วันนี้ (25 มกราคม) ที่สนามกีฬา อบต.หนองจิก อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่โรงเรียนอมตวิทยา อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ช่วย วันนิวัติ สมบูรณ์ ผู้สมัคร สส. ขอนแก่น เขต 10 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทยหาเสียง โดยมีประชาชนเดินทางมาฟังปราศรัยจนเต็มพื้นที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทันทีที่ศ.ดร.ยศชนัน มาถึง ได้เดินทักทายประชาชน และประชาชนได้รุมกอดหอม ถ่ายเซลฟี่ พร้อมคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยแคปหมู พวงมาลัยดอกดาวเรืองให้ศ.ดร.ยศชนัน
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน และคณะ เดินทางต่อไปยังโดมเทศบาลเมืองพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น เพื่อช่วย ณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง ผู้สมัคร สส. ขอนแก่น เขต 9 เบอร์ 2 หาเสียง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นของ สรัสนันท์ อรรณนพพร อดีต สส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่ย้ายไปลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ขึ้นกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนมาหาเสียงเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ตอนนั้นคนไม่ได้มาเยอะเท่าตอนนี้ ผู้สมัครเขตนี้ได้เป็น สส. วันนี้เขายุบสภา ตนก็มาเหมือนเดิมใส่เสื้อสีเดิม หาเสียงให้พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม แต่ทำไมวันนี้ผู้สมัครจึงกลายเป็นผู้ชาย 2 ปีก่อนไม่ใช่คนนี้ ตนถามชาวบ้านว่า สส. คนเก่าไปไหน พอเขาตอบตนจึงเข้าใจว่า สส. คนเก่าเขาได้จากเราไปแล้ว โดยที่พวกเราไม่ต้องยืนไว้อาลัย ไม่ต้องกรวดน้ำ ไม่ต้องใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่ตกลงให้ตรงกันว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์เข้าคูหากาเพื่อไทยทั้งสองใบ
ณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ตนดูจากหน่วยก้านของผู้สมัคร สส. คนนี้ก็เห็นว่าเขาจะได้เป็น สส. สมัยแรก และเป็น สส. ไม่เกิน 2 สมัยก็จะได้เป็นรัฐมนตรี วันนี้พรรคเพื่อไทยมาที่นี่ ไม่ใช่แค่หาเสียงอย่างเดียว แต่มาเพื่อปลอบใจพี่น้องด้วย เพราะพี่น้องหลายคนบอกตนว่าเสียใจ เจ็บใจ และถามตนว่าทำไม สส. จึงหนีไป ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจะไม่มาไม่ได้ ถ้าไม่มาพื้นที่นี้ก็จะกลายเป็นว่าพรรคเพื่อไทยทอดทิ้งชาวเมืองพลไป แต่เราไม่มีทิ้ง เพื่อไทยยังอยู่ที่นี่
ก่อนหันไปบอก ณัฐพล ผู้สมัคร สส. ว่า “ไปนั่งได้ รักษาเก้าอี้ไว้ หากลุกออกไป เดี๋ยวใครมาแย่งเก้าอี้ เสียหายแย่” ก่อนจะปราศรัยต่อว่า หลายคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองบอกว่าวันที่พรรคเพื่อไทยมาเขตนี้ คงจะมีการถลกหนังกัน คงจะมีการจัดการรุมกระหน่ำทำร้ายทำให้เสียหาย แต่ไม่มี นั่นไม่ใช่แนวทางของพรรคเพื่อไทย เราเดินหน้านโยบาย เราเดินหน้าด้วยการแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง และจะขอเล่าให้ฟังว่าตนอยู่ในเหตุการณ์คนที่เป็น สส. เขตนี้เขายืนยันตลอดว่า เขาจะไม่ไปไหน
ณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย คุยกับตนและบอกว่าเขาเป็นน้องจุลพันธ์ เชื่อเถอะว่าเขาไม่ไปไหน ตนจึงบอกว่าแต่พ่อเขาไปแล้ว และคนอื่นๆ อีกหลายคนในพรรคก็บอกว่าเขาอยู่แน่ เพราะเขาเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส. ของพรรคเพื่อไทย ใส่เสื้อพรรค ฉะนั้น เราจึงเชื่อว่ายังไงเขาก็ไม่ไป แต่ในท้ายที่สุด เมื่อมันเกิดขึ้น ความจริงก็ปรากฏ ตนคิดว่าการตัดสินใจทางการเมืองเกิดขึ้นได้ในแต่ละคน และการตัดสินใจของประชาชนที่สั่งสอนนักการเมืองก็เป็นอำนาจของประชาชนเช่นกัน
“เอาเข้าจริงบ้านนั้น ผมก็จับทางไม่ถูกเหมือนกันปุ๊บปั๊บโผล่ ปุ๊บปั๊บโผล่ ไปรูนั้น ออกรูนี้ แต่ก่อนอยู่พรรคเพื่อไทย สักพักไปอยู่ไทยสร้างไทย สักพักกลับมาเพื่อไทย สักพักก็ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย หากสายตาไม่ดี คงจำไม่ได้ ไล่ไม่ทัน แต่เมื่อความจริงปรากฏก็จับได้ไล่ทัน ดังนั้น เมื่อเดินแยกจากกันไปโดยไม่ลาไม่ว่า แต่กลับไม่บอกความจริงด้วย ยืนยันอยู่นั่นว่าไม่ไป แต่ผู้สมัครของเราหัวใจยังว่างอยู่ ผ่าหัวใจออกดูมีแค่พรรคเพื่อไทย ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาขึ้น เพราะเราจะส่งผู้สมัครไม่ทัน เพราะเขายืนยันว่าไม่ไป แต่เมื่อเรามีผู้สมัครทีนี้ก็จะได้รู้ว่าไผเป็นไผ ซึ่งวิธีการทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่าคนเมืองพล คนขอนแก่น ไม่ใช่อะไรก็ได้ ถ้าไม่ตรงไปตรงมา ก็กลับเพื่อไทย ฉะนั้น ขอให้ส่งเขากลับบ้านไป เอาเพื่อไทยเข้ามาแทน” ณัฐวุฒิกล่าว
จากนั้น ณัฐวุฒิได้กล่าวถึงนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย เช่น นโยบายประกันกําไร 30% ให้พืชผลทางการเกษตรดีขึ้น ซึ่งข้าวเหนียวราคาขึ้น ข้าวเจ้าราคาขึ้น ตกอยู่อย่างเดียวคือข้าวฟ่าง
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


