ปลัดคลังเผยกองทุนน้ำมันฯ ขอคลังค้ำประกันเงินกู้ 1.5 แสนล้าน ผ่านการออก พ.ร.ฎ. ขยายวงเงิน และออกพ.ร.ก. ให้คลังค้ำ เบื้องต้นประเมินจะส่งผลกระทบต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ราว 1% ย้ำจะเร่งบรรจุเข้าที่ประชุมครม. นัดแรกทันที คาดพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ไม่ล่าช้า
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (31 มีนาคม) ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทำเรื่องยื่นขอให้กระทรวงการคลังช่วยค้ำประกันเงินกู้วงเงิน 1.5 แสนล้าน เพื่อเปิดทางให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถรองรับความผันผวนของราคาพลังงานได้มากขึ้น โดยขั้นตอนดังกล่าว จะดำเนินการผ่านการแก้กฎหมาย 2 ส่วน ดังนี้
1.) ออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขยายวงเงินให้กองทุนน้ำมันฯ สามารถกู้เงินเองได้เป็นวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มจากเดิมที่ 4 หมื่นล้านบาท เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งอาจมีการขยายวงเงินได้อีก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยตัวเลข 1.5 แสนล้านนี้ ลวรณระบุว่าเป็นการอิงตามสถานการณ์รอบก่อนในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่กองทุนน้ำมันฯ เคยติดลบกว่า 130,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ มาตรา 26 ของ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ว่า กองทุนน้ำมันฯ ต้องมีจำนวนเงินเพียงพอเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมี
ประสิทธิภาพ รวมเงินกู้ ไม่เกิน 40,000 ล้านบาท
2.) ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เปิดทางให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมัน โดยกระทรวงพลังงานจะเป็นผู้เสนอวงเงินการค้ำประกัน เบื้องต้น ประเมินว่า เงินกู้ 1.5 แสนล้านบาท กระทบหนี้สาธารณะราว 1% ของ GDP ภายใต้สมมติฐานที่ขนาดเศรษฐกิจไทย (GDP) อยู่ที่ 18 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พบว่า หนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 66.09% ในกุมภาพันธ์ 2569
สำหรับขั้นตอนต่อไป ลวรณระบุว่า จะต้องมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายหนี้สาธารณะ เพื่อบรรจุหนี้ในแผนของสบน. เพราะถ้าไม่อยู่ในแผนของ สบน. ก็จะกู้ไม่ได้ จากนั้นจึงเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ เมื่ออนุมัติแล้วก็จะเริ่มกระบวนการหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม
โดยลวรณเชื่อว่า แผนการดังกล่าวจะถูกเสนอทันทีในที่ประชุม ครม. นัดแรก ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 7-9 เมษายนนี้
ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล
ทั้งนี้ รัฐบาลจะยังออกมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลหรือไม่ ลวรณกล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณา โดยลวรณย้ำว่า การบริหารราคาน้ำมัน ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลต้องการให้ราคาน้ำมันสุดท้ายเป็นเท่าไร และจะใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนที่อัตราเท่าไร
เบื้องต้น ลวรณมองว่า กองทุนน้ำมันเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าภาษีสรรพสามิต โดยภาษีสรรพสามิตน้ำมัน มีเพดานการช่วยเหลือจำกัดเพียง 6-7 บาทเท่านั้น แต่กองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดชดเชยราคาน้ำมันได้สูงถึง 19 บาทต่อลิตรแล้ว และที่ผ่านมาเคยชดเชยราคากว่า 25 บาทต่อลิตรอีกด้วย
ยันงบรายจ่ายปี 70 ไม่ล่าช้า
นอกจากนี้ ลวรณยังยืนยันอีกด้วยว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 จะยังใช้ได้ตามปกติในเดือนกันยายน ไม่มีการล่าช้า
“สำนักงบประมาณยืนยันว่าไม่ล่าช้าครับ และตอนนี้เราได้รัฐบาลเร็ว ยังไงก็ไม่ล่าช้าครับ” ลวรณกล่าว
พร้อมระบุอีกด้วยว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 จะไม่มีการแบ่งเพื่อเยียวยาภาวะสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากยังไม่เกิดภาวะดังกล่าวในการจัดทำงบประมาณ
มอง Windfall Tax คล้าย Capital Gain Tax
สำหรับภาษีลาภลอย (Windfall Tax) ลวรณกล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ศึกษาไว้นานแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังพบว่า การจัดเก็บรูปแบบดังกล่าวสามารถใช้ได้แค่บางเรื่อง เช่น เก็บภาษีที่ดินซึ่งมีราคาสูงขึ้นหลังมีถนนตัดผ่าน
โดยการเก็บภาษีเมื่อสินทรัพย์มีราคาสูงขึ้น ลวรณมองว่ามีลักษณะคล้ายกับภาษีกำไรส่วนต่างราคา (Capital Gain Tax) ซึ่งเป็นมาตรการภาษีที่มีข้อถกเถียงว่า จะคืนทุนอย่างไรเมื่อส่วนต่างราคาติดลบ จนทำให้ทุกวันนี้ ประเทศไทยยังไม่สามารถเก็บภาษีกำไรส่วนต่างราคาได้

