จากการประกาศผลการเลือกตั้งเมียนมาอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา พรรคพันธมิตรทหารอย่าง ‘พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา’ หรือ ‘พรรค USDP’ ชนะการเลือกตั้งทั้ง 3 เฟส สามารถกวาดที่นั่งส่วนใหญ่ในรัฐสภาแห่งสหภาพ (Pyidaungsu Hluttaw) ไปครองได้สำเร็จ
เบื้องต้น พรรค USDP ครองที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร (Pyithu Hluttaw) ไปได้ 232 จากทั้งหมด 264 ที่นั่ง และครองที่นั่งในสภาชาติพันธุ์ หรือ วุฒิสภา (Amyotha Hluttaw) ไปได้ 109 จากทั้งหมด 157 ที่นั่งที่มีการประกาศผลแล้ว
ไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล
รัฐสภาคาดว่าจะเปิดประชุมในเดือนมีนาคม เพื่อเลือกประธานาธิบดี และรัฐบาลชุดใหม่มีกำหนดจะเข้ารับตำแหน่งในเดือนเมษายนนี้
โดยผู้นำรัฐประหารอย่าง พลเอกอาวุโสมินอ่องหล่าย คาดว่าจะยังคงมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลชุดต่อไป
ความกังวลเรื่องความชอบธรรม
การเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากทั้งนักสิทธิมนุษยชน และบรรดาชาติตะวันตกว่าเป็นเพียง ‘การจัดฉาก’ หรือ ‘ละครทางการเมือง’ เนื่องจาก การเลือกตั้งเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะสงครามกลางเมือง การปราบปราม และการยุบพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรค NLD ของอองซาน ซูจี นอกจากนี้รัฐธรรมนูญเมียนมาฉบับปัจจุบันยังรับประกันที่นั่งในสภาให้แก่กองทัพมากถึง 25% เพื่อรักษาอำนาจในการควบคุมและบริหารประเทศ
สหประชาชาติระบุว่า ประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยเช่นชาวโรฮีนจา ถูกกีดกันสิทธิในการเลือกตั้ง และมีรายงานผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนอย่างน้อย 170 คนจากการโจมตีทางอากาศ รวมถึงมีการจับกุมประชาชนราว 400 คนในช่วงการเลือกตั้ง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากความหวาดกลัว เป็นเหตุให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ลดลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ขณะที่การลงคะแนนเสียงถูกยกเลิกในหลายพื้นที่ที่มีการสู้รบระหว่างกองทัพและกลุ่มต่อต้าน
ด้านอาเซียน (ASEAN) ประกาศไม่รับรองกระบวนการเลือกตั้งนี้ ทางด้านสหรัฐอเมริการะบุว่า กำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะประเมินมาตรการต่อไป โดยเรียกร้องให้กองทัพลดการใช้ความรุนแรงและเปิดให้มีการเจรจาระหว่างกลุ่มผู้ขัดแย้ง
แฟ้มภาพ: Sefa Karacan / Anadolu Agency via Getty Images
อ้างอิง:


