วันนี้ (25 มกราคม) ที่ลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัย ‘Trust The People เชื่อในประชาชน’ ซึ่งจัดขึ้นในสถานที่เดียวกับเวทีปราศรัยของพรรคก้าวไกล เมื่อช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปี 2566 โดยมีแกนนำของพรรค รวมถึงผู้สมัคร สส. กทม. และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศศรัย โดยมีประชาชนให้ความสนใจรับฟังจนเต็มพื้นที่
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก่อนจะเดินไปร่วมเวทีปราศรัยคู่ขนานที่จังหวัดสมุทรปราการ
ตามด้วย พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า โพลออกมาล่าสุด สมุทรปราการ 42% ไม่พอใจ ต้องไปเกิน 50% ขนาดพรรคประชาชนอยู่อันดับหนึ่งในทุกโพล แต่กูรูการเมืองเขาไม่เชื่อว่า พรรคส้มจะได้เป็นรัฐบาล ต่อให้ชนะที่หนึ่งก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล กูรูการเมืองเหล่านี้ ไม่ใช่ไม่แม่น แต่เขาเชื่อว่า เงิน อำนาจรัฐ กลไกเก่า มีอำนาจที่จะขัดขวางการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ แต่พวกเราไม่ได้เชื่อแบบนั้น
ตั้งเป้าชนะทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 ใครก็ขวางตั้งรัฐบาลไม่ได้
ด้าน รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ปราศรัยย้อนถึงสมัยพรรคก้าวไกลที่ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นโอกาสเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ที่หายไปกับโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล พวกเขาขโมยโอกาสนี้ไปจากพวกเรา ทำให้ประชาชนแตกออกเป็นหลายฝ่าย และทะเลาะกันเอง ทำให้เชื่อว่า ใครที่ก้าวขึ้นมาแล้วเป็นความหวังจะโดนทุบทำลาย และไม่มีวันจัดตั้งรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนได้สำเร็จ
“เชื่อว่าคนที่อยู่ตรงนี้เลือกเราแน่นอนไม่ลังเล แต่ภารกิจที่ทุกคนต้องช่วยกันในวันนี้ คือการกลับไปบอกเล่านโยบาย และแก้ไขความเข้าใจที่ผิด ซึ่งสายลมของการเปลี่ยนแปลง คือทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ และรับชมอยู่ในตอนนี้” รักชนกกล่าว
จากนั้น ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ปราศรัยว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นวันสำคัญที่จะกำหนดระหว่างรัฐบาลแบบเดิมๆ หรือจะเป็นรัฐบาลแบบใหม่ๆ ขอให้คะแนนเสียงไปให้ถึง สส. 200-250 คน คะแนนรวมทั้งประเทศ 20 ล้านเสียง คราวนี้ไม่มีใครขวางการตั้งรัฐบาลประชาชนได้ เป็นอันดับ 1 ไม่พอ ต้องไปให้ไกลที่สุด ต้องทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 เป็น 50-60 ที่นั่ง ถ้าประชาชนแสดงพลังแบบนี้ พรรคอันดับที่ 2-5 จะเกิดยางอายขึ้นทันที นั่งเฉยๆ ไม่ต้องขยับ รอพรรคประชาชนไปชวนเองจะเอาใครมาร่วมรัฐบาล
“ถ้าประชาชนเจ้าของประเทศมากกว่า 20 ล้านคน เกินครึ่งประเทศ บอกว่าออกใบอนุญาตให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลแล้ว จะไม่มีใครหน้าไหนขวางใบอนุญาตนี้ได้ ไม่ต้องไปหาใบอนุญาตที่ 2 จะมาเพิกถอนใบอนุญาตของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศไม่ได้” ปิยบุตรกล่าว
สัญญานายกฯ คนนี้จะจัดการคนโกง ยืนยันพวกเราหวังดีต่อประเทศ
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน พวกเราหนักแน่น และพิสูจน์แล้วว่าพวกเราเอาจริง กล่าวว่า หัวหน้าพรรคของเราทำงานตรวจสอบจนคนเป็นรัฐมนตรีต้องอุทานว่า “เดี๋ยวเท้งเอาตาย” นี่คือสิ่งที่ทำให้เขากลัวพวกเรา เขากลัวว่าระเบียบแบบแผนปัจจุบันที่อนุญาตให้พวกเขาเสวยสุขบนความทุกข์ยากของประชาชนจะจบลง พวกเขากลัวว่ายุคสมัยที่พวกเขาทำผิดอะไรก็ไม่ต้องรับผิด จะทุจริตคอร์รัปชันอย่างไรก็ได้ จึงพยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้ประชาชนคิดฝันถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ
“นี่คือความภูมิใจสูงสุดในการทำงานการเมืองของผม ผมตั้งพรรคอนาคตใหม่ในปี 2561 วันนี้ปี 2569 พอดี 8 ปีแห่งการเดินทางของผม สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุด ไม่ใช่ความนิยมที่ทุกท่านมอบให้กับผม ไม่ใช่เพราะพรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจมากที่สุดคือ การที่ผมได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างทีมนี้ เพื่อส่งมอบให้กับทุกท่าน” ธนาธรกล่าว
ท้ายสุด ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ปราศรัยว่า ไหนใครบอกว่าประเทศนี้มาได้ไกลเท่านี้ ตนเองไม่เชื่อเลย การเปลี่ยนแปลงอยู่ตรงหน้าของพวกคุณ ใกล้มือเรามากที่สุด จับต้องได้มากที่สุด สัมผัสได้มากที่สุด ตราบใดที่เรายังเชื่อในคําว่าประชาชน ทุกอย่างที่เป็นไปไม่ได้ จะเป็นไปได้เสมอ หมดเวลาแล้วที่จะมาคุยการเมืองในอดีต วันนี้ขอชวนทุกท่านมาคิดถึงการเมืองแห่งอนาคตไปด้วยกัน
ณัฐพงษ์ระบุว่า ประวัติศาสตร์หน้าต่อไปของตนเอง ไม่ได้เริ่มจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลังจากที่พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง และได้เป็นรัฐบาล แต่ประวัติศาสตร์หน้าต่อไป เริ่มต้นวันนี้ ที่สามย่านมิดทาวน์ คือประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทย จะมีประชาธิปไตย ไม่มีเผด็จการมาครอบงําอีก มีความมั่นคง เพราะประชาชนในประเทศนี้ ไม่ว่าใครจะเกิดมารวยหรือจน ทุกคนต้องเกิดมาดี โตดี การศึกษาดี และจากไปยังมีศักดิ์ศรี นี่คือคําว่าคนเท่ากัน ที่ฝังอยู่ในก้นของหัวใจที่ลึกที่สุดของพรรคนี้
“หน้าที่ของพวกเราทุกคนในวันนี้ เดินหน้าเข้าสู่คูหา ไม่ใช่การมาบอกว่าพรรคนี้ล้มล้าง สร้างการเปลี่ยนแปลงแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ผมยืนยันว่าไม่ใช่ พวกเราที่นั่งอยู่ในลานแห่งนี้ และตัวผมเอง มีความเชื่อมั่นอย่างบริสุทธิ์ใจ ด้วยความหวังดี ความปรารถนาดีต่อประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันขีดเขียนประเทศที่อยากเห็นด้วยกัน อย่าทําให้พวกเขาปฏิเสธเราได้อีก” ณัฐพงษ์กล่าว
ช่วงท้ายการปราศรัย ณัฐพงษ์กล่าวคำมั่นสัญญาว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้ สส. พรรคนี้ เข้าไปทำหน้าที่ จะทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ถ้าเจอใครที่โกงกิน ทุจริตคอร์รัปชัน นายกรัฐมนตรีคนนี้จะเข้าไปจัดการ
“ขอส่งต่อความปรารถนาดี และความหวังดี ที่พวกเราตั้งใจเข้ามาทํางานการเมือง วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ช่วยกันเป็นพลังแทนพวกผม ช่วยกันเป็นหัวคะแนนธรรมชาติแทนพวกเรา ช่วยกันไปบอกต่อ ส่งเสียงกันออกไปดังๆ วางการเมืองแห่งอดีต แล้วกาไปสู่อนาคตด้วยกัน ร่วมกันตั้งรัฐบาลประชาชน สร้างอนาคตให้กับลูกหลาน ให้ประเทศไทยก้าวหน้า และก้าวไกลกว่าเดิม ไปพร้อมๆ กัน” ณัฐพงษ์ทิ้งท้าย


















เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


