วันนี้ (19 กุมภาพันธ์) กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรค และ พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมร้องให้กกต. ตอบคำถามพี่น้องประชาชนให้สิ้นข้อสงสัย
พริษฐ์กล่าวว่า กรณีการตรวจสอบการเลือกตั้งปี 2569 และการทำงานของ กกต. ซึ่งจะต้องมีการจับตาการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะต้องตรวจสอบว่าบัตรเลือกตั้งในวันนั้นจะมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดหรือไม่ ซึ่งชัดเจนแล้วว่าบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งสีชมพูเป็นรหัสที่สามารถตรวจย้อนกลับไปได้ ว่าประชาชนกาให้กับใคร จึงเกิดการตั้งคำถามว่าการมีอยู่ของบาร์โค้ดจะเท่ากับการออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ลับจริงหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าการนิยาม ว่าลับหรือไม่ลับเป็นการตั้งคำถามว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้หรือไม่ ถ้าเกิดว่าการออกเสียงจะต้องเป็นความลับก็จะต้องตรวจสอบย้อนกลับไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเชิงทฤษฎีหรือปฏิบัติ
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งความเห็นที่มองไม่ตรงกับพรรคประชาชน คือทาง กกต. ที่มองคำนิยามของคำว่าลับ ถือว่าลับแม้จะตรวจสอบย้อนกลับไปได้ในทางทฤษฎี แบบตรวจสอบได้ยากหากย้อนไปในเชิงปฏิบัติ ซึ่งในนิยาม กกต. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยลับ เพราะ กกต. ยืนยันแล้วว่าเก็บรักษาบัตรไว้ในที่ปลอดภัย จึงอยากย้ำว่าแม้จะยอมรับคำนิยามตาม กกต. แต่การตรวจว่าใครกาให้กับใครไม่ได้ยากขนาดนั้น และไม่เกี่ยวข้องว่า กกต. เก็บบัตรเลือกตั้งไว้ปลอดภัยหรือไม่ เพราะมีกระบวนการตรวจสอบได้ว่าใครกาให้กับใคร โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงบัตรเลือกตั้งที่ กกต. เก็บรักษาไว้
“เช่น เดินเข้าไปในคูหาและจำเลขต้นขั้วไว้ พอนับคะแนน ก็สามารถถ่ายบัตรทุกใบ แล้วสแกน ดูบาร์โค้ดทีหลังได้ เพื่อดูว่าบุคคลนั้นเลือกพักที่ต้องการหรือไม่ และถ้า กกต. ยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งของตัวเองไม่มีปัญหาวันที่ 22 นี้จะต้องใช้บัตรเลือกตั้งแบบเดิม และต้องจับตาตอนนับคะแนน ว่าจะไม่มีคำสั่งให้ กปน. ปิดบังบาร์โค้ด หรือทำอะไรที่แตกต่างจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์” พริษฐ์กล่าว
พริษฐ์ ยังกล่าวว่า ขณะนี้ กกต .ได้เปิดเผยผลนับคะแนนอย่างเป็นทางการทั้ง 400 เขตแล้วยกเว้นหน่วยที่มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับใหม่ จากการตรวจสอบพรรคประชาชนจึงมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ
1. ให้ กกต. ยืนยัน ว่าปัจจุบันหากไม่นับหน่วยที่มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับใหม่ มีการเปิดเผยเอกสารการรายงานผลคะแนน 5/18 ครบทุกหน่วยแล้วหรือยัง เพราะมีการร้องเรียนว่าบางหน่วยยังไม่มีเอกสารดังกล่าว
2. กกต. ควรเปิดเผยเอกสาร 5/18 ในรูปแบบที่สะดวกต่อประชาชนในการไปวิเคราะห์หรือตรวจสอบต่อได้ เพราะปัจจุบันการเผยแพร่ข้อมูลนี้อัพโหลดเป็นเพียงไฟล์ PDF หลายหน่วยเป็นการสแกนภาพ ทำให้ประชาชนตรวจสอบได้ยาก และเชื่อว่า กกต. มีข้อมูลแบบ Excel อยู่ในมือ
3. กกต. ควรเปิดเอกสาร 5/11 หรือใบคิดคะแนนรายหน่วย ให้ครบทุกหน่วยแม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ถ้าเปิดเผยตรงนี้จะทำให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยมากขึ้น เพราะเอกสารดังกล่าวประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สามารถโต้แย้งได้ เพราะมีการพบว่าใบขีดคะแนน 5/11 มีตัวเลขที่ไม่ตรงกับเอกสาร 5/18
สำหรับกรณีการพบเอกสารการเลือกตั้งในบ่อขยะที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยที่ กกต. ยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบต่อการรายงานผลคะแนน และเป็นความชำรุดของอุปกรณ์เท่านั้น กิตติชัยระบุว่า ระเบียบกำหนดไว้ชัดว่า เอกสารหรืออุปกรณ์ต่างๆ ต้องเก็บไว้ในที่ปลอดภัย จะชำรุดหรือไม่ คือเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ประเด็นคือไปปรากฏที่กองขยะได้อย่างไร โดยที่ไม่ได้อยู่ในจุดนับคะแนน กกต. จึงควรเร่งดำเนินการตรวจสอบ
ส่วนประเด็นเรื่องแบบ สส. 5/11 ซึ่ง กกต. ยืนยันว่า จะไม่ดำเนินการต่อนั้น กิตติชัยระบุว่า กกต. สามารถคลายข้อสงสัยได้ด้วยหลักฐานทุกอย่าง และยังเรียกร้องให้เปิดแบบ สส. 5/11 ของทุกเขต ซึ่งมีประชาชนที่เก็บได้บางส่วนจากที่หน้าหน่วยทยอยส่งมาให้พรรคประชาชน ขณะที่แบบ สส. 5/18 เอง ก็ยังเปิดไม่ครบในบางหน่วยเช่นเดียวกัน
พริษฐ์เสริมว่า แบบ สส. 5/11 ไม่ใช่เอกสารลับ และประชาชนมีสิทธิที่จะถ่ายภาพไว้ได้ แต่ ณ วันนับคะแนนอาจมีประชาชนไปถ่ายไว้ไม่ครบ แม้กฎหมายไม่ได้บังคับแต่ กกต. ก็สามารถเปิดเผยให้ประชาชนทราบได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมายอะไร
คาดสัปดาห์หน้ายื่นคำร้อง กกต. มาตรา 157
ขณะที่ความคืบหน้าในการฟ้อง กกต. ตามมาตรา 157 นั้น พริษฐ์ระบุว่า ความคืบหน้าล่าสุด นพ. วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน กำลังทำคำฟ้องอยู่ คาดว่าจะสามารถยื่นได้อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า เนื่องจากมีข้อมูลหลายด้านเพิ่มขึ้นมา จึงต้องใช้เวลา
สำหรับเนื้อหาของคำร้อง ม. 157 จะมีการแถลงในวันที่มีการยื่น แต่คงไม่พ้นประเด็นเรื่องบาร์โค้ดที่ทำให้การออกเสียงไม่ลับ คาบเกี่ยวกับที่มีหลายภาคส่วนดำเนินกระบวนการตรวจสอบเรื่องนี้ ย้ำว่าจุดมุ่งหมายหลักของพรรคประชาชน ไม่ใช่ว่าเราไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่คือการปกป้องเสียงของประชาชน และให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดรับผิดชอบ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต หรือจงใจทุจริตในระบบดังกล่าว จึงตัดสินใจใช้กลไกมาตรา 157
ส่วนการให้ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย เช่น วิษณุ เครืองาม ที่มองว่า หากพิสูจน์แล้วว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ จะถือว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะทันที พริษฐ์กล่าวว่า ปัจจุบันการให้ความเห็นว่าลับหรือไม่ลับ สำหรับพรรคประชาชนมองว่า การออกเสียงโดยลับคือ ต้องไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่า ใครกาให้ใคร ไม่ว่าในทางทฤษฎีหรือทางปฏิบัติ อุปกรณ์ทุกส่วนต้องไม่สามารถมีกลไกที่สามารถเช็คได้ว่าบุคคลใดกาให้กับใคร เมื่อนิยามเช่นนี้ ก็สอดคล้องกับบุคลากรจากหลายฝ่ายทางการเมือง จึงชัดเจนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ลับ ส่วนที่มีภาคประชาชนไปยื่นกับช่องทางอื่นและจะมีผลอย่างไร ถือเป็นอีกประเด็นหนึ่ง
จับตา 22 ก.พ. เลือกตั้งใหม่ มีบาร์โค้ดหรือไม่
ขณะที่ กกต. แย้งว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอยืนยันว่า การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ พริษฐ์กล่าวว่า กกต. นิยามคำว่าลับ ไม่เหมือนกับกลุ่มคนส่วนหนึ่ง เพราะในมุมมองของประชาชนและนักกฎหมายส่วนหนึ่งมองว่า แค่ตรวจสอบได้ในเชิงทฤษฎีถือว่าไม่ลับไปแล้ว ไม่ต้องตรวจสอบอะไรเพิ่ม แต่ กกต. ไปนิยามว่า ต้องดูความยากง่ายในการเข้าถึงข้อมูล คำตอบแรกคือ นิยามคำว่าลับแบบไหน ถ้านิยามแบบพรรคประชาชนคือจบแล้วว่าไม่ลับ แต่ถ้านิยามแบบ กกต. ตนก็ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า แม้ไม่ได้เข้าถึงตัวบัตร ก็มีกระบวนการที่สามารถใช้ช่องโหว่ในการตรวจสอบได้ว่าใครกาให้กับใคร
“วันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ เชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันสังเกตการณ์ หาก กกต. ยืนยันว่า 8 กุมภาพันธ์ไม่มีปัญหา ก็ต้องใช้แนวทางเดิมในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ คือต้องใช้บัตรที่มีบาร์โค้ดเหมือนกัน แต่หากวันที่ 22 กุมภาพันธ์มีการเปลี่ยนแนวทาง ก็เท่ากับ กกต. ยอมรับว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์มีปัญหา” พริษฐ์กล่าว
ส่วนที่มีการเปรียบเทียบการทำงานของ กกต. ในการเลือกตั้งปี 2566 กับการเลือกตั้งปี 2569 นั้น พริษฐ์ระบุว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของ กกต. มีส่วนสำคัญในความเข้าใจของประชาชนว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมามีความโปร่งใสและได้รวบรวมเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแม่นยำจริงๆ หาก กกต. ต้องการให้องค์กรของตนเองมีภาพลักษณ์ที่ดีกว่านี้ ควรเริ่มต้นจากการชี้แจงให้สิ้นสงสัย เพียงออกเอกสารข่าวอาจไม่เพียงพอ แต่ควรมีการแถลงข่าวอย่างเป็นระยะ เพื่อขยายความหรือขจัดข้อสงสัยที่ยังมีอยู่
“ในภาพรวม ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ออกแบบให้องค์กรอิสระเป็นอิสระจากประชาชน ประชาชนไม่มีสิทธิประเมินการทำงานหรือริเริ่มการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนองค์กรอิสระได้เหมือนในอดีต พรรคประชาชนจึงตั้งใจว่า หากสภาฯ เปิดทำการ ก็จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเพื่อคืนสิทธิให้กับประชาชน เพื่อเข้าชื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบได้ ซึ่งเป็นสิทธิที่ประชาชนเคยมี แต่ถูกลิดรอนไปในรัฐธรรมนูญปี 2560” พริษฐ์กล่าว
สำหรับกรณีที่ สฤณี อาชวนันทกุล นักวิชาการอิสระ เปิดเผยว่ามีบัตรเขย่ง 3 แสนกว่าใบนั้น พริษฐ์ชี้ว่า สฤณีอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ของ กกต. ซึ่ง กกต. เองก็ยอมรับว่า อ้างอิงได้ยาก และอาจมีความคลาดเคลื่อน แต่หากเราต้องการมีฐานข้อมูลที่พิสูจน์ได้อย่างสิ้นข้อสงสัยว่า จำนวนบัตรเขย่งเป็นเพราะความคลาดเคลื่อนของการรายงานผล หรือเป็นบัตรเขย่งจริงๆ ในแต่ละเขต กกต. สามารถเปิดเผยแบบ สส. 5/11 รายหน่วยได้ทันที เพื่อนำมาตรวจสอบความคลาดเคลื่อนต่อไปได้
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


