วันนี้ (25 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้าการจัดสร้าง พระเมรุมาศ และเครื่องประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ สันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ได้นำความเศร้าโศกเสียใจมาสู่พสกนิกรทั่วประเทศ ในการนี้ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นไปตามพระราชประเพณี และสมพระเกียรติทุกประการ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในครั้งนี้
โดยมอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบการออกแบบและจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ การออกแบบพระหีบจันทน์ พระโกศจันทน์ และเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราชานุมัติให้จัดสร้างตามรูปแบบที่รัฐบาลกราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว
สำหรับการออกแบบพระเมรุมาศ กรมศิลปากรยึดหลักการออกแบบให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี ควบคู่กับความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม ที่สะท้อนพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย พระเมรุมาศมีส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลง ตามเครื่องศิราภรณ์ของเจ้านาย ประกอบด้วยหลังคาซ้อน 7 ชั้น เชิงกลอน เสมอด้วยพระมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง
ส่วนปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคต และสื่อถึงพระราชสมัญญา ‘แม่ของแผ่นดิน’ ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเสมือนมารดาดูแลรักษาบุตร ดังพรหมของบุตร ที่ยอดบนสุดของพระเมรุมาศประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น เพื่อแสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศขั้นสูงสุด
พระเมรุมาศมีแผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทรงปราสาท ออกมุข 4 ด้าน ตั้งอยู่เหนือฐานชาลา 2 ชั้น ตกแต่งด้วยรูปเทวดาสื่อถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังคาสีฟ้าหม่น สลับสีปีกแมลงทับ หน้าบันแต่ละด้านประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. บนพื้นสีฟ้า ซึ่งเป็นสีประจำวันศุกร์ อันเป็นวันพระราชสมภพ พื้นหลังสีชมพูซึ่งเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ ซุ้มหน้าบันจัดสร้างในลักษณะซุ้มหน้านาง ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงมงกุฎและสร้อยพระศอที่เคยทรงขณะดำรงพระชนมชีพ ลายประกอบสำหรับตกแต่งพระเมรุมาศได้รับแรงบันดาลใจจากพรรณไม้ต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระนาม ‘สิริกิติ์’ ส่วนฉากบังเพลิงจัดปักโดยฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ ซึ่งถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สำหรับภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศ จัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วยสระทรงกลม รายล้อมด้วยรูปสัตว์หิมพานต์และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนี้ ยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับและรับรองทูตานุทูต ตลอดจนแขกที่เข้าร่วมพิธี
ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดส่งไม้จันทน์หอมสำหรับจัดสร้างพระหีบจันทน์และพระโกศจันทน์ให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายแบบและลวดลายเพื่อจัดสร้าง ส่วนพระโกศพระบรมอัฐิทำด้วยทองคำลงยาราชาวดี ประดับรัตนชาติ รูปทรงแปดเหลี่ยม ยอดทรงมงกุฎ ตามรูปแบบที่สืบทอดมาแต่โบราณ
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างเครื่องสังเค็ดสำหรับพระราชทานไปยังพระอารามหลวงและศาสนสถานต่าง ๆ ประกอบด้วยโต๊ะหมู่ ตู้หนังสือ โต๊ะทำงานพร้อมชั้นหนังสือและเก้าอี้ จัดสร้างจำนวน 4 แบบ และโคมไฟ
การจัดสร้างพระเมรุมาศในครั้งนี้ จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2569 จากนั้นจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป






