แซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OpenAI ประกาศเมื่อช่วงดึกวันศุกร์ (27 กุมภาพันธ์) ตามเวลาสหรัฐฯ ว่า บริษัทได้ลงนามในข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) เพื่อนำเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปใช้ในระบบชั้นความลับ (classified systems) ของกองทัพ เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังรัฐบาลทรัมป์สั่งแบน Anthropic เพียงไม่กี่ชั่วโมง
ข้อตกลงกับ OpenAI เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทุกแห่งระงับการใช้เครื่องมือ AI ของ Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติอเมริกันรายใหญ่ และผู้พัฒนา Claude ขณะที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า Anthropic ดังกล่าวถือเป็น ‘ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน’ (supply chain risk) สาเหตุเนื่องมาจาก Anthropic ปฏิเสธที่จะอ่อนข้อในการเจรจากับเพนตากอน เกี่ยวกับข้อจำกัดที่บริษัทเรียกร้องเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบ AI ถูกนำไปใช้ในอาวุธยุทโธปกรณ์อัตโนมัติ และการสอดแนมประชาชนชาวอเมริกันในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของอัลต์แมนชี้ให้เห็นว่า เพนตากอนได้ยอมรับข้อจำกัดที่คล้ายคลึงกันสำหรับโมเดลของ OpenAI
“หลักการด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด 2 ประการของเราคือ ข้อห้ามในการสอดแนมมวลชนภายในประเทศ และการที่มนุษย์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการใช้กำลัง ซึ่งรวมถึงระบบอาวุธยุทโธปกรณ์อัตโนมัติด้วย กระทรวงสงคราม (Department of War) เห็นพ้องกับหลักการเหล่านี้ ซึ่งสะท้อนอยู่ในกฎหมายและนโยบาย และเราได้ระบุไว้ในข้อตกลงของเราแล้ว” อัลต์แมนระบุผ่านแพลตฟอร์ม X “นอกจากนี้ เราจะสร้างระบบป้องกันทางเทคนิคเพื่อให้มั่นใจว่าโมเดลของเราทำงานตามที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทรวงสงครามต้องการเช่นกัน”
อัลต์แมนกล่าวเสริมว่า บริษัทจะส่งวิศวกรเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่เพนตากอน เพื่อดูแลความปลอดภัยในการใช้งานโมเดลอย่างใกล้ชิด
“เรากำลังขอให้กระทรวงสงครามเสนอข้อกำหนดเดียวกันนี้แก่บริษัท AI ทุกแห่ง ซึ่งในความเห็นของเรา เราคิดว่าทุกคนควรยินดีที่จะยอมรับ เราได้แสดงเจตจำนงอย่างแรงกล้าที่จะเห็นสถานการณ์คลี่คลายลง โดยเปลี่ยนจากการดำเนินการทางกฎหมายและมาตรการจากภาครัฐ ไปสู่ข้อตกลงที่สมเหตุสมผลแทน” อัลต์แมนตั้งข้อสังเกต
ทางด้าน Anthropic แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า มีแผนจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อคัดค้านการถูกระบุว่าเป็น ‘ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน’ ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นสถานะที่สงวนไว้สำหรับบริษัทที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับปฏิปักษ์ต่างชาติ มาตรการนี้จะส่งผลให้คู่สัญญาของกองทัพทุกรายต้องพิสูจน์ว่า งานด้านการทหารของตนไม่มีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของ Anthropic
ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อตกลงของ OpenAI กับเพนตากอน มีความแตกต่างจากสิ่งที่ Anthropic เรียกร้องอย่างไร
ขณะเดียวกัน พีท เฮกเซธ ได้แชร์โพสต์ประกาศของอัลต์แมนลงในบัญชี X ของตน ส่วน อีมิล ไมเคิล ปลัดกระทรวงกลาโหมฝ่ายเทคโนโลยี ได้โพสต์ข้อความแยกต่างหากว่า “เมื่อเป็นเรื่องของความเป็นความตายของเหล่านักรบ การมีพันธมิตรที่เชื่อถือได้ มั่นคง และดำเนินงานด้วยความจริงใจ ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่เราก้าวเข้าสู่ยุค AI”
อ้างอิง


