วันนี้ (7 มกราคม) ที่ อาคารรัฐสภา พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ได้นำเอกสารพยานหลักฐานจำนวนกว่า 200 แผ่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เชื่อมโยงกรณีการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ (กรรมการ ป.ป.ช.)เข้ายื่นต่อ พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ในฐานะตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา เพื่อส่งต่อไปยัง มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้ดำเนินการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่
พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดเผยถึงมูลเหตุสำคัญที่ตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ว่า เกิดจากพฤติกรรมของผู้บังคับบัญชาที่พยายามโยนความผิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับทองคำน้ำหนักกว่า 200 บาทมาให้ตนเองรับผิดชอบแทน ประกอบกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 กรณีการแถลงข่าวเส้นทางการเงินเว็บพนัน BNK MASTER มูลค่า 38 ล้านบาท ที่มีการกล่าวอ้างว่าเชื่อมโยงถึงอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุว่า ในวันดังกล่าว ตนเองและน้องชายได้แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการแถลงข่าวกล่าวหาบุคคลอื่นโดยไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน จนนำไปสู่การทักท้วงและมีปากเสียงอย่างรุนแรงกับผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้พฤติการณ์ที่ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องกลายเป็นแพะรับบาป ในหลายกรณี ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ต้องนำความจริงและหลักฐานเรื่องการรับสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
ทางด้านโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการว่า หากพยานหลักฐานพาดพิงถึงกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ กระบวนการจะเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 236 โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
- การเข้าชื่อ: สส., สว. หรือสมาชิกทั้งสองสภา รวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหา
- การยื่นเรื่อง: ยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมหลักฐาน หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีมูลเหตุอันควรสงสัย จะเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา
- การตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ: ประธานศาลฎีกาจะแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระที่มีความกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์มาดำเนินการ
ทั้งนี้ หากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหาจะต้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทันทีจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย






