จาก Multilateralism สู่ Minilateralism! เปิดตัวรายงาน Global Cooperation Barometer 2026 ของ World Economic Forum เผยความร่วมมือทั่วโลก (Global Cooperation) กำลังเกิดการวิวัฒน์ ชี้กำลังหมดยุคเวทีใหญ่ จับกันเป็นกลุ่มเล็ก คล่องตัวและรักษาผลประโยชน์ได้มากกว่า หลังระบอบพหุภาคีนิยม (Multilateralism) เผชิญกับกระแสลมต้านที่รุนแรง ทำให้ทั่วโลกหันไปรวมกลุ่มกันแบบเล็กลง แต่มีความยืดหยุ่นมากกว่า (Minilateralism)
World Economic Forum (WEF) เปิดเผยรายงาน ดัชนีชี้วัดความร่วมมือระดับโลก ประจำปี 2026 (Global Cooperation Barometer 2026) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้ระดับความร่วมมือโดยรวมแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แนวทางความร่วมมือ ‘กำลังมีวิวัฒนาการ’ จากระบบพหุภาคี (Multilateralism) เวทีใหญ่ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ไปสู่การจับกลุ่มพันธมิตรขนาดย่อมที่มีความคล่องตัวมากขึ้น (Minilateralism)
“แรงกดดันมหาศาลต่อสถาบันพหุภาคีกำลังส่งผลให้ความร่วมมือระดับโลกเกิดการวิวัฒนาการมากกว่าที่จะถดถอย โดยขณะที่รูปแบบความร่วมมือแบบพหุภาคีลดลง กลุ่มพันธมิตรประเทศที่มีขนาดเล็กและมีความคล่องตัวกว่า รวมถึงภาคเอกชนในบางกรณี กลับมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาระดับความร่วมมือโดยรวม” รายงานระบุ
Børge Brende ประธานและซีอีโอของ World Economic Forum กล่าวว่า “ท่ามกลางช่วงเวลาที่ผันผวนและไม่แน่นอนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ความร่วมมือได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง แม้ความร่วมมือในวันนี้อาจดูแตกต่างไปจากในอดีต แต่แนวทางการทำงานร่วมกันยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างชาญฉลาด เร่งสร้างนวัตกรรมอย่างรับผิดชอบ และเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในยุคที่ความแน่นอนลดน้อยลง แนวทางที่ยืดหยุ่น คล่องตัว และขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย มีแนวโน้มที่จะต้านทานความปั่นป่วนในปัจจุบันและส่งมอบผลลัพธ์ได้ดีที่สุด”
ทั้งนี้ Global Cooperation Barometer ซึ่งจัดทำร่วมกับ แมคคินซีย์ แอนด์ คอมพานี (McKinsey & Company) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2024 มีไว้เพื่อทำหน้าที่ประเมินความร่วมมือระดับโลกผ่าน 5 มิติ ได้แก่ การค้าและเงินทุน, นวัตกรรมและเทคโนโลยี, สภาพภูมิอากาศและทุนทางธรรมชาติ, สุขภาพและสุขภาวะ, และสันติภาพและความมั่นคง โดย Barometer ดังกล่าวสร้างขึ้นจาก 41 ตัวบ่งชี้ โดยใช้ปี 2020 เป็นฐานดัชนีเพื่อสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงโรคระบาด
เจาะลึกแนวโน้ม ความร่วมมือ 5 เสาหลัก ประจำปี 2026
โดยแนวโน้มโดยรวมพบว่า ความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศและเทคโนโลยีมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งแม้ต้องเผชิญกับอุปสรรค ด้านสุขภาพและการค้ายยังคงทรงตัว ขณะที่ความร่วมมือด้านสันติภาพและความมั่นคงลดลงอย่างรุนแรง
- ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation & Technology): มีการขยายตัวขึ้นอย่างโดดเด่น การเคลื่อนย้ายบุคลากรที่มีความสามารถ (Talent flows) และบริการด้านไอทีเติบโตขึ้น แม้จะมีการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างชาติมหาอำนาจ แต่เกิดรูปแบบความร่วมมือใหม่ๆ ในกลุ่มประเทศพันธมิตร โดยเฉพาะด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐาน 5G
- ด้านสภาพภูมิอากาศและทุนทางธรรมชาติ (Climate & Natural Capital): เติบโตขึ้นจากการระดมทุนและการขยายตัวของเทคโนโลยีสะอาด (Clean Tech) ที่แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 โดยกลุ่มประเทศต่างๆ เริ่มผนวกเป้าหมายลดคาร์บอนเข้ากับความมั่นคงทางพลังงาน
- ด้านการค้าและเงินทุน (Trade & Capital): อยู่ในภาวะทรงตัว (Flat) ปริมาณการค้าสินค้าเติบโตช้ากว่าเศรษฐกิจโลก และเริ่มเปลี่ยนทิศทางการไหลเวียนไปยัง “ประเทศพันธมิตรที่มีแนวคิดตรงกัน” (Aligned partners) มากขึ้น
- ด้านสุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness): ทรงตัวเช่นกัน แม้ผลลัพธ์ทางสุขภาพจะดูดีขึ้นหลังยุคโควิด-19 แต่มีความเปราะบางซ่อนอยู่ เนื่องจากความช่วยเหลือด้านการพัฒนาสุขภาพลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง
- ด้านสันติภาพและความมั่นคง (Peace & Security): เป็นเสาหลักเดียวที่ “ลดลงอย่างรุนแรง” ตัวชี้วัดทุกตัวต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 ความขัดแย้งและการใช้จ่ายทางทหารเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กลไกแก้ปัญหาระดับโลกประสบปัญหาในการระงับวิกฤต ส่งผลให้ยอดผู้พลัดถิ่นทั่วโลกพุ่งแตะ 123 ล้านคน
รายงาน Global Cooperation Barometer 2026 ยังสรุปว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคของการเขียนกฎความร่วมมือใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีโครงสร้างใหม่ๆ ตั้งแต่ข้อตกลงการค้าไปจนถึงพันธมิตรด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยผู้นำจำเป็นต้องฟื้นฟูบทสนทนาที่มีประสิทธิภาพเพื่อระบุผลประโยชน์ร่วมกัน ท่ามกลางโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น


