×

ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มอาวุธปืนเถื่อน ปิดล้อมจุดเสี่ยง ระดมกวาดล้างทั่วประเทศ

โดย THE STANDARD TEAM
25.02.2026
  • LOADING...
ตำรวจปราบปรามอาวุธปืนเถื่อนในปฏิบัติการกวาดล้างทั่วประเทศ

วานนี้ (24 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งไปยังผู้บัญชาการหน่วยต่าง ๆ ให้ยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุน และอาวุธสงคราม

 

เนื่องจากสถานการณ์อาชญากรรมมีแนวโน้มการก่อเหตุรุนแรงสะเทือนขวัญ โดยคนร้ายมีการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุต่างๆ ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย ส่งผลกระทบต่อประชาชนและความสงบเรียบร้อยของประเทศ ประกอบกับคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ที่ 429/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่องห้ามการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว แบบ ป.12 เป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 1 ปี

 

ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. (ด้านการสืบสวน) และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. (ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ควบคุม กำกับดูแลภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยยึดหลักยุทธวิธีตำรวจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ อำนวยการ บริหารจัดการเหตุ และลงพื้นที่ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดข้อบกพร่อง

 

นอกจากนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยที่เกี่ยวข้อง สืบสวนหาข่าวเชิงลึกในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงพื้นที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายและปิดล้อมตรวจค้น ระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การจำหน่าย และวงจรการใช้อาวุธปืนผิดกฎหมาย เครื่องกระสุน และอาวุธสงคราม ทั้งทางออนไลน์และในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมกำหนดแผนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ ให้ครอบคลุมลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม โดยเฉพาะเส้นทางการลำเลียงหรือพกพาอาวุธ เส้นทางเข้า-ออก จุดล่อแหลม จุดเสี่ยง และบริเวณสถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีความเสี่ยง

 

รวมทั้งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญและสถานที่สาธารณะ โดยประสานความร่วมมือกับพนักงานรักษาความปลอดภัยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มและความถี่ของการตรวจตราโดยเจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่จราจร และเจ้าหน้าที่สืบสวน พร้อมจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ ชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี และกำหนดวงรอบการตรวจของสายตรวจในการหยุดตรวจ เดินตรวจ และพูดคุยพบปะประชาชน (Stop Walk and Talk) กำหนดจุดแสดงกำลังและจุดตรวจสัมพันธ์ให้ครอบคลุมพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบระบบการแจ้งเหตุของภาคเอกชน กล้องวงจรปิด (CCTV) และการตรวจตราสิ่งของบริเวณทางเข้า-ออกอาคารสถานที่ต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย

 

พร้อมกันนี้ สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักด้านข่าวกรองทางสื่อสังคมออนไลน์ สืบสวนหาข่าวและตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนผิดกฎหมาย เครื่องกระสุน และอาวุธสงครามทางออนไลน์ โดยประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

 

รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายแรงสะเทือนขวัญจากข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ และให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมติดตามเฝ้าระวังโซเชียลมีเดียทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูล (Fake News) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก การแพร่กระจายของความหวาดกลัว หรือการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา หรือกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายและปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมาย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising