ทองคำเริ่มต้นปีด้วยความผันผวนที่สูงผิดปกติ
หลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นกว่า 60% ในปีก่อนไปจบที่ 4,315 ดอลลาร์/ออนซ์
ทองคำเริ่มต้นปี 2026 ด้วยการทะยานขึ้นต่ออีกกว่า 30% ไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 5,595 ดอลลาร์/ออนซ์ ช่วงปลายเดือนม.ค ก่อนที่จะปรับตัวลงแรงจากจุดสูงสุดเกือบ 20% ในต้นเดือนก.พ.กลับไปที่ 4,498 ดอลลาร์/ออนซ์
แม้ระหว่างที่ผมเขียนบทความนี้อยู่ ราคาทองคำจะฟื้นตัวแล้ว แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะสับสน และอยากรู้เหตุผลว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ทองคำผันผวนขนาดนี้ และในปี 2026 ราคาพื้นฐานของทองคำควรเป็นเท่าไหร่กันแน่
ผมมองว่ามูลค่าการถือครองทองคำที่สูงเป็นประวัติการณ์ คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความผันผวนเกิดขึ้นเร็วและแรงผิดปกติ
ข้อมูลล่าสุดจาก World Gold Council ชี้ว่าแรงซื้อทองคำบวกกับราคาที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าการถือครองทองคำทั่วโลกสูงขึ้นมาที่ระดับ 35 ลล.ดอลลาร์ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 20 ลล.ดอลลาร์ สูงและเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
มูลค่าที่เพิ่มขึ้นทำให้สัดส่วนทองคำต่อความมั่งคั่งของครัวเรืองโลกขยับสู่ระดับ 4% สูงเป็นสถิติใหม่ เทียบกับระดับปกติที่ 1.0-1.5% หรือช่วงวิกฤติในอดีตที่ 2.0-2.5% หมายความว่าระยะยาวครัวเรือนมีแนวโน้มที่จะลดสัดส่วนลง ขณะที่การขายทำกำไรเล็กน้อย เช่นเพียง 1% ของสัดส่วนทองคำทั้งหมด จะมีมูลค่าเท่ากับแรงซื้อทองคำเฉลี่ยทั้งปี (3-4 แสนล้านดอลลาร์)
ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ครัวเรือนขายทำกำไร ราคาทองคำอาจต้องปรับตัวลงหนักเว้นเสียแต่จะมีผู้ซื้อหน้าใหม่เข้ามาในสมการ
เรื่องต่อมาคือทิศทางของนโยบายการเงินที่เข้มงวดจาก Warsh Shock
เมื่อ ปธน. Trump เสนอชื่อ Kavin Warsh ขึ้นเป็นว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ ด้วยภาพลักษณ์ของ Warsh ถูกมองว่าเป็นสายเหยี่ยว (hawkish) ที่มักไม่เห้นด้วยกับการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายพิเศษเช่น QE ตลาดจึงกลับมากังวลกับสภาพคล่อง ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ขยายตัวตามปริมาณเงิน หรือสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนจากการถือครองอย่างทองคำถูกเทขายพร้อมกัน
จุดเปลี่ยนสุดท้ายคือแนวโน้มความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลงจากระดับสูงสุด
หลังจากช่วง 2–3 ปีที่ตลาดต้องเผชิญกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดตะวันออกกลาง ไปจนถึงการแข่งขันเชิงอำนาจระหว่างสหรัฐ-จีน แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2026 เริ่มเห็นสัญญาณว่าความกังวลอาจผ่านระดับสูงสุดไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นความพยายามเจรจาทางการทูต การปรับตัวของเศรษฐกิจโลกที่ดีกว่าคาด หรือรัฐบาลมหาอำนาจที่เริ่มให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก risk premium ที่เคยถูกบวกไว้ในราคาทองคำจึงถูกลดทอนลง
ในมุมมองของผม ด้วยสามประเด็นข้างต้น ราคาทองคำสามารถปรับตัวลงสู่ระดับที่สะท้อนอุปสงค์จริงได้ โดยระดับราคาที่เหมาะสมคาดว่าจะอยู่ที่ 4,000-4,500 ดอลลาร์/ออนซ์
อย่างไรก็ดี การที่ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ก็สะท้อนว่าขาขึ้นของทองคำอาจยังไม่จบ
ผมมองว่าแรงหนุนของทองคำในรอบนี้คือการเปลี่ยนมุมมองในเชิงโครงสร้าง
ประเด็นแรก ความเสี่ยงของระบบการเงินโลกที่ไม่ลดลง
ไม่ว่าจะเป็นระดับหนี้สาธารณะของประเทศหลัก หรือความไม่แน่นอนของระบบการเงินจากผลกระทบด้านการเมืองและเทคโนโลยี ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดจากความเสี่ยงเครดิตมีความน่าสนใจในระยะยาว
สอง อุปสงค์จากภาครัฐและธนาคารกลางแข็งแรง
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำเฉลี่ยมากกว่า 1,000 ตันต่อปี เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวราว 400-500 ตันต่อปี ขณะที่สัดส่วนทองคำต่อทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลกอยู่ที่ 30% เทียบกับประเทศ DM ที่มักถือทองคำในสัดส่วน 50-70% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ ถ้าประเทศ EM ใหญ่เลือกที่จะถือทองคำเพิ่ม ราคาก็จะไม่ลดลงเร็ว
และสุดท้าย ทองคำมีข้อจำกัดด้านอุปทานสูง
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กำลังการผลิตทองคำจากเหมืองทองทั่วโลกขยายตัวเพียง 1% ต่อปี ขณะที่การพัฒนาเหมืองใหม่ต้องใช้เวลา 7-10 ปี เมื่ออุปทานเปลี่ยนแปลงช้ากว่าอุปสงค์ราคาทองคำก็สามารถมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นได้เช่นกัน
กรณีดีที่สุดสำหรับทองคำ คือความเสี่ยงโลกกลับมาปะทุ เฟดกลับลำมาสนับสนุนนโยบายการเงินผ่อนคลาย และครัวเรือนทั่วโลกไม่ขายทำกำไรทองคำทันที ราคามีโอกาสกลับขึ้นทดสอบระดับ 5,500-6,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้อีกครั้งในปีนี้
ผมมองว่า ความผันผวนครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และจะอยู่กับตลาดไปอีกระยะ จนกว่าระดับราคาทองคำจะกลับเข้าสู่โซนที่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในระยะยาว
แรงขายระยะสั้นจะกดดันราคาเป็นช่วง ๆ ขณะที่แนวโน้มระยะยาวจะคอยสนับสนุน กลยุทธ์ที่เหมาะสม คือการรอซื้อเมื่อย่อตัวมากกว่าการไล่ราคา
และต้องไม่ลืมว่า การกระจายการลงทุนมีความสำคัญเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ทองคำที่ถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไร้ความผันผวนนะครับ

สัดส่วนความมั่งคั่งสุทธิของภาคครัวเรือนในรูปเครื่องประดับทองและทองคำแท่ง
ที่มา: World Gold Council /kdและ FSS


