วันนี้ (10 มกราคม) เวลา 09.35 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569
ทันทีที่เดินทางถึงนายกรัฐมนตรีได้ลงจากรถและเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยได้พบกับเด็กหญิงรายหนึ่งที่สวมชุดข้าราชการกระทรวงมหาดไทย และร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และระหว่างเดินทักทายเด็กๆ ที่มาร่วมงานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล มีเด็กคนหนึ่งตะโกนเรียก ลุงหนู ก่อนโผกระโดดเข้าไปกอด จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้อุ้มเด็กไว้ ขณะที่เด็กอีกจำนวนมากทยอยเข้ามาขอถ่ายภาพและขอลายเซ็น
ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่ง เด็กชายรายหนึ่งกล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่า “ผมเชียร์ท่านนายกฯ เพราะท่านนายกฯ เด็ดขาด อยากให้เป็นนายกฯ อีกสมัย” จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางเข้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อร่วมถ่ายภาพกับเด็กด้อยโอกาส และเด็กพิเศษ ที่เข้าเยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้าและได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
จากนั้น เวลา 10.30 น น. นายกรัฐมนตรีเดินเข้าตึกสันติไมตรี (หลังนอก) เพื่อร่วมชมการแสดงต่างชุด “The Quality Heart of Thailand, Shaping the World” ภายใต้แนวคิด “เด็กไทยหัวใจรักชาติ สร้างสรรค์คุณภาพสู่โลกอนาคต” จากสมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนา
ช่วงหนึ่งของการแสดงมีการร้องเพลงชาติ นายกรัฐมนตรีได้พาเด็กๆ ยืนขึ้นเพื่อร่วมร้องเพลงชาติ โดยได้ร่วมร้องกับ เด็กๆ และบุตรของทหารกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นั่งอยู่ด้วย
ต่อมา เด็กชายจิณณ์ ยศสุนทร เด็กอัจฉริยะผู้สร้างเกมและทำคอนเทนต์สอนการเขียนโค้ด ได้โชว์บอร์ดเกมบนแพลตฟอร์ม Roblox ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภารกิจ “หัวใจติดปีก” ของนายกรัฐมนตรี สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงาน ก่อนเชิญให้นายกรัฐมนตรีกล่าวให้โอวาทแก่เด็กๆ ที่มาร่วมงาน
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ว่า สวัสดีผู้ปกครองลูกๆหลานๆเยาวชนไทยที่รัก “ผมลุงหนู” หรือชื่อจริง “อนุทิน ชาญวีรกูล” วันก่อนมีเด็กๆมาเยี่ยมที่นี่หลายคน ไม่ยอมเรียกพี่หนูแต่เรียกลุงหนูทั้งนั้นเลยเป็นลุงก็ลุง วันนี้ลุงๆป้าๆทั้งหลายที่ทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลมาทำงานกันแต่เช้า เตรียมสถานที่ไว้ต้อนรับลูกๆหลานๆทุกคน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับวันเด็กปีนี้ พวกเราทุกคนมีความตื่นเต้น และยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับเยาวชนของชาติ ที่จะมาร่วมกันสร้างความทรงจำกันที่นี่ วันนี้อยู่กันให้สนุกเต็มที่ไม่ต้องรีบกลับ เราเปิดทำเนียบรัฐบาลให้ลูกๆหลานๆ ให้ลองเป็นนายกรัฐมนตรีคนละนาทีสองนาที ไปเยี่ยมห้องทำงานถ่ายรูปนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปเป็นโฆษกรัฐบาลที่ตึกนารีสโมสร รวมถึงร่วมกิจกรรมต่างๆที่บรรดาคุณป้าคุณน้าคุณลุงที่ดูแลกระทรวงหน่วยงานต่างๆของราชการ ตั้งใจที่จะนำสิ่งของการละเล่นอาหารต่างๆ มาร่วมสนุกกับลูกๆหลานๆทุกคน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วันเด็กของทุกปี นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่มอบคำขวัญวันเด็ก ปีนี้นายกฯคนนี้ก็บอกว่า ขอให้เด็กทุกคนรักชาติไทยใส่ใจโลก ถือเป็นคำขวัญที่เรียบง่ายจำง่าย และคิดว่าเด็กทุกวัยเข้าใจได้ คำว่ารักชาติไทย เชื่อว่าพวกเราทุกคนรักชาติอยู่แล้ว เราเป็นคนไทยเป็นพลเมืองไทยย่อมมีความรักชาติไทย และต้องตั้งใจประพฤติตนให้เป็นคนดีเคารพกฎหมายทำประโยชน์ให้บ้านเมือง และส่วนรวม เพื่อประเทศของเรา แต่นอกจากเราเป็นพลเมืองไทยแล้ว เรายังเป็นพลเมืองของโลกด้วย
ลูกๆหลานๆ วันนี้อาจจะต้องใช้ชีวิตที่ยุ่งยากกว่าสมัยก่อน เพราะสมัยนั้นโลกของเราน่าอยู่กว่านี้เยอะ แต่ตอนนี้เป็นไปตามสภาพการณ์สภาพแวดล้อมต่างๆ โลกมีความวุ่นวายมากขึ้น เพราะฉะนั้น เด็กทั้งหลายต้องใส่ใจโลกด้วย เราต้องมีความสามารถเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกได้ เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมรู้เท่าทันเทคโนโลยี และต้องพูดภาษาต่างประเทศได้ด้วย
ลุงหวังว่าในอนาคตลูกๆหลานๆ จะต้องไม่พูดภาษาไทยเป็นเพียงภาษาเดียวหรือแค่ภาษาอังกฤษเพียงภาษาเดียว เราจะพยายามทำให้ลูกหลานได้เข้าถึงการศึกษาที่ทำให้เราสามารถมีความเชี่ยวชาญในภาษาต่างประเทศ เพื่อทำให้มีโลกทัศน์ที่กว้างไกลมากขึ้น พูดจาเจรจาความต่างกับคนต่างชาติหรือประเทศใดๆ ก็ได้ในโลกนี้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา เราต้องเคารพกติกาโลกไม่ใช่เพียงเคารพกฎหมายไทยเท่านั้น เมื่อโตขึ้นก็ขอให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของโลกด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และปัญหาอื่นๆตามช่วงวัย และศักยภาพของเรา
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความหมายของคำว่ารักชาติไทย ใส่ใจโลก ที่อยากจะฝากไว้ในวันเด็กปีนี้ ตนขออนุญาตใช้โอกาสนี้ให้ผู้ใหญ่ทุกคน ได้ร่วมกันปลูกฝังให้เด็กไทยเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และยืนหยัดโดดเด่นได้ในฐานะพลเมืองของโลกด้วย ขอให้เราทุกคนช่วยกันดูแลเด็ก และเยาวชนของเรา ให้มีความปลอดภัยเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาให้สูงที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถเล่าเรียนได้ ให้ได้อยู่ในสังคมที่เป็นมิตรเป็นสังคมแห่งความสงบใฝ่หาสันติภาพ
ถ้าเขาได้เติบโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความสมบูรณ์ ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพศักยภาพสูง สามารถนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้าโดยที่ไม่มีวันที่จะแพ้ประเทศใดในโลก เชื่อว่าเด็กไทยทุกคนมีความสามารถมีศักยภาพไม่แพ้ใครแน่นอน และเก่งทุกคน ตรงนี้คือความเชื่อมั่นของตน วันนี้ขอให้ทุกคนได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์จากกิจกรรมต่างๆ
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกคนมีความสุขกันมากๆ สุขสันต์วันเด็กเที่ยวงานให้สนุกปลอดภัย พวกเราก็จะอยู่ดูแลให้การต้อนรับภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้อย่างเต็มที่ และขอขอบคุณวงดนตรี AC Band จากโรงเรียนอัสสัมชัญ ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือความตั้งใจ เพราะลุงก็จบจากอัสสัมชัญ และเป็นสมาชิกของวง AC Band ด้วยที่เล่นดนตรีเป็นก็เพราะเป็นสมาชิกของวงดนตรีนี้
ดังนั้น เด็กๆทุกคนใครอยากทำอะไรทำถ้าเป็นเรื่องที่ดีไม่ผิดต่อกฎหมาย และศีลธรรม ใช้ความรู้ความสามารถของเราอย่างเต็มที่ มีดีอะไรต้องกล้าที่จะออกมาให้คนเห็น และตอนนี้ยังไม่พ้นช่วงปีใหม่ ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขความก้าวหน้าความสำเร็จ ขอให้เรียนเก่งกันมากๆ มีความเฉลียวฉลาดมีความเสียสละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกๆหลานๆ ที่เป็นลูกของวีรบุรุษทหารของชาติ ที่ได้สละชีวิตให้กับบ้านเมืองของเรา ขอให้ทุกคนได้เติบโตเป็นคนที่ปกป้องบ้านเมือง พัฒนาบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ รับฟังการบรรเลง เพลงพระราชนิพนธ์มาร์ชราชวัลลภ จาก AC Band โรงเรียนอัสสัมชัญ ก่อนจะร่วมเป็นวาทยากร (Conductor) ทำบรรเลงเพลง Thunderer
สุดท้าย นายกรัฐมนตรี ได้ชมการแสดงของคณะนักร้องประสานเสียง Wattana Children’s Chorus โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ซึ่งได้ร้องเพลงธงชาติกับบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ส่งกำลังใจและทำสัญลักษณ์ มินิฮาร์ค ให้กับเด็กๆด้วย ก่อนจะเดินดูกิจกรรมต่างๆในตึกสันติไมตรี














