วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายเกิดอาการคุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจับครูพร้อมนักเรียนเป็นตัวประกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยอมรับว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว จำเป็นต้องสั่งการให้มีการทบทวนมาตรการป้องกันและยุทธวิธีในการเข้าระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งใหม่ทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าระงับเหตุ, การติดตามตัวผู้ก่อเหตุ และการป้องกันเหตุ เพื่อเน้นย้ำเป้าหมายสูงสุดคือ ต้องไม่ให้เกิดความสูญเสีย
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่ายุทธวิธีของตำรวจล้มเหลวหรือไม่ ผบ.ตร. ยืนยันว่า วิธีการไม่ได้ล้มเหลว การเข้าระงับเหตุในระยะแรกเป็นไปตามยุทธวิธีมาตรฐาน แต่เนื่องจากคนร้ายมีการใช้อาวุธและสถานการณ์เปลี่ยนไปตามห้วงเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและตัวประกันในการเข้าประชิดตัว ซึ่งเป็นจังหวะที่คนร้ายอาศัยโอกาสยื้อแย่งอาวุธปืนไปได้ ดังนั้นจึงต้องนำบทเรียนนี้ไปฝึกทบทวนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้ดุลยพินิจแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า
สำหรับอาวุธปืนที่คนร้ายแย่งชิงไปได้นั้น ผบ.ตร. ชี้แจงว่า เป็นอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. ไม่ใช่ปืนกลตามที่มีกระแสข่าว แต่มีลักษณะการดัดแปลงเพื่อให้จับถือได้กระชับมือมากขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าเมื่อผู้ก่อเหตุแสดงเจตนาประสงค์ร้ายต่อชีวิตผู้อื่นอย่างชัดเจน ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาดตามยุทธวิธี ส่งผลให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บและถูกควบคุมตัวในที่สุด
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวถึงลำดับเหตุการณ์ว่า ได้รับรายงานเหตุตั้งแต่เวลา 15.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เข้าปฏิบัติการทันทีและพยายามทุกวิถีทางอย่างเต็มที่ แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องสภาพเวลา การรอถอนกำลังเสริม และพฤติการณ์ของคนร้ายที่ไม่สามารถควบคุมสติได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะถูกนำมาทบทวนเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงานต่อไป พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจอย่างที่สุด
ในช่วงท้าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยถือเป็นความสูญเสียบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ


