วันนี้ (23 มกราคม) แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง สส. หรือ ศูนย์ปราบโกงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย, ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และภูมิธรรม เวชยชัย ร่วมแถลงข่าว
ชูศักดิ์ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 5-22 มกราคม ที่ผ่านมา ได้รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตแล้วกว่า 61 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการแจกสิ่งของ เงินทอง และการใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งทางศูนย์ฯ ได้คัดกรองเรื่องที่มีมูล ยกร่างคำร้องแจ้งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพนักงานสอบสวนแล้ว 7 เรื่อง ในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี, สตูล, สุพรรณบุรี, บึงกาฬ และกรุงเทพฯ
ชูศักดิ์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ที่มียอดพุ่งสูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2566 ในหลายพื้นที่ เช่น พะเยา และขอนแก่น ซึ่งส่อเจตนาว่าอาจมีการซื้อเสียงล่วงหน้าหรือขนคนข้ามเขตในพื้นที่ 26 จังหวัดเป้าหมาย จึงฝาก กกต. ให้จับตาเป็นพิเศษในวันลงคะแนนล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยพรรคจะส่งผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่เกาะติดและบันทึกภาพหลักฐานอย่างใกล้ชิด
ส่วนประเด็นเงินซื้อเสียง ชูศักดิ์ระบุว่า พบข้อมูลตั้งแต่ 500-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับการแข่งขัน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานและใต้
ส่วนกระแสข่าวการจ่ายหัวละ 7,500 บาทนั้น ภูมิธรรมเสริมว่า ได้รับรายงานตัวเลขที่สูงกว่านั้น แต่ไม่ใช่การแจกรายหัว เป็นลักษณะการจ่ายเงินก้อนโตหลักหลายหมื่นบาทให้กับแกนนำ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน เพื่อใช้อิทธิพลในพื้นที่มากกว่า
ภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงการเลือกตั้งว่า พบเห็นข้าราชการ รัฐมนตรี และนายอำเภอบางส่วน เรียกผู้นำท้องถิ่นไปรับแจกเสื้อพรรค หรือใช้อำนาจข่มขู่เพื่อให้ช่วยเหลือพรรคการเมืองฝ่ายตน โดยเฉพาะในภาคอีสานที่มีความพยายามจะฟ้องร้องศูนย์ปราบโกงและจ่ายเงินซื้อตัวหัวคะแนน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่บั่นทอนระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ ภูมิธรรมได้ฝากเตือนไปยังข้าราชการว่าขอให้ยึดมั่นในเกียรติและวางตัวเป็นกลาง อย่าเกรงกลัวอำนาจมืดหรือเห็นแก่อามิสสินจ้าง เพราะอำนาจทางการเมืองเป็นเรื่องชั่วคราว หากพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล จะดำเนินการตามกฎหมายและเช็กบิลย้อนหลังกับข้าราชการที่เป็นแกะดำไม่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่อย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ด้าน ประเสริฐเปิดเผยว่า ได้ยื่นฟ้อง ศุภชัย ใจสมุทร และพรรคภูมิใจไทย ต่อศาลอาญาแล้ว ในข้อหาหมิ่นประมาทและผิดกฎหมายเลือกตั้ง กรณีบิดเบือนข้อเท็จจริงใส่ร้ายตนและพรรคเรื่องการลงนาม MOU กับสิงคโปร์ เพื่อหวังดิสเครดิตทางการเมือง ซึ่งศาลรับฟ้องและนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 23 มีนาคม 2569
นอกจากนี้ ประเสริฐยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เรียกตนไปชี้แจงเรื่อง MOU โดยให้เวลาเตรียมตัวเพียง 1 วัน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่มาจากฝ่ายการเมือง ซึ่งเชื่อว่าเป็นความพยายามกลั่นแกล้ง สืบเนื่องจากตนเคยตั้งคำถามเรื่องปมสินบน 40 ล้านบาทของรัฐมนตรีดีอีคนปัจจุบันที่เรื่องยังเงียบหายไป จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


