×

SAAM จ่อขายหุ้นกู้แปลงสภาพ 350 ล้านบาท ใช้ซื้อ Bitcoin ลุยธุรกิจให้บริการสภาพคล่อง

01.04.2025
  • LOADING...
SAAM เตรียมออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 350 ล้านบาทเพื่อซื้อ Bitcoin ทำธุรกิจให้บริการสภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

เอสเอเอเอ็ม (SAAM) เตรียมออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 350 ล้านบาท ระดมทุนซื้อ Bitcoin ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่คล้ายคลึงกับบริษัท MicroStrategy บริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก 

 

พดด้วง คงคามี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอเอเอ็ม ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้แปลงสภาพให้กับนักลงทุน 2 กลุ่ม ทั้งชาวไทยและต่างชาติ มูลค่า 350 ล้านบาท แบบไม่มีดอกเบี้ยเพื่อรองรับแผนการดำเนินธุรกิจผู้ให้บริการ เพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity Provider)’ ให้กับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนราคาแปลงสภาพอยู่ระหว่างการประเมิน คาดว่าจะอยู่ที่ราว 10-12 บาทต่อหุ้น มีระยะเวลาในการแปลง 1 ปี

 

สำหรับเงินระดมทุนดังกล่าวจะนำไปซื้อ Bitcoin เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ในการสร้างสภาพคล่อง โดยไม่ใช่เพียงแค่การถือครองเหรียญเพื่อเก็งกำไร

 

“เราไม่ได้เข้ามาเพื่อถือเหรียญ แต่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ที่จะช่วยให้ตลาดเติบโต และมีรายได้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ต่างจาก การลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า หรือท่อส่งน้ำในโลกจริง” พดด้วงกล่าว

 

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล คือผู้ที่วางสินทรัพย์ไว้ทั้งสองฝั่งของการเทรดในกระดานซื้อขาย โดยมีโมเดลรายได้ที่มาจาก

 

  1. ส่วนต่างของราคาซื้อขาย (spread) ซึ่งเมื่อมีผู้ซื้อและขาย ผู้ให้บริการเพิ่มสภาพคล่องจะได้ส่วนต่าง 
  2. ความแตกต่างของราคา ในแต่ละกระดานเทรด เมื่อราคาของคริปโต ในหลายกระดานมีค่าแตกต่างกัน ผู้ให้บริการ เสริม สภาพคล่อง  สามารถซื้อในที่ที่ราคาถูก และขายในที่ที่แพงกว่าได้ ผ่านระบบอัตโนมัติ
  3. ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกระดานซื้อขายประมาณ 0.1% – 0.2% ของมูลค่าการซื้อขายคริปโตทั้งอุตสาหกรรมประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อวัน 

 

พดด้วงคาดว่า รายได้จากธุรกิจใหม่นี้จะอยู่ที่ราว 300 – 400 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นบริษัทจดทะเบียนเจ้าแรกของไทยที่รุกเข้าสู่ธุรกิจนี้ 

 

ล่าสุด SAAM ได้แต่งตั้ง ปรมินทร์ อินโสม ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างบล็อกเชน และการกำกับดูแล เป็นหนึ่งในกรรมการของบริษัท และเป็นบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจนี้ และร่วมลงทุนเกือบ 100 ล้านบาทใน FWX แพลตฟอร์ม DeFi ที่มีเทคโนโลยี AI สำหรับการบริหารความเสี่ยง และเทรดแบบไร้ตัวกลาง

 

พดด้วงกล่าวต่อว่า ในปีนี้คาดว่ารายได้ของธุรกิจใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 50% ของธุรกิจเดิมซึ่งเป็นธุรกิจพลังงาน โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะย้ายหมวดจดทะเบียนจากพลังงานเป็นบริการในอนาคต

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising