×

ตีแผ่ ‘บ่อนโอร์เสม็ด’ นรกสแกมเมอร์กัมพูชาติดชายแดนไทย

04.02.2026
  • LOADING...
ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ห่างออกไปเพียงหลักร้อยเมตรจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ คือที่ตั้งของกาสิโนรีสอร์ตขนาดใหญ่ อย่าง โอร์เสม็ด รีสอร์ต (O’Smach Resort&Casino) และรอยัลฮิลล์ รีสอร์ต (Royal Hill Resort&Casino) ซึ่งในอดีตเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวของกัมพูชา ที่ทั้งชาวไทยและต่างชาตินิยมข้ามแดนไปเสี่ยงโชค

 

อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมา กาสิโนรีสอร์ตเหล่านี้ เริ่มปรากฎการแปรสภาพเป็นฐานที่ตั้งของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายทั้งการค้ามนุษย์และขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือสแกมเมอร์ โดยพบการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่คล้ายหอพักหลายหลัง ซึ่งมีการล้อมรั้วสูงติดลวดหนามและกล้องวงจรปิด พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยเฝ้าระวังอย่างมิดชิด

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 1

ทางเข้ารอยัลฮิลล์ รีสอร์ต ใกล้จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม

 

รายงานจากโครงการริเริ่มระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (Global Initiative against Transnational Organized Crime : GI-TOC) ที่ตีแผ่ปฏิบัติการไซเบอร์สแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2018 ชาวบ้านในเมืองโอร์เสม็ด เริ่มพบเห็นคนงานจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวจีนและชาวเวียดนามเข้าไปในอาคารของรีสอร์ตทั้งสองแห่ง

 

ขณะที่ในปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ชาวบ้านเล่าว่า ไม่พบ

 

คนงานต่างชาติออกมานอกอาคารอีกเลย ซึ่งแม้จะมีข้ออ้างว่าเป็นมาตรการป้องกันการระบาด แต่ข้อมูลจากผู้สังเกตการณ์ในท้องถิ่นคนหนึ่งเล่าว่า ภายในอาคารนั้น ‘มีครบทุกอย่าง’ ทั้ง ร้านค้า, คาราโอเกะ, ร้านอาหาร, ลานเบียร์ แต่ยกเว้น ‘อิสรภาพ’

 

ภายหลังสิ้นสุดการระบาดของโควิด กรณีการหลอกลวงของกลุ่มสแกมเมอร์ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างกัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน และมีคนไทยตกเป็นเหยื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งถูกหลอกลวงและถูกล่อลวงไปบังคับทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ เกิดความสูญเสียมหาศาลต่อทรัพย์สินและชีวิตของคนไทย ทำให้ทางการไทยมีการประสานความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในการช่วยเหลือคนไทยและกวาดล้างขบวนการเหล่านี้

 

โดยในกรณีของกาสิโนรีสอร์ตในโอร์เสม็ดนั้น ทางการไทยเคยขอความช่วยเหลือไปยังทางการกัมพูชาเมื่อช่วงไม่กี่ปีก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งระลอกล่าสุด แต่กลับได้คำตอบจากฝ่ายกัมพูชาว่า “เข้าไปดูแล้วไม่พบคนไทย” จึงทำให้ไม่มีการช่วยเหลือ ปราบปราม หรือแม้แต่ยืนยันว่ากาสิโนรีสอร์ตเหล่านี้ คือฐานที่ตั้งของขบวนการสแกมเมอร์

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเหตุปะทะรอบล่าสุดระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา กองทัพไทยสามารถเข้ายึดครองพื้นที่รอบกาสิโนรีสอร์ตทั้งสองแห่งไว้ได้กว่า 100 ไร่ ซึ่งสภาพกาสิโนและอาคารโดยรอบได้รับความเสียหาย จากการถูกทหารไทยยิงปืนใหญ่โจมตี เนื่องจากตรวจพบว่า ฝ่ายทหารกัมพูชาใช้พื้นที่แห่งนี้ในการปล่อยโดรนพลีชีพกว่า 100 ลำ โจมตีฝ่ายไทยจนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 2

 

หลังเข้ายึดพื้นที่ ทางกองทัพได้เข้าตรวจสอบและยืนยันอย่างชัดเจนด้วยหลักฐานจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติใช้กาสิโนรีสอร์ตเหล่านี้ เป็นอาณาจักรสแกมเมอร์ในการหลอกลวงผู้คนจากหลายประเทศ และมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ

 

ข้อมูลจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พบว่า ฐานสแกมเมอร์ในลักษณะกลุ่มอาคารเช่นนี้ ยังขยายออกไปยังจุดอื่นๆ ของเมืองโอร์เสม็ด โดยมีไม่น้อยกว่า 7 จุด ไม่รวมจุดที่กำลังสร้างใหม่เป็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่ามีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมากอาศัยอยู่ โดยอาจมากถึงหลักพันหรือหลักหมื่นคนหากดูจากจำนวนอาคารรวมหลายสิบหลัง

 

ใครอยู่เบื้องหลังบ่อนโอร์เสม็ด?

 

สำหรับ โอร์เสม็ด รีสอร์ต นั้นเป็นของ L.Y.P Group ของออกญา ลียงพัด (Ly Yong Phat) วุฒิสมาชิกและนักธุรกิจกัมพูชาผู้ร่ำรวยและมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งถูกทางการไทยถอนสัญชาติและออกหมายจับในความผิดฐานฟอกเงินตั้งแต่ปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

 

ส่วนกาสิโนรีสอร์ตอีกแห่ง คือ รอยัลฮิลล์ รีสอร์ต นั้นเป็นของ Lim Heng Group ธุรกิจหลักของออกญา ลึม เฮง (Lim Heng) นักธุรกิจใหญ่กัมพูชาที่มีบ่อนในเครือหลายแห่งรวมถึงบ่อนสายตะกู บริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา ตรงจุดผ่านแดนด่านช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 3

 

ที่ผ่านมาปรากฎข่าวน่าสงสัยเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของคนไทยและคนต่างชาติหลายครั้ง โดยเฉพาะในโอร์เสม็ด รีสอร์ต

 

GI-TOC รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2020 มีหญิงชาวจีนคนหนึ่งตกลงมาจากชั้นสองของรีสอร์ต โดยสื่อทั้งฉบับภาษาเขมรและภาษาอังกฤษอ้างว่าเธอกระโดดลงมา แต่มีเพียงแหล่งข่าวภาษากัมพูชาเท่านั้นที่ระบุว่า ดวงตาข้างหนึ่งของหญิงจีนรายนี้มีรอยฟกช้ำในลักษณะที่บ่งชี้ว่า ‘เธอถูกทำร้าย’

 

ในเดือนตุลาคม ปี 2022 กาสิโนแห่งนี้ ถูกเปิดโปงเรื่องการค้ามนุษย์และบังคับทำงานในขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ โดยสื่อบางสำนักตีแผ่เรื่องราวของโอร์เสม็ด รีสอร์ต ขณะที่ทางการกัมพูชาได้ทำการช่วยเหลือเหยื่อชาวต่างชาติ 75 คนออกมาจาก ‘นรกบนดิน’ แห่งนี้ ซึ่งเหยื่อหลายคนเล่าว่าพวกเขาถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงวันละ 12 ชั่วโมง ซึ่งในการทำงาน มีตั้งแต่สร้างประวัติและตัวตนออนไลน์ปลอม และการหลอกเหยื่อให้ ‘ลงทุน’ ในโครงการคริปโตเคอร์เรนซี

 

ซึ่งใครที่ขัดขืนหรือไม่ยอมทำตามคำสั่งจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง ทั้งการอดอาหาร ทุบตี และทรมาน

 

“พวกเขาทรมานเหมือนสมัยเขมรแดง” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งในที่พักของศูนย์สแกมเผยกับ GI-TOC

 

สำหรับชาวบ้านในโอร์เสม็ด กิจกรรมภายในศูนย์สแกมเหล่านี้เป็นที่รู้กัน ชาวบ้านหลายคนอ้างว่า เคยเห็นผู้คนหลบหนีออกมาและวิ่งเข้าไปในป่าใกล้เคียง

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยการควบคุมเสรีภาพสื่อที่เข้มงวดของรัฐบาลตระกูลฮุน ทำให้เรื่องราวความรุนแรงจากภายในศูนย์สแกมส่วนใหญ่ไม่ถูกตีแผ่สู่โลกภายนอก

 

ทั้งนี้ เหยื่อหลายคน ใช้โซเชียลมีเดียอย่าง TikTok ในการเผยแพร่ข้อมูลและขอความช่วยเหลือ

 

รายงานของ GI-TOC ระบุว่า มีชาวบ้านจำนวนมากที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือแรงงานที่หลบหนีออกจากศูนย์สแกมเหล่านี้ โดยจัดหาอาหาร เสื้อผ้า และบางคนยังให้เงินสดเพื่อใช้โทรหาญาติหรือเดินทางออกจากเมือง

 

รายงานที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม 2025 ระบุว่าในช่วงเวลาไม่กี่เดือน มีชาวบ้านครอบครัวหนึ่งได้ให้การช่วยเหลือชาวเวียดนาม 30 คนที่หลบหนีออกมาจากโอร์เสม็ด รีสอร์ต

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 4

 

นอกจากนี้ยังพบว่า แรงงานชาวกัมพูชา ตั้งแต่คนทำความสะอาด พนักงานครัว และคนงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นคนไม่กี่กลุ่มที่สามารถเข้าออกพื้นที่ได้อย่างอิสระ ก็มีการให้ความช่วยเหลือเหยื่อบางส่วนในการหลบหนีด้วย

 

ภายในฐานสแกมเมอร์มีอะไรบ้าง?

 

สำหรับฐานสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ในรอยัลฮิลล์ รีสอร์ต ลึกเข้าไปด้านในเป็นที่ตั้งกลุ่มอาคารหลายหลังที่ถูกใช้เป็นฐานสแกมเมอร์ ประกอบด้วยอาคารขนาดใหญ่ความสูง 6 ชั้น 3 หลัง และอาคารขนาดเล็ก 3 หลัง ซึ่งมีทั้งจุดที่คาดว่าเป็นที่ทำงานของระดับหัวหน้าเครือข่าย และโรงอาหารขนาดใหญ่

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 5

 

สภาพภายในของกลุ่มอาคารเหล่านี้ ถูกเปิดโปงสู่สายตาชาวไทยและทั่วโลก ภายหลังเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมข่าวทหารบก ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เปิดภารกิจเชิญสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติหลายสำนัก อาทิ THE STANDARD, Reuters และ AP และหน่วยงานต่างชาติ เช่น สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รวมถึงผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตบางประเทศที่ได้รับผลกระทบ เช่น เกาหลีใต้ อินเดียและญี่ปุ่น เข้าตรวจสอบภายในอาคาร

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 6

 

จากการตรวจสอบ พบหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ว่า อาคารเหล่านี้เป็นที่ตั้งของฐานสแกมเมอร์อย่างชัดเจน อาทิ ห้องพักและห้องทำงานของขบวนการสแกมเมอร์ที่ใช้หลอกลวงเหยื่อจากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ, อินเดีย, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, บราซิล, เวียดนาม,สิงคโปร์

 

ในบางห้องทำงาน มีการจัดฉากปลอมเป็นสำนักงานตำรวจของประเทศเหล่านี้ พร้อมด้วยชุดเครื่องแบบตำรวจปลอมของหลายประเทศ ธงชาติ และสคริปต์สนทนาสำหรับใช้ในการหลอกเหยื่อ ตลอดจนรายชื่อและข้อมูลของเหยื่อ เช่น ข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ รวมทั้งยังมีห้องเก็บเสียงขนาดเล็กที่ใช้ในการโทรศัพท์หลอกเหยื่ออย่างแนบเนียน

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 7ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 8

 

ในบางจุดของอาคาร พบว่ามีห้องสำหรับกักขังเหยื่อที่ถูกหลอกลวงบังคับทำงานและมีอาวุธสำหรับใช้ทรมาน เช่น กระบองช็อตไฟฟ้า หรือกุญแจมือถูกทิ้งไว้

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 9

 

การโจมตีด้วยปืนใหญ่ของกองทัพไทย ทำให้สมาชิกขบวนการสแกมเมอร์หนีตายอย่างกะทันหัน โดยยังมีเสื้อผ้าและสิ่งของเครื่องใช้จำนวนมาก รวมถึงอาหารที่ถูกทิ้งไว้จนเน่าเสีย

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 10

 

หลักฐานอื่นๆ ที่พบ เช่น ซิมการ์ดจำนวนมากจาก 10 ประเทศ โดยมากสุดคือ ฮ่องกง มาเลเซีย และสหรัฐฯ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบพาสปอร์ตและบัตรประชาชนปลอมของ 9 ประเทศ และธนบัตรปลอมหลายประเทศ ส่วนอุปกรณ์เก็บข้อมูล เช่น ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ์ หรือโทรศัพท์มือถือที่ใช้หลอกเหยื่อนั้น พบจำนวนเพียงไม่กี่สิบชิ้น ส่วนใหญ่คาดว่า กลุ่มสแกมเมอร์อาจมีการนำไปด้วยระหว่างหลบหนีหรือเคลื่อนย้ายไปยังฐานสแกมแห่งใหม่

 

ห่างออกไปจากที่ตั้งของรอยัลฮิลล์ รีสอร์ตไม่ไกล ในฝั่งที่กัมพูชาควบคุม ยังพบเห็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างเพิ่มอีก โดยมีการจับตามองว่ากลุ่มอาคารเหล่านี้ ซึ่งมองด้วยตาเปล่ามีจำนวนหลายสิบหลัง อาจถูกใช้เป็นฐานที่ตั้งแห่งใหม่ของกลุ่มสแกมเมอร์

 

ภาพอาคารบ่อนโอร์เสม็ด รีสอร์ต และสภาพภายในศูนย์สแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 11

 

ทั้งนี้ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ว่าเพื่อต้องการสื่อสารและให้สังคมภายนอกได้รับรู้ว่ามีการก่ออาชญากรรมที่มีผลต่อมวลมนุษยชาติ โดยหลังตรวจสอบอาคารต่างๆ พบโครงสร้างของศูนย์สแกมเมอร์ ที่เป็นระบบ มีขั้นตอนการทำงานที่ละเอียด ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว โดยกองทัพมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่

 

ขณะที่ พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าการลงพื้นที่ร่วมกับผู้แทนนานาชาติในครั้งนี้ เพื่อความร่วมมือในอนาคตและมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจำนวนมาก เช่น พาสปอร์ตที่ถูกทิ้งไว้ในฐานสแกมเมอร์ เพื่อใช้ในการสืบสวนและติดตามดำเนินคดีต่อไป

 

อย่างไรก็ตามสำหรับการปฏิบัติการของกลุ่มสแกมเมอร์นั้น พบว่ามีการเคลื่อนย้ายฐานที่ตั้ง ทั้งจากกัมพูชาไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา หรือย้ายออกห่างชายแดนไทยไปยังพื้นที่ติดชายแดนเวียดนาม

 

ขณะที่เขามองว่า หลังการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา จนถึงวันนี้สถิติคดีค้ามนุษย์และสแกมเมอร์ที่หลอกลวงชาวไทยนั้นยังไม่มีตัวเลขลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยทางการไทยยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

 

 

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising