วันนี้ (30 สิงหาคม) ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่มี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วินิจฉัย ให้พ้นจากตำแหน่ง จากกรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน
ชูศักดิ์กล่าวว่า เนื่องจากข้าราชการการเมืองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ครม. เป็น ครม. รักษาการ โดยมีผลการประชุม ดังนี้
- เนื่องจากการที่นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้ ทำให้ ครม. พ้นจากตำแหน่งไปด้วย แต่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดว่า ให้ครม. ยังรักษาการต่อไปจนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่ และในกรณีที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีและรองรัฐมนตรีให้ครม. แต่งตั้งรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งมาปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ครม. จึงมีมติแต่งตั้ง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี
- ที่ประชุมได้แต่งตั้งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเนื่องจากเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหลุดจากตำแหน่งไปด้วย โดยได้เสนอให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีต่อไป
- ครม.จะทำหน้าที่ตามปกติ ยกเว้นแต่เรื่องใดที่เป็นนโยบายที่มีผลผูกพันในอนาคตจะต้องชะลอไว้ก่อน แต่ในส่วนที่เป็นเรื่องความจำเป็นสามารถทำได้ตามปกติ
- ครม. เป็น ครม. รักษาการทำให้ข้าราชการการเมืองทั้งหมดต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วยตั้งแต่ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี, เลขานุการรัฐมนตรี และผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ในส่วนที่กระทรวงเป็นผู้เสนอแต่งตั้ง สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีสามารถเสนอแต่งตั้งเข้ามาชั่วคราวได้ หากมีความจำเป็น
ชูศักดิ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องอำนาจในการยุบสภาไม่ได้มีการหารือในที่ประชุม มีเพียงการหารือแค่เรื่องที่มีความจำเป็น ซึ่งขณะนี้กำลังมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีจึงไม่อยากให้มีการพูดเรื่องยุบสภา
ส่วนเรื่องที่มีความจำเป็น ที่จะต้องทำต่อคือเรื่องของกฎหมายที่ผ่านคณะรัฐมนตรีไปอยู่ในชั้นกฤษฎีกา ซึ่งต้องให้ครม. ใหม่พิจารณาด้วย ส่วนนโยบายที่อาจจะผูกพันรัฐบาลชุดใหม่ก็ให้ชะลอไปก่อน
เมื่อถามว่า สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ถือเป็นเรื่องใหญ่ ชูศักดิ์กล่าวว่า คำสั่งทั้งหลายที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไว้จะสิ้นผล ซึ่งเรื่องนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้เปรยประเด็นนี้ขึ้นมา และซักถามเลขาธิการนายก ซึ่งก็บอกว่าพรุ่งนี้จะเสนอแต่งตั้งใหม่ เพื่อให้ทำหน้าที่รอบใหม่ ซึ่งรวมไปถึง ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะต้องติดตามการหารือของพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อกำหนดทิศทางทางการเมืองหลังจากนี้ ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังจากพรรคภูมิใจไทยประกาศเดินหน้าจับมือตั้งรัฐบาลโดยยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชน และยังมี สส. พรรคเพื่อไทยมากกว่า 10 คนที่ไปแสดงจุดยืนร่วมสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกัน ต้องจับตาท่าทีของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ที่ต่างจะต้องเร่งรวบรวมเสียง สส. เพื่อจะจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามมาตรา 159
โดยการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในสภาจะต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ซึ่งในปัจจุบันมี 492 คนและจะต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง (247) ในการโหวตนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ มีรัฐมนตรีลาการประชุม 7 คน ดังนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, สุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง