วันนี้ (8 เมษายน) เวลา 14.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเข้าพบอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าเป็นการรายงานสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา โดยจากเดิมที่มีการใช้น้ำมันเฉลี่ย 82 ล้านลิตรต่อวัน แต่ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน เป็นต้นมา ปริมาณการใช้น้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ปรับลดลงค่อนข้างมาก เหลือประมาณวันละ 45 ล้านลิตร และในวันที่ 6 เมษายน อยู่ที่ 56 ล้านลิตร ซึ่งลดลงจากช่วงสถานการณ์ตะวันออกกลางระยะแรก
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจึงฝากขอบคุณประชาชนที่ช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยการใช้น้ำมันดีเซลที่ลดลงทำให้มีสต๊อกน้ำมันเพิ่มขึ้น และสามารถยืดระยะเวลาการใช้งานออกไปได้นานขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังต้องขอความร่วมมือประชาชนให้ประหยัดพลังงานต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอน แม้ว่าช่วงเช้าที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะชะลอการโจมตีอิหร่านออกไปสองสัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า หลังจากนั้นสถานการณ์จะเป็นอย่างไร จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น
ดนุชา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสต๊อกน้ำมันที่ระบุว่ามีมากกว่า 100 วันนั้น มีประมาณ 50 วันเป็นน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ส่วนปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ในประเทศมีสต๊อกตามกฎหมายประมาณ 25 วัน และสต๊อกเพื่อการจำหน่ายอีก 18 ถึง 20 วัน ดังนั้น หากการใช้น้ำมันลดลง จะทำให้กำลังการผลิตปรับลดลงตามไปด้วย ซึ่งเป็นผลดีต่อโรงกลั่น เนื่องจากในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงกลั่นต้องเร่งกำลังการผลิตเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ หากดำเนินการในลักษณะนี้เป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อระบบการผลิตได้
การที่ประชาชนลดการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้กำลังการผลิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเพิ่มปริมาณสต๊อกน้ำมันได้มากขึ้น ส่วนการเพิ่มสต๊อกในระยะยาว ยังต้องหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน โดยคาดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะมีการสื่อสารกับประชาชนเพิ่มเติม
เมื่อถามว่าจะช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันหรือไม่ ดนุชา กล่าวว่า การลดการใช้น้ำมันช่วยลดภาระในส่วนเงินที่ต้องจ่ายออก ขณะที่มาตรการค่าการกลั่นที่ประกาศเมื่อวันที่ 7 เมษายน จะช่วยให้รายจ่ายของกองทุนน้ำมันลดลง จากกว่า 1,500 ล้านบาทต่อวัน เหลือประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งจะช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้ และส่งผลดีต่อฐานะการคลังของประเทศ ทำให้มีงบประมาณเพียงพอในการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจ แม้ว่าราคาน้ำมันจะเริ่มปรับลดลง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ หากประชาชนร่วมกันประหยัด ก็จะช่วยลดผลกระทบได้อย่างมาก
เมื่อถามถึงสถานการณ์น้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่ขาดแคลน ดนุชา ระบุว่า ปัจจุบันในระบบสถานีบริการน้ำมัน ทั้งของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และบางจาก ไม่มีปัญหาการขาดแคลนในช่วง 2 ถึง 3 วันที่ผ่านมา
ส่วนกรณีการกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน ดนุชา กล่าวว่า ยังต้องหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากมีรายงานว่าผู้ประกอบการรถบรรทุกได้รับผลกระทบ จึงต้องพิจารณามาตรการที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง
ทั้งนี้ ย้ำว่า ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาราคาน้ำมัน แต่ในระยะถัดไปอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจในระดับโลก ดังนั้น ประชาชนควรปรับพฤติกรรมทั้งด้านการใช้พลังงานและการดำเนินชีวิต เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต


