×

พรรคประชาชนเตรียม 20 สส. อภิปรายนโยบายรัฐบาล มองปัญหาใหญ่สุดคือวิกฤตขาดความเชื่อมั่น

โดย THE STANDARD TEAM
07.04.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกจากพรรคประชาชน แสดงข้อความเตือน สส. อาจถูก ป.ป.ช. ยื่นคำร้องคดีในวันแถลงนโยบายรัฐบาล

ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (7 เมษายน) ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ของพรรคประชาชนได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความชวนติดตามการอภิปรายคำแถลงนโยบายรัฐบาล ‘ภูมิใจไทยพลัส’ โดยพรรคประชาชน ภายใต้ชื่อหัวข้อ ‘พอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว’ ระหว่างวันที่ 9-10 เมษายนนี้

 

ในวันเดียวกัน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า พรรคได้เตรียมผู้อภิปรายในวาระดังกล่าวไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตต่างๆ ทั้งด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยณัฐพงษ์จะเป็นผู้เปิดการอภิปราย ตามด้วย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่จะเจาะลึกปัญหาเศรษฐกิจ

 

จากนั้นจะกระจายเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการศึกษา การจัดการสิ่งแวดล้อม ตลาดพลังงานเสรี และการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ส่วนผู้สรุปปิดการอภิปรายยังขอสงวนรายชื่อไว้ก่อน

 

ถ้ารัฐบาลไม่กล้าชนผลประโยชน์ทับซ้อน ก็แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ได้

 

ณัฐพงษ์ย้ำว่าเวทีสภาคือเวทีสำหรับซักฟอกและตรวจสอบรัฐบาลเป็นปกติอยู่แล้ว และไม่อยากให้การประชุมครั้งนี้กลายเป็นเวทีที่สมาชิกรัฐสภามาทะเลาะกันเองผ่านการใช้เทคนิคตีรวนข้อบังคับ

 

สำหรับเนื้อหาในคำแถลงนโยบายนั้น ณัฐพงษ์มองว่า เห็นความพยายามในการนำเสนอนโยบายใหม่ เช่น การตั้งคลัสเตอร์ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการ 5 กลุ่ม ซึ่งมองว่าพรรคแกนนำอย่างพรรคภูมิใจไทยพยายามนำนโยบายที่ดีของพรรคอื่นมามัดรวมกัน ในด้านหลักการถือว่าไม่มีข้อติดขัด หลายๆ อย่างพรรคประชาชนเองก็เคยนำเสนอ แต่เฉพาะการออกแบบผังโครงสร้างการบริหารที่นำ นโยบายพรรคอื่นมามัดรวมกัน อาจจะยังไม่เพียงพอ

 

“สิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้คือ การขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง ซึ่งรัฐบาลจะทำแบบนั้นได้และสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้ สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ”

 

ณัฐพงษ์ชี้ว่า ตอนนี้ปัญหาสูงสุดคือประชาชนและภาคเอกชนขาดความเชื่อมั่นเชื่อใจในตัวรัฐบาล มีการตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ที่มาที่ไปของฐานอำนาจ รัฐบาลชุดนี้ตกลงมาจากไหน โฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจจะมีคนที่มีความรู้ความสามารถจริง แต่โดยส่วนใหญ่ยังเห็นหน้าตาเดิมที่มาจากโควต้าทางการเมือง

 

“เราก็ยืนยันมาตลอดว่า โฉมหน้า ครม. ลักษณะนี้ ต่อให้นโยบายสวยหรูขนาดไหน ก็อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ ถ้าคุณไม่กล้าชนกับเรื่องคอร์รัปชัน และเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ในส่วนของการบริหารจัดการวิกฤต ณัฐพงษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลมักแก้ปัญหาย้อนหลังแทนที่จะบริหารจัดการล่วงหน้า ทั้งกรณีฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีแต่ขาดการจัดสรรสวัสดิการล่วงหน้าให้เจ้าหน้าที่ หรือกรณีวิกฤตน้ำมันที่นายกรัฐมนตรีออกมายอมรับแล้วว่ามีผู้กักตุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งรัฐบาลมีอำนาจเต็มในการสืบหาตัวการและลงโทษอย่างจริงจัง

 

“สิ่งที่เกิดขึ้นเราจะเห็นการแก้ไขปัญหาย้อนหลัง คือเกิดเหตุความสูญเสียขึ้นก่อน แล้วรัฐมนตรีค่อยออกไปแสดงความเสียใจ ซึ่งเราทุกคนมีความเสียใจ แต่จริงๆ รัฐบาลควรจะบริหารจัดการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสีย” หัวหน้าพรรคประชาชนระบุ

 

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้การประชุมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกับกลุ่มโรงกลั่น มีการเปิดเผยตัวเลขต้นทุนและกำไรตลอดห่วงโซ่อุปทานต่อสาธารณชน เพื่อตอบคำถามเรื่องความเหมาะสมของค่าการกลั่น

 

มองนัยคดี 44 สส. จ่อยื่นวันเดียวกับแถลงนโยบาย

 

ประเด็นที่น่าจับตาคือกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมยื่นฟ้องคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ต่อศาลฎีกา ซึ่งตรงกับช่วงเวลาการแถลงนโยบาย ณัฐพงษ์ตั้งข้อสังเกตว่า หากกระบวนการปกติน่าจะผ่านพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปก่อน แต่หากมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหยุดสงกรานต์ จะสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเร่งรัดกระบวนการเพื่อบล็อกผู้อภิปรายของพรรคประชาชน

 

“ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง คนที่มีอำนาจกดปุ่มสั่งเรื่องนี้ ผมคิดว่าไม่ควรทำ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องพยายามบล็อกผู้อภิปรายของพรรคประชาชนในวันแถลงนโยบาย ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการรัฐสภาที่ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด” หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าว

 

ณัฐพงษ์มองว่า คดีนี้เป็นนิติสงครามที่ขั้วตรงข้ามใช้อาวุธทางกฎหมายมาสกัดกั้น ซึ่งจะยิ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชน พร้อมระบุถึงข้อสงสัยของสังคมว่า พรรคแกนนำรัฐบาลที่คุมเสียงทั้งสองสภามีอิทธิพลต่อการกำกับองค์กรอิสระหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม ณัฐพงษ์แสดงความเชื่อมั่นว่าศาลฎีกาจะให้ความเป็นธรรม และยืนยันว่าพรรคประชาชนได้วางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว ไม่ว่าศาลจะมีคำสั่งออกมาในรูปแบบใดหรือเมื่อใด ทางพรรคก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มที่

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising