วันนี้ (22 พฤศจิกายน) ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด และ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี รองชนะเลิศอันดับ 3 Miss Universe 2024 หลังเสร็จสิ้นภารกิจของจักรวาลที่ประเทศเม็กซิโก
สุชาตาเปิดเผยหลังเสร็จสิ้นการประกวดนางงามจักรวาลและเดินทางกลับจากประเทศเม็กซิโกเมื่อวานนี้ และอยากเข้าคารวะนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำของประเทศ โดยมีการพูดคุยถึงเรื่องการเผยแพร่ผ้าไทยที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ และการส่งเสริมวัฒนธรรมต่อหน้าเพื่อนๆ สาวงามที่มาจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นผ้าไทยที่ได้รับพระราชทานจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ก็ได้รับคำชื่นชมจำนวนมาก ซึ่งตนเองก็เป็นคนที่ชื่นชอบผ้าไทยอยู่แล้ว
ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับตำแหน่งที่ได้รับ และชื่นชมที่ได้นำผ้าไทยไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก อย่างตนเองเมื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลก็ไม่ได้ใส่ทุกวัน แต่วันไหนต้องพบปะชาวต่างชาติก็เลือกผ้าไทยเสมอ พร้อมชมว่าหากมีไม้แขวนดีก็จะทำให้ผ้าไทยขายได้ ซึ่งคนเราทำงานได้ดีเมื่อมีแพสชัน และอยากให้ทำงานร่วมกันกับรัฐบาล เพราะเราต้องการความช่วยเหลือจากหลายด้าน และหวังให้เป็นแรงบันดาลใจแก่เด็กๆ ด้วย จะได้ตั้งใจเรียนและมีความฝันที่อยากจะเป็นเหมือนสุชาตา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน แต่ขอรอให้งานของสุชาตาน้อยลงก่อน เพราะเข้าใจว่าช่วงแรกงานจะยังคงเยอะอยู่ เพราะตอนนี้รัฐบาลต้องการความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังสอบถามถึงคุณสมบัติของนางงามที่จะเข้าประกวด Miss Universe ซึ่งได้รับคำตอบว่า กองประกวดไม่จำกัดอายุ ส่วนสูง และน้ำหนัก พร้อมแซวนายกรัฐมนตรีว่าสามารถประกวดได้ ทำให้นายกรัฐมนตรีหัวเราะก่อนระบุว่า “ไม่ไหวค่ะ” พร้อมเชิญชวนให้พัฒนาจุดเด่นของตัวเองให้เป็นจุดแข็ง เพราะบางครั้งจุดอ่อนไม่สามารถกลายเป็นจุดแข็งได้ ซึ่งบอกว่าเป็นเรื่องที่ดี และจะได้รู้ว่าเราเก่งตรงไหน เราจะได้พัฒนาขึ้นไปอีก ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสุชาตาที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ
จากนั้นนายกรัฐมนตรีและสุชาตาเดินไปถ่ายภาพร่วมกันบริเวณห้องโถง ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนชื่นชมว่า “น้องโอปอลไม่ใช่ลูกครึ่ง แต่เหมือนลูกครึ่ง” และสอบถามว่าเรียนที่ไหน สุชาตาตอบว่า เรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณแม่ทำงานโรงแรม มีคุณปู่และคุณย่าเป็นชาวนา นายกรัฐมนตรีจึงเชิญชวนสุชาตามาทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งสุชาตาตอบรับว่า “ยินดีค่ะ”