วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการสอบสวนโรคฝีดาษวานร (Mpox) ภายในเรือนจำ หลังบูรณาการความร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เชิงรุก ล่าสุดจากการตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 49 ราย ซึ่งประกอบด้วยผู้ต้องขังและอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสร.) ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดดูแลผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนหน้านี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวน 2 ราย
สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 2 ราย เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ โดยสภาพร่างกายทั่วไปแข็งแรงดี มีเพียงอาการผื่นหนองเล็กน้อย จัดเป็นผู้ป่วยกลุ่มอาการไม่รุนแรง ขณะนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรายอื่นที่เหลือ ผลการตรวจร่างกายยังปกติ แต่ยังคงต้องแยกกักตัวเพื่อสังเกตอาการให้ครบ 21 วัน ตามมาตรฐานการควบคุมโรค
ด้าน พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ได้ยกระดับมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการเยี่ยมญาติมาเป็นระบบสื่อสารทางไกล (Video Conference) เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อ พร้อมกำหนดมาตรการตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยงวันละ 2 ครั้ง ตลอดระยะเวลาเฝ้าระวัง 21 วัน
“ขอให้มั่นใจว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังจำกัดวงอยู่เฉพาะภายในพื้นที่ แดน 6 เท่านั้น ยังไม่พบการแพร่ระบาดไปยังแดนอื่นๆ และเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังผู้ต้องขังทุกแดนอย่างใกล้ชิด” อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยืนยัน
ขณะที่ นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมถึงมาตรการทางการแพทย์ว่า ได้ดำเนินการสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรให้กับกลุ่มเสี่ยงสูงหลังสัมผัสโรคไปแล้วจำนวน 25 ราย (ผู้ต้องขัง 21 ราย และบุคลากรทางการแพทย์ 4 ราย) รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันให้กับบุคลากรของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อีก 20 ราย ซึ่งเบื้องต้นไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมสำรองยา Tecovirimat (TPOXX) สำหรับรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือมีอาการรุนแรงไว้พร้อมแล้ว รวมถึงแจกจ่ายสื่อความรู้ 100 ชุด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องลดความตื่นตระหนกในเรือนจำ
ในส่วนของการควบคุมสุขอนามัย ผลการเก็บตัวอย่างจากจุดสัมผัสร่วม 10 จุดภายในเรือนจำ ไม่พบสารพันธุกรรมของเชื้อ Mpox แต่ยังคงกำชับให้ทำความสะอาดพื้นที่พักอาศัยและห้องแยกกักอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการปล่อยตัว ทางกรมฯ ได้ประสานงานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปลายทางเพื่อติดตามเฝ้าระวังอาการต่อจนครบกำหนด
กรมควบคุมโรคขอยืนยันว่า สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุม สามารถติดตามสอบสวนโรคได้ครบถ้วน หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


