ซึ่งเป็นบริษัทสื่อและจัดงานประชุมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
Salesforce ยังได้แนะนำมาตรวัดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มเอเจนต์ นั่นคือ ‘หน่วยการทำงานของเอเจนต์’ หรือ Agentic work units (AWU) แนวคิดในที่นี้คือ แทนที่จะนับแค่ ‘โทเค็น’ ซึ่งเป็นหน่วยมาตรฐานของปริมาณการประมวลผล AI แบบเดิม AWU พยายามวัดสิ่งที่มีความหมายมากกว่านั้น เช่น เอเจนต์ได้ทำงานสำเร็จจริงหรือไม่ เช่น การเขียนข้อมูลลงในระบบ แทนที่จะแค่สร้างข้อความขึ้นมาเฉยๆ
ความเห็นของ Benioff เป็นหนึ่งในการตอบโต้โดยตรงต่อประเด็น SaaSpocalypse เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ OpenAI เปิดตัว Frontier ซึ่งเป็นเอเจนต์สำหรับองค์กร และวิวัฒนาการล่าสุดของ Claude Cowork ของ Anthropic ที่กำลังสั่นสะเทือนหุ้น SaaS ทั่วโลก
Buzzebees ชี้ SaaS ที่ไม่ซับซ้อนจะหายไป และระบบนิเวศคือหัวใจสำคัญ
ณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ และผู้ร่วมก่อตั้ง Buzzebees หนึ่งในสตาร์ตอัปด้าน SaaS ของไทย กล่าวว่า ในระยะยาวถึงกลาง AI ยังไม่สามารถเข้ามาแทน SaaS ได้แบบครบทั้งกระบวนการทำงานทุกขั้นตอน เพราะ SaaS ระดับโลกมีความซับซ้อนสูงมาก
ขณะเดียวกันบริษัทผู้พัฒนา SaaS แต่ละแห่งไม่ได้หยุดนิ่ง หลายบริษัทลงทุน AI มูลค่ามหาศาล อย่าง Salesforce เป็นหนึ่งในบริษัท SaaS ที่พัฒนา AI อย่างหนัก เพราะฉะนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ใครจะเป็น SaaS ที่อยู่รอดหรือไม่รอด ยังเห็นภาพไม่ชัด
อย่างไรก็ตาม ณัฐธิดา มองว่า SaaS ที่ให้บริการแบบไม่ซับซ้อนอาจจะถูกดิสรัปต์ได้ง่ายกว่า เช่น ซอฟต์แวร์ที่ช่วยตรวจใบเสร็จเพียงอย่างเดียว “สิ่งสำคัญของ SaaS คือระบบนิเวศ ถ้า SaaS ไหนมีระบบนิเวศที่ AI ดิสรัปต์ไม่ได้ ก็จะอยู่รอด”
สำหรับ Buzzebees มีทั้งจุดเสี่ยงและจุดแข็ง โดยจุดที่เสี่ยงจะถูกดิสรัปต์คือ แพลตฟอร์ม ถ้าเราไม่พัฒนาต่อยอดไปในอนาคต ก็อาจถูก AI เข้ามาแข่ง ซึ่งเราพยายามจะออกแพลตฟอร์มใหม่ที่เป็น AI Based Application ออกมาแทนแพลตฟอร์มเดิม
แต่สิ่งที่ถือเป็นจุดแข็งที่ AI เข้ามาทำแทนไม่ได้ อิงจากโมเดลธุรกิจของ Buzzebees คือ บริการในด้านการจัดซื้อของรางวัลและจัดส่งให้กับผู้บริโภค ต้องอาศัยสายสัมพันธ์กับผู้ขาย การต่อรองราคาให้ได้ระดับที่เหมาะสม
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยี AI ทำให้ซอฟต์แวร์มีราคาถูกลงเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น Buzzebees จึงขายซอฟต์แวร์ในราคาถูกไปเลย เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเปรียบเทียบในจุดนี้กับการใช้งาน AI แต่หันมาเน้นเพิ่มมูลค่าผ่านระบบนิเวศและการขายสินค้าหรือบริการอื่นๆ เสริม
โอกาสช้อนซื้อ หรือ วันสิ้นโลก?
Business Insider ระบุว่า Bill Gurley นักลงทุนเวนเจอร์แคปิตอล (Venture Capitalist) กล่าวผ่าน Squawk Box ของช่อง CNBC โดยยอมรับถึงข้อกังวลเกี่ยวกับ SaaSpocalypse และได้เปรียบเทียบกับช่วงเวลาแห่งการถูกดิสรัปต์ทางเทคโนโลยีในอดีต
“ทันทีหลังจากที่ Facebook เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคมือถือ และหุ้นของพวกเขาก็ร่วงจาก 42 ดอลลาร์เหลือแค่ประมาณ 18 ดอลลาร์ นั่นคือความกลัวต่อการถูกดิสรัปต์ทางเทคโนโลยี” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม Gurley เน้นย้ำว่า ความกลัวต่อหุ้น SaaS ในปัจจุบันให้ความรู้สึกว่าแผ่ขยายออกไปในวงกว้างอย่างผิดปกติ
“ผมไม่เคยเห็นการดิสรัปต์ครั้งไหนที่มีความวิตกกังวลมากขนาดนี้ และส่งผลกระทบข้ามไปในหลายๆ บริษัทพร้อมกัน” เขากล่าว
แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่า แม้แต่บริษัทที่เป็น AI-native ก็ไม่ได้ละทิ้งผู้ให้บริการซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม โดยระบุว่า Anthropic ซึ่งเป็นผู้สร้างแชตบอต Claude ก็ยังใช้เครื่องมือจาก Workday และ Salesforce
“พวกเขากำลังจ่ายเงินเพื่อใช้งานสิ่งเหล่านี้” Gurley กล่าว
หากราคาหุ้นยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง Gurley แนะนำว่านักลงทุนที่เชื่อมั่นในบริษัท SaaS ควรทำตาม Warren Buffett ซึ่งมักให้เหตุผลมาตลอดว่า ช่วงเวลาแห่งความตื่นตระหนกคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเข้าซื้อ
สำหรับคนทำงานที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อหน้าที่การงาน Gurley มองในแง่ดีกว่ามาก
เขาเรียก AI ว่าเป็น ‘เชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ต’ สำหรับคนที่มีความหลงใหลในงานของตนเอง และให้เหตุผลว่าเครื่องมือเหล่านี้สามารถเร่งทักษะและประสิทธิผลในการทำงานได้อย่างมหาศาล
“คุณสามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าที่คุณเคยเรียนรู้ได้ในจุดใดๆ ของประวัติศาสตร์ในตอนนี้ คุณสามารถเปิดเครื่องมือนี้ขึ้นมาแล้วให้มันมาอยู่ฝ่ายเดียวกับคุณได้” Gurley กล่าว
อย่างไรก็ตาม Gurley ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับรูปแบบ ข้อตกลงที่มีลักษณะหมุนเวียน (Circularity of deals) ที่เพิ่มขึ้นระหว่างบริษัท AI กับบริษัทที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางขนาดใหญ่ โดยอ้างถึงธุรกรรมในช่วงแรกระหว่าง Microsoft และ OpenAI ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครดิตคลาวด์ที่ไหลกลับเข้าไปในธุรกิจ Azure ของ Microsoft
หรือกรณีของ Meta และ Advanced Micro Devices (AMD) ประกาศข้อตกลงที่ Meta จะซื้อพลังประมวลผล 6 กิกะวัตต์จากผู้ผลิตชิปรายนี้ ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวยังอาจส่งผลให้ Meta ได้เป็นเจ้าของหุ้นของ AMD สูงสุดถึง 10%
Gurley เล่าว่า เขาเคยอธิบายโครงสร้างข้อตกลงด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันนี้ให้ ChatGPT ฟัง โดยไม่ได้ระบุชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง
“AI พูดถึงคำอย่าง Enron และ WorldCom ออกมา ทั้งหมดที่ผมทำก็แค่อธิบายโครงสร้างของข้อตกลง ผมไม่ได้บอกเลยว่าเป็นบริษัทอะไร”
ทั้งนี้ หุ้น Enron และ WorldCom เป็นสองกรณีศึกษาคลาสสิกของหายนะทางบัญชีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาต้นปี 2000 ที่เกิดจากการตกแต่งงบการเงินเพื่อซ่อนหนี้และสร้างกำไรเท็จ ส่งผลให้บริษัทล้มละลาย ทำให้นักลงทุนเสียหายมหาศาล และนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมาย Sarbanes-Oxley Act เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบัญชี
ภาพ: Summit Art Creations / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.forbes.com/sites/jonmarkman/2026/02/17/the-saas-apocalypse-or-the-saas-evolution/
- https://techcrunch.com/2026/02/25/salesforce-ceo-marc-benioff-this-isnt-our-first-saaspocalypse/
- https://finance.yahoo.com/news/salesforce-ceo-marc-benioff-isn-015912646.html?guccounter=1&guce_referrer=aHR0cHM6Ly93d3cuZ29vZ2xlLmNvbS8&guce_referrer_sig=AQAAALvA-gqfcuDPK_8GwAkel6U31rHPfvG3afRm_gLLIu4Ju7dfXgSqx2oRDGR4jRPARCdgD2OraxZx574boLEHxJyUaE7HILC3XXzeBg6gEW35g_kKWe8jKQIqkdamJ5kvHBSqFujW-hDDt-zjC3X5hqzJiQZHUjTo63WtDmNfm4ZH
- https://www.businessinsider.com/claude-ai-tools-tech-selloff-software-apocalypse-cybersecurity-anthropic-ibm-2026-2
- https://sg.finance.yahoo.com/news/saas-apocalypse-fear-does-thinking-093000995.html?guccounter=1&guce_referrer=aHR0cHM6Ly93d3cuZ29vZ2xlLmNvbS8&guce_referrer_sig=AQAAALvA-gqfcuDPK_8GwAkel6U31rHPfvG3afRm_gLLIu4Ju7dfXgSqx2oRDGR4jRPARCdgD2OraxZx574boLEHxJyUaE7HILC3XXzeBg6gEW35g_kKWe8jKQIqkdamJ5kvHBSqFujW-hDDt-zjC3X5hqzJiQZHUjTo63WtDmNfm4ZH
- https://www.businessinsider.com/bill-gurley-ai-dealmaking-meta-amd-saaspocalypse-2026-2


