×

พรรคประชาชนกำหนดเดดไลน์ จันทร์ที่ 1 ก.ย. นี้ ตัดสินใจโหวตใครเป็นนายกฯ ย้ำไร้ดีลหลังบ้าน

โดย THE STANDARD TEAM
30.08.2025
  • LOADING...
พรรคประชาชน

วันนี้ (30 สิงหาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันว่า วัตถุประสงค์ของพรรคประชาชนคือต้องการใช้ 143 เสียง เพื่อผ่าทางตันทางการเมืองให้กับประเทศโดยที่เราไม่ร่วมรัฐบาล เราปฏิเสธไม่รับการเจรจาใต้โต๊ะหรือหลังบ้านใดๆ ทั้งสิ้น หากไม่ได้ส่งกรรมการบริหารพรรคเข้ามาพูดคุยกับตนเอง หรือผู้บริหารพรรค เพื่อแสดงเจตจำนงหรือรับข้อเสนอรับไม่รับว่าเป็นข้อเสนอ

 

“สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ถึงจะมีการเจรบนโต๊ะแต่ยังมีพรรคการเมืองบางพรรคที่ล้มดีล ฉีก MOU ที่ทำไว้ต่อประชาชน ในครั้งนี้ผมในฐานะหัวหน้าพรรค ขอไม่รับข้อเสนอใดๆที่ไม่มีการแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจน” ณัฐพงษ์กล่าว

 

▪️นัดถก สส. ตัดสินใจโหวตนายกฯ วันจันทร์นี้

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจจากกรรมการบริหารพรรคและ สส. ซึ่งจะมีการจัดขึ้นในวันจันทร์ ที่ 1 กันยายน ช่วงบ่าย  TOR ที่เราเปิดออกไป เป็นข้อเสนอที่ทุกพรรคที่ไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ และจำเป็นต้องใช้เสียงของพรรคประชาชน ก็จำเป็นต้องยอมรับตามข้อเสนอของเรา

 

ณัฐพงษ์ระบุด้วยว่า ตอนนี้ยังไม่ประเมินว่าใครจริงใจหรือไม่จริงใจ อยากให้ประเมินจากเสียงในสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน และ TOR ขณะนี้ทุกพรรคคงมีโอกาสเท่ากันๆ เราไม่มีธงล่วงหน้า ไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน ตราบใดที่แสดงเจตจำนงชัดเจน

 

▪️ตัดสินใจเพื่อพาประเทศสู่การเลือกตั้ง

 

ส่วนกังวลเรื่องฐานเสียงหรือไม่ เพราะมีส่วนหนึ่งไม่อยากให้โหวต อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ตนต้องสื่อสารทั้งภายในพรรคเองและภายนอก รวมถึงผู้สนับสนุนพรรค เราตัดสินใจอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่ได้อยู่ที่เรื่องของความได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมือง สถานการณ์ในประเทศที่รุมเร้าอยู่หลายด้าน การมีรัฐบาลที่ชอบธรรมจากการเลือกตั้งประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

หัวหน้าพรรคประชาชนยืนยันด้วยว่า ถ้ามีการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคประชาชนไม่สามารถโหวตให้ได้แน่นอน

 

รวมถึงการใช้จำนวนเสียง สส.ของพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ย้ำว่า จะทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลเสียงข้างน้อย และภายในกรอบระยะเวลา 4 เดือน หากมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ไม่สมควร หรือทำให้กระบวนการยุติธรรม

ถูกแทรกแซง เราพร้อมที่จะใช้จำนวนเสียงในสภาฯ ในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที 

 

▪️เชื่อกรอบเวลายุบสภา 4 เดือน เหมาะสมแล้ว ทำประชามติทัน

 

ทั้งนี้ ณัฐพงษ์กล่าวถึงกรอบเงื่อนไขการยุบสภา 4 เดือน ว่ามีการพูดคุยกันในพรรคแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอเรื่องการทำประชามติเพื่อการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 กันยายนนี้ ว่าจะต้องทำประชามติกี่ครั้ง และเห็นว่ากรอบ 4 เดือนหลังจากที่แถลงนโยบายต่อสภา ถือเป็น

กรอบเวลาที่ได้กำหนดไว้แล้ว ไม่มีช้าไปกว่านี้ เชื่อว่าเป็นกรอบที่ทำทันและเหมาะสมในการทำประชามติ หลังจากมีข้อเสนอจาก สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขยายให้กรอบเวลายุบสภาเป็น 6 เดือน 

 

ณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการชิงยุบสภา โดยมองว่า หากพรรคเพื่อไทยจะใช้แนวทางนี้คงยุบสภาไปนานแล้ว ตามข้อเรียกร้องของพรรคประชาชน แต่ตอนนี้มีการพยายามให้ข่าวว่า เรื่องอำนาจรักษาการนายกรัฐมนตรีในการยุบสภา มองว่า เป็นเพราะเพื่อไทยต้องการคุมอำนาจ และสร้างอำนาจต่อรองกับพรรคร่วมที่เพื่อไทยต้องการคุมเสียง เชื่อว่าทุกคนมองออกได้ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตในความจริงใจของการใช้อำนาจยุบสภาของพรรคเพื่อไทย ถ้าหากจริงใจก็คงไม่ต้องรอถึงวันนี้ 

 

ณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวลือว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปพูดคุยกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถึงการจัดตั้งรัฐบาล ว่า ไม่ทราบในรายละเอียด ย้ำว่าพรรคประชาชนจะรับพิจารณาเฉพาะพรรคการเมือง ที่มาพูดคุยด้วยตัวเองเท่านั้น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ ได้เข้ามามอบภาพโฉนดที่ดินเขากระโดงยื่นให้ณัฐพงษ์นำไปพิจารณาหากจะโหวตอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี โดยกังวลว่า จะทำให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความล่าช้า หรือพังทลายไป

 

ช่วงท้าย ณัฐพงษ์ยังเปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 นี้ จะมีการลงนาม MOU สนับสนุนการโหวตนายกรัฐมนตรีกับพรรคการเมืองที่ได้ ตอบรับข้อเสนอพรรคประชาชน และเชื่อว่าที่ประชุมสภาฯ จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันพุธที่ 3 กันยายนนี้

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising