×

เพียงพนอเล่าเหตุผลร่วมเป็นทีมบริหารรัฐบาลพรรคประชาชน หวังใช้ความสามารถปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ

โดย THE STANDARD TEAM
09.01.2026
  • LOADING...
เพียงพนอเล่าเหตุผลร่วมเป็นทีมบริหารรัฐบาล พรรคประชาชน หวังใช้ความสามารถปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ

วันนี้ (9 มกราคม) เพียงพนอ บุญกล่ำ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในการเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยตอบรับเข้าร่วมเป็นทีมบริหารของพรรคประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมหากพรรคได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

 

เพียงพนอระบุว่า ตนเพิ่งเกษียณอายุจากการทำงานประจำเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม 9 เดือน หลังจากทำงานในวิชาชีพกฎหมายมาอย่างยาวนานกว่า 38 ปีครึ่ง โดยเดิมตั้งใจจะใช้เวลาหลังเกษียณเดินทางท่องเที่ยว สอนหนังสือด้านบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) และรับตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียน

 

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเข้าร่วมทีมบริหารพรรคประชาชนถือเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุด เพราะต้องยกเลิกแผนการพักผ่อนและปฏิเสธโอกาสการเป็นกรรมการบริษัทหลายแห่ง แต่ที่ตัดสินใจตอบรับเนื่องจากต้องการส่งมอบสังคมที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นหลัง และเล็งเห็นว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากและอันตรายที่สุดในเชิงโครงสร้าง

 

เพียงพนอได้หยิบยกปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยระบุถึงสัญญาณถดถอยที่มีมานาน รวมถึงการได้รับฟังความเห็นจากกองทุน Venture Capital ในสิงคโปร์ที่ปฏิเสธลงทุนในไทยเพราะ “Your country is too complicated” (ประเทศไทยของคุณซับซ้อนเกินไป) ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในสายตานักลงทุนต่างชาติ

 

นอกจากนี้ เพียงพนอยังไล่เลียงถึงปัญหาต่างๆ เช่น ดัชนีชี้วัดตกต่ำทั้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน หลักนิติธรรม และคุณภาพการศึกษา, ปัญหาการปั่นหุ้นฉ้อโกงนักลงทุน, การถือครองที่ดินผ่านนอมินีของทุนต่างชาติ, อาคารหน่วยงานราชการและองค์กรอิสระถูกทิ้งร้างมูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท, การบังคับใช้กฎหมายล่าช้า ไม่แน่นอน และไม่เป็นธรรม

 

เพียงพนอเสนอแนวทางแก้ปัญหาด้วยการนำ “Professional Will” (เจตจำนงของมืออาชีพ) มาประสานกับ “Political Will” (เจตจำนงทางการเมือง) ของพรรคประชาชน โดยเน้นการปฏิรูปภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ (Efficiency) ผ่านเรื่องหลักดังนี้:

 

1. กิโยตินกฎหมาย (Regulatory Guillotine): เพื่อลดขั้นตอนและกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ได้ถึง 0.8% และประหยัดเงินได้ 1.3 แสนล้านบาท ตามข้อมูลจาก TDRI

 

2. ปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจ: เร่งออกกฎหมายสตาร์ทอัพ ผลักดัน EEC ให้เดินหน้าได้จริง และปรับปรุงกฎหมายตามมาตรฐาน OECD

 

3. ยกเครื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: แก้ปัญหาข้อจำกัดที่ทำให้ข้าราชการไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวความผิดตามมาตรา 157 โดยจะร่วมทำงานกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง มุนินทร์ พงศาปาน เพื่อสร้างระบบที่เน้นความรับผิดชอบ (Accountability)

 

“หากมีโอกาสได้ลงมือทำ งานนี้จะเป็นงานที่ยากที่สุดและท้าทายที่สุดในชีวิตการทำงานเลยทีเดียว และจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการรวมพลังทั้งสองและอีกหลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน เป็น One Team for Thailand แท้จริง” เพียงพนอระบุ

 

เพียงพนอยืนยันว่า คำตอบสำหรับการตัดสินใจในวันนี้ จึงเหมือนกับเมื่อ 9 ปีก่อนที่ย้ายงาน คือ ต้องการใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในฐานะเป็นมืออาชีพ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด ภายใต้เวลาและข้อจำกัดที่มีอยู่

 

“สุดท้าย เราเคารพความเห็น ความชอบ ความพึงพอใจทางการเมือง และพรรคการเมืองที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลเสมอ และ หากเรายอมรับความจริงว่า ประเทศมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่แก้ไขในตอนนี้ ไม่ได้แล้ว ประโยชน์ของการแก้ไขปัญหา ก็จะเกิดกับส่วนรวม กับประเทศ สังคมที่ดีขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต่อทุกคน” เพียงพนอทิ้งท้าย

 

สำหรับ เพียงพนอ บุญกล่ำ เคยเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กฎหมาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย, กรรมการ หุ้นส่วนผู้บริหาร และที่ปรึกษากฎหมายอาวุโสบริษัท วีระวงค์ ชินวัฒน์ และพาร์ทเนอร์ส จำกัด รวมถึงเคยเป็นทนายความ ทนายความหุ้นส่วน ของบริษัท ไวท์ แอนด์ เคส (ประเทศไทย) จำกัด และทนายความของบริษัท Baker & Mackenzie จำกัด

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising