การปรากฏตัวแบบไม่อยู่ในกำหนดการของ Elon Musk บนเวที World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส กลายเป็นหนึ่งในเซสชันที่คนประหลาดใจมากที่สุดของปี เพราะเจ้าตัวเคยวิจารณ์เวทีนี้ว่าเป็นของพวกอีลิต และ ‘โคตรน่าเบื่อ’ มาก่อน
บทสนทนาระหว่าง Musk กับ Larry Fink ซีอีโอ BlackRock ไม่ได้ให้ข่าวใหม่เชิงธุรกิจมากนัก แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ภาพใหญ่ของโลกเศรษฐกิจยุคถัดไปกำลังถูกนิยามใหม่อย่างจริงจัง โดยมี AI, พลังงาน และอวกาศ เป็นแกนกลาง
อนาคตของมนุษยชาติ ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือ ‘การอยู่รอดของอารยธรรม’
Musk อธิบายว่า “สิ่งที่เชื่อม Tesla, SpaceX, AI และหุ่นยนต์เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ใช่ผลกำไร แต่คือเป้าหมายเดียว คือ เพิ่มโอกาสที่อารยธรรมมนุษย์จะมีอนาคตที่ดี”
เขามองว่า ‘จิตสำนึก’ และสิ่งมีชีวิตอาจเป็นสิ่งที่หายากที่สุดในจักรวาล และโลกอาจเป็นเพียง ‘เทียนเล่มเล็กในความมืดอันเวิ้งว้าง’ หากมนุษย์ยังจำกัดตัวเองอยู่บนดาวเคราะห์เพียงดวงเดียว ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จะยังคงสูง
นั่นคือเหตุผลที่ SpaceX ถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่เพื่อการท่องอวกาศ แต่เพื่อทำให้มนุษย์กลายเป็น สิ่งมีชีวิตหลายดาว (multi-planet species)
AI และหุ่นยนต์: เส้นทางสู่เศรษฐกิจแห่งความอุดมสมบูรณ์
บนเวทีดาวอส Musk ย้ำแนวคิดเดิมที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่า โลกจะไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ หากไม่มี AI และหุ่นยนต์ในระดับมหาศาล
เขาคาดการณ์ว่าในอนาคต AI
- จะฉลาดกว่ามนุษยชาติรวมกันทั้งหมดภายในปี 2030–2031
- จะมีหุ่นยนต์มากกว่าจำนวนประชากรโลก
- จะเกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ตรรกะของ Musk ตรงไปตรงมา เมื่อแรงงานไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป สินค้าและบริการจะล้นระบบ เศรษฐกิจจะเข้าสู่ยุค ‘abundance economy’ หรือ ‘เศรษฐกิจล้นเกิน’
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า โลกไม่สามารถมีทั้ง ‘งานที่จำเป็นต้องทำ’ และ ‘ความอุดมสมบูรณ์สำหรับทุกคน’ พร้อมกันได้ คำถามใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือ มนุษย์จะนิยามความหมายของชีวิตอย่างไร ในโลกหลังแรงงาน

Optimus และ Robotaxi: อนาคตที่เริ่มจับต้องได้
หนึ่งในไม่กี่ประเด็นที่ถือเป็นข้อมูลใหม่ คือไทม์ไลน์ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus
Musk ระบุว่า Tesla อาจเริ่มจำหน่ายหุ่นยนต์ให้ประชาชนได้ภายในปลายปีหน้า หลังผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความเสถียร
ด้านรถยนต์ไร้คนขับ เขายืนยันว่า Full Self-Driving ได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่องระดับรายสัปดาห์ และเริ่มมีการใช้งาน Robotaxi แล้วในบางเมืองของสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะขยายวงกว้างมากขึ้นภายในปีนี้ ขณะที่ยุโรปและจีนยังรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
แม้นักลงทุนยังรอคำตอบเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจน แต่ทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์อัตโนมัติกำลังเดินหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คอขวดใหม่ของโลก AI: ไม่ใช่ชิป แต่คือไฟฟ้า
ประเด็นสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของเวที คือคำเตือนของ Musk ว่าโลกกำลังผลิตชิป AI ได้เร็วกว่าไฟฟ้าที่จะใช้มัน
ขณะที่การผลิตชิปเติบโตแบบ exponential การผลิตไฟฟ้าโลกกลับขยายตัวเพียงราว 4% ต่อปี ทำให้ ‘พลังงาน’ กลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของยุค AI
Musk ชี้ให้เห็นถึงความได้เปรียบของจีน ซึ่งลงทุนพลังงานขนาดมหาศาล โดยเฉพาะโซลาร์ พร้อมย้ำว่า หากมองเชิงฟิสิกส์ พลังงานเกือบทั้งหมดในระบบสุริยะล้วนมาจากดวงอาทิตย์
ในมุมมองของเขา พลังงานแสงอาทิตย์คือแหล่งพลังงานหลักของโลกอนาคตอย่างแท้จริง
AI ในอวกาศ: แนวคิดที่เริ่มจริงจัง
หนึ่งในแนวคิดที่ถูกพูดถึงมาก คือการสร้าง ศูนย์ประมวลผล AI ในอวกาศ
Musk ระบุว่า SpaceX มีแผนปล่อยดาวเทียม AI ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเชื่อว่าในอีก 2 – 3 ปี ต้นทุนการวาง AI ที่ต่ำที่สุดอาจไม่ใช่บนโลกอีกต่อไป
อวกาศมีพื้นที่ไม่จำกัด ไม่แย่งทรัพยากรบนโลก และสามารถขยายกำลังการผลิตพลังงานได้ในระดับที่โลกไม่เคยมีมาก่อน
มัสก์ปิดฉากการขึ้นเวทีดาวอสครั้งแรกด้วยถ้อยคำเชิญชวนให้มองโลกในแง่ดี
“ถ้าจะให้ผมฝากประโยคสุดท้ายไว้ ผมอยากสนับสนุนให้ทุกคนมองอนาคตด้วยความหวัง และรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะมาถึง” มัสก์กล่าว
“การเป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้วผิด ยังดีกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายแล้วถูก”


