เหรียญเงินในอาเซียนพาราเกมส์ 2025 อาจไม่ใช่ผลลัพธ์สูงสุดที่ โปเต้-ณัฐพงษ์ มีชัย นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ตั้งเป้าไว้ แต่สำหรับเขา ความพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงความผิดหวัง หากแต่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญในเส้นทางนักกีฬาที่จะทำให้เขาได้พัฒนาตัวเองต่อไป
เมื่อวานนี้ในเกมรอบชิงฯ โปเต้พ่ายให้กับคู่แข่งจากอินโดนีเซียไปแบบสนุก 1-2 เกม โดย โปเต้ เปิดใจกับ THE STANDARD SPORT ว่าคู่แข่งที่เขาคุ้นเคยและเคยเอาชนะมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“ต้องยอมรับว่าคู่แข่งมาดีจริงๆ ครับ เขาไม่เคยเล่นด้วยฟอร์มที่ดีขนาดนี้มาก่อน ที่ผ่านมาเคยเจอกันหลายครั้ง ผมก็เอาชนะเขาได้ตลอด มีช่วงหลังที่แพ้บ้าง แต่ครั้งนี้เขาเล่นได้ดีมากจริงๆ”
แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่โปเต้บอกกับตัวเองว่า เขาได้ทุ่มเททุกอย่างลงไปในสนามอย่างเต็มที่แล้ว หลังจากนี้จะเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ในเกมนี้กลับไปพัฒนาตัวเองต่อไป
“อาเซียนพาราเกมส์รอบนี้ลงแข่ง 1 อีเวนต์ ได้เหรียญเงิน แต่ก็พอใจกับผลงานครับ เพราะถือว่าตัวเองทำได้ดีที่สุดแล้ว”
“เวลาเราชนะ ชัยชนะนั้นสอนให้ผมรู้จักพัฒนาตัวเองต่อไป ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ส่วนความพ่ายแพ้สอนให้รู้จักยอมรับ เรียนรู้ และแก้ไข”
“ผมไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ผมถูกเลี้ยงมาด้วยคนที่แข็งแกร่งกว่า มันทำให้ผมยอมแพ้ในชีวิตไม่ได้ ความพ่ายแพ้ในวันนี้ไม่ได้แปลว่าจะแพ้ในวันต่อไป ผมไม่กลัวความพ่ายแพ้ เพราะต่อสู้สุดกำลังแล้ว เวลาแพ้ผมบอกตัวเองเสมอว่าไม่เป็นไร กลับมาฝึกซ้อมใหม่ได้”
สำหรับโปเต้ แบดมินตันไม่ได้เพียงแต่มอบบทเรียนและความสุขในชีวิต แต่ยังเปลี่ยนชีวิตเขาไปอย่างสิ้นเชิง
“มันทำให้มีชื่อเสียง คนรู้จักมากขึ้น และสุขภาพแข็งแรง”
ส่วนเป้าหมายสูงสุดในชีวิตนักกีฬาของเขายังคงชัดเจน คือการคว้าเหรียญทองพาราลิมปิก เวทีที่เขาเคยเข้าร่วมแต่ยังไปไม่ถึงเส้นชัย และสำหรับเป้าหมายในปีนี้ โปเต้ยังมีอีกสองเวทีสำคัญรออยู่ ทั้งศึกชิงแชมป์โลก และเอเชียนพาราเกมส์ ซึ่งเขาฝันที่จะไปยืนอยู่บนโพเดียม แต่ก็เลือกที่จะไม่กดดันตัวเองจนเกินไป
“ก็อยากประสบความสำเร็จ แต่ขอมองไปทีละก้าว”
เหรียญเงินในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความพ่ายแพ้ไม่ใช่ความล้มเหลว หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตครั้งใหม่ และสำหรับ โปเต้-ณัฐพงษ์ มีชัย ได้ค้นพบแรงผลักดันครั้งใหม่ ที่อาจพาเขาไปไกลกว่าเดิม


