×

Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) ขายในไทยแล้ว ชูดีไซน์โปร่งใส กล้องเทเลโฟโต และ AI เคาะราคาเริ่มต้น 5,999 บาท

08.04.2026
  • LOADING...
ภาพผลิตภัณฑ์ Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) พร้อมข้อความเน้นดีไซน์โปร่งใส กล้องเทเลโฟโต AI และราคาเริ่มต้น 5,999 บาท

Nothing แบรนด์เทคโนโลยีจากลอนดอน เปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ สมาร์ตโฟน Phone (4a) Pro, Phone (4a) และหูฟังครอบหู Headphone (a) โดยเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

 

แนวคิดหลักของรอบนี้คือการนำฟีเจอร์ที่มักอยู่ในสมาร์ตโฟนระดับบนลงมาอยู่ในช่วงราคาหมื่นต้นถึงหมื่นปลาย ทั้งเลนส์เทเลโฟโตแบบ Periscope, หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K และระบบ AI ที่ทำงานบนตัวเครื่อง ภายใต้คอนเซปต์ ‘Built Different’

 

ดีไซน์โปร่งใสกับ Glyph Matrix 137 จุด

 

Phone (4a) Series ยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์โปร่งใสของ Nothing แต่เพิ่มสีสันให้หลากหลายขึ้น โดย Phone (4a) Pro ใช้โครงสร้าง Aluminium Metal Unibody บางเพียง 7.95 มม. น้ำหนัก 210 กรัม ส่วน Phone (4a) ใช้กระจกด้านหลังคู่กับเฟรม Polycarbonate หนาราว 8.5 มม. น้ำหนัก 205 กรัม

 

ด้านหลังของทั้งสองรุ่นมาพร้อม Glyph Matrix จำนวน 137 จุด LED ที่ควบคุมแยกจุดได้ Nothing ระบุว่ามีขนาดใหญ่กว่า Phone (3) ถึง 57% และความสว่างเพิ่มขึ้นเท่าตัว สูงสุดราว 3,000 นิต ทำหน้าที่เป็นมากกว่าไฟแจ้งเตือน โดยแสดงสถานะสายเรียกเข้า เพลงที่กำลังเล่น สถานะการถ่ายวิดีโอ รวมถึงปรับแต่งแพตเทิร์นแสงตามความต้องการของผู้ใช้ได้

 

Phone (4a) Pro มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP65, กระจก Gorilla Glass 7i และระบบระบายความร้อน VC Cooling ขนาด 5,300 ตร.มม. ซึ่ง Nothing ระบุว่าใหญ่ที่สุดที่เคยใส่ในสมาร์ตโฟนของแบรนด์

 

Phone (4a) Pro กับเลนส์ Periscope ซูมสูงสุด 140 เท่า

 

ระบบกล้องของ Phone (4a) Pro ประกอบด้วยกล้อง 4 ตัว ได้แก่ กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ Sony ขนาด 1/1.56 นิ้ว พร้อม OIS, กล้อง Periscope 50 ล้านพิกเซล ซูมออปติคัล 3.5 เท่าและซูมดิจิทัลสูงสุด 140 เท่า, กล้อง Ultra-wide 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 120 องศา และกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

 

กล้องหลักใช้ระบบโฟกัส All-Pixel PDAF ของ Sony ซึ่ง Nothing ระบุว่าเพิ่มความเร็วโฟกัสขึ้น 20% พร้อมลดการใช้พลังงานลง 3% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทั้งหมดทำงานร่วมกับระบบประมวลผลภาพ TrueLens Engine 4 และ Ultra XDR

 

ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 7 Gen 4 พร้อม RAM 12GB และ ROM 256GB หน้าจอ Flexible AMOLED ขนาด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz ขอบบางเพียง 1.85 มม. ความสว่างสูงสุด 5,000 นิต มาพร้อมลำโพงคู่ Dynamic Adaptive Dual Speakers

 

Phone (4a) สเปกใกล้เคียง ในราคาที่ต่ำกว่า

 

Phone (4a) ใช้ระบบกล้องที่ใกล้เคียงกับรุ่น Pro ประกอบด้วยกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล, กล้อง Periscope 50 ล้านพิกเซลซูมสูงสุด 70 เท่า, กล้อง Ultra-wide 8 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

 

ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 7s Gen 4 มีให้เลือก 2 สเปก คือ RAM 8GB/ROM 256GB และ RAM 12GB/ROM 256GB หน้าจอ AMOLED 1.5K ขนาด 6.78 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz ความสว่างสูงสุด 4,500 นิต แบตเตอรี่ 5,080 mAh รองรับชาร์จเร็ว 50W

 

AI ที่ฝังตั้งแต่กล้องถึงระบบปฏิบัติการ

 

สิ่งที่ Nothing พยายามวางตำแหน่งในรุ่นนี้คือการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการถ่ายภาพตั้งแต่ต้นทาง โดยมีฟีเจอร์อย่าง AI Preset ที่ให้ผู้ใช้เลือกโทนภาพได้ก่อนกดชัตเตอร์ และสามารถบันทึกหรือแชร์พรีเซ็ตกับผู้ใช้คนอื่นผ่านระบบ Community ได้ด้วย

 

นอกจากนี้ยังมี AI Best Shot สำหรับคัดเลือกภาพที่ดีที่สุดจากหลายช็อตโดยอัตโนมัติ, AI Erase สำหรับลบวัตถุรบกวนในภาพ, AI Cutout สำหรับแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง และ AI Tone Sync สำหรับปรับโทนสีและแสงแบบเรียลไทม์

 

ในฝั่งระบบปฏิบัติการ ทั้งสองรุ่นใช้ Nothing OS 4.1 บน Android พร้อมระบบ Essential AI ที่ครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่ Essential Space สำหรับจัดระเบียบข้อมูล, Essential Memory สำหรับจดจำพฤติกรรมผู้ใช้, Essential Search สำหรับค้นหาข้อมูลทั้งในเครื่องและออนไลน์ ไปจนถึง Essential Recorder ที่บันทึกเสียงพร้อมสรุปเนื้อหาอัตโนมัติ ทั้งหมดประมวลผลแบบ on-device

 

Nothing ระบุว่ารองรับการอัปเดต Android 3 เวอร์ชัน และ Security Patch นาน 6 ปี

 

Headphone (a) หูฟังครอบหูดีไซน์โปร่งใส

 

Nothing ยังเปิดตัว Headphone (a) หูฟังครอบหู (Over-ear) ที่ยังคงดีไซน์โปร่งใสเป็นเอกลักษณ์ โครงสร้างหลักผลิตจาก Aluminium Alloy ส่วนแผ่นรองหูใช้ Memory Foam หุ้มหนังสังเคราะห์ PU

 

ด้านเสียงรองรับ Hi-Res Audio, LDAC และ USB-C Lossless Audio พร้อมช่องเสียบ 3.5 มม. ระบบตัดเสียงรบกวนมีทั้ง Adaptive ANC ที่ปรับระดับอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม และ Transparency Mode สำหรับเปิดรับเสียงรอบข้าง ใช้ไมโครโฟน 3 ตัวสำหรับแยกเสียงพูดจากเสียงรบกวน

 

ฟีเจอร์เสริมที่น่าสนใจคือ Camera Shutter Mode ที่ใช้หูฟังเป็นรีโมตถ่ายภาพได้ เชื่อมต่อพร้อมกันสูงสุด 2 อุปกรณ์ รองรับทั้ง iOS และ Android แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 135 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC

 

อย่างไรก็ตาม Nothing ได้วางราคาไว้ดังนี้

 

  • Phone (4a) Pro (12+256GB) ราคา 18,999 บาท มี 3 สี ได้แก่ ขาว ดำ และชมพู
  • Phone (4a) มี 2 สเปก ได้แก่ 12+256GB ราคา 16,999 บาท และ 8+256GB ราคา 14,999 บาท มี 4 สี ได้แก่ ขาว ดำ ชมพู และน้ำเงิน
  • Headphone (a) ราคา 5,999 บาท มีสีขาว ดำ และชมพู ส่วนสีเหลือง Limited Edition จะเข้าไทยในภายหลัง
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories