×

NASCAR สนามแข่งที่เป็นชีวิตใหม่ของไมเคิล จอร์แดน

30.03.2026
  • LOADING...
ไมเคิล จอร์แดน เจ้าของทีม 23XI Racing ในสนามแข่ง NASCAR

สำหรับแฟนกีฬาทั่วโลก ชื่อของไมเคิล จอร์แดน คือตำนานตลอดกาลของวงการบาสเก็ตบอล เป็นหนึ่งไม่มีสอง ไม่มีใครที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว

 

แต่สำหรับตัวของจอร์แดน เขาคือคนที่ยังคลั่งไคล้กับการแข่งขันกีฬาไม่เคยเปลี่ยน และแม้ในวัย 63 ปีร่างกายของเขาจะไม่แข็งแรงพอที่จะลงสนามไปวาดลวดลายให้โลกจำเหมือน ‘The Last Dance’ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ‘MJ’ ยังคงแข่งขันในอีกรูปแบบ

 

สนามคราวนี้ไม่ใช่สนามบาสเก็ตบอล ไม่ใช่สนามเบสบอล รวมถึงไม่ใช่สนามฮอคกี้น้ำแข็ง, อเมริกันฟุตบอล หรือซ็อคเกอร์ที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นรถแข่ง NASCAR

 

การแข่งขันรถสุดมันที่จอร์แดน ไม่ได้ต้องการแค่ชัยชนะในฐานะเจ้าของทีมรถแข่ง ‘23XI Racing’

 

เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของ NASCAR ใหม่ และเกมนี้เขาแพ้ไม่ได้

 

ไมเคิล จอร์แดน เจ้าของทีม 23XI Racing ในสนามแข่ง NASCAR 1

 

ในความเป็นนักกีฬาระดับ Icon หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าอีกสิ่งที่เขาหลงรักในระดับคลั่งไคล้คือรถยนต์

 

ไม่ได้รักแค่สะสมแต่รักทุกอย่างของมัน ไปจนกระทั่งถึงเรื่องของเครื่องยนต์กลไกลที่เขาหลงไหลมันตามไปด้วย โดยความรักและความหลงไหลนั้นสืบทอดมาจาก เจมส์ จอร์แดน คุณพ่อที่เก่งกาจในเรื่องของเครื่องยนต์กลไก

 

“เขาดูแลรถของเพื่อนบ้านทุกคน เขาซ่อมรถของพวกเราเองด้วย เขาไม่เคยส่งรถไปเข้าศูนย์บริการเลย เขาจะหาวิธีซ่อมมันด้วยตัวเอง” จอร์แดนเล่าถึงความทรงจำที่มีต่อพ่อผู้จากไป “ดังนั้นผมคิดว่ามันคือการสะท้อนถึงความรักที่เขามีต่อรถ พ่อผมขับรถเร็ว แม่ผมก็ขับรถเร็ว” จอร์แดนตอบคำถามในรายการ CBS Sunday Morning

 

เรื่องนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จอร์แดน ตัดสินใจที่จะตั้งทีมรถแข่งของเขาเองในชื่อ ‘23XI Racing’ ในปี 2020 ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเจอมาก่อนอย่างโรคระบาดโควิด-19

 

ครั้งนั้นจอร์แดนตกเป็นกระแสข่าวลือมากมายว่าเขาต้องการที่จะตั้งทีมรถแข่ง NASCAR ขึ้นมา โดยจะจับมือกับ เดนนี แฮมลิน นักขับระดับแชมป์รายการ Daytona 500 ถึง 3 สมัย เพื่อซื้อทีมรถแข่ง เพียงแต่แฮมลินเองก็ไม่อยากจะเชื่อข่าวลือเหมือนกัน เพราะจอร์แดนกับโลกของรถแข่งเป็นเรื่องที่ดูไกลกันเหมือนดาวโลกกับดวงอาทิตย์ ไม่น่าเป็นไปได้

 

“ผมจำได้ไม่ลืมเลย ผมได้อ่านบทความที่ไม่เป็นความจริงที่บอกว่าเดนนี เฮมลินกับไมเคิล จอร์แดน กำลังมองหาโอกาสที่จะซื้อทีมรถแข่ง NASCAR”

 

แฮมลินส่งบทความชิ้นนี้ไปให้จอร์แดนอ่าน และได้คำตอบกลับมาว่า “นี่มันไม่จริง แต่ถ้าคุณอยากจะทำให้มันเป็นเรื่องจริงก็บอกผมได้นะ”

 

เท่านั้นเอง ข่าวลือก็กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาทันที

 

จอร์แดนซื้อและตั้งทีมรถแข่งของเขาขึ้นมาจริงๆ

 

แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่การซื้อและปล่อยให้คนอื่นที่เป็นมืออาชีพเข้ามาบริหารทีมโดยที่เจ้าของทีมในฐานะนักลงทุนอย่างจอร์แดนแค่รอตัวเลขผลประกอบการ

 

เพราะเขามองเห็นความไม่ชอบมาพากลอะไรบางอย่างที่ทำให้ไม่ค่อยชอบใจนัก และยิ่งเวลาผ่าน ความรู้สึกของจอร์แดนก็ยิ่งแรงกล้า เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงวงการนี้ให้ได้

 

เรื่องของเรื่องนั้น NASCAR นั้นครอบครัว France ที่บริหารจัดการมาตั้งแต่ปี 1948 ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบครั้งใหญ่ในปี 2016 โดยมีการแนะนำระบบ Charter หรือการขายแฟรนไชส์ที่จะการันตีว่าจะมีทีมลงแข่งขันในแต่ละรายการ (Cup series) จำนวน 36 ทีม โดยแต่ละทีมจะได้รับการการันตีโอกาสในการหารายได้ใหม่ (New revenue opportunities)

 

ในสายตาของคนที่เก่งไม่เป็นรองใครในคอร์ตบาสฯ และในสนามธุรกิจกับแบรนด์ Jordan เจ้าตัวมองว่าระบบนี้มันมีสิ่งที่ผิดอย่างชัดเจน และตัวของเขาเองก็ไม่คิดที่เงียบไว้แล้วปล่อยให้เรื่องมันผ่านไปเฉยๆ แต่เขากลับลุกขึ้นสู้ด้วยการยื่นคำร้องทางกฎหมายในช่วงเดือนตุลาคม

 

ไมเคิล จอร์แดน เจ้าของทีม 23XI Racing ในสนามแข่ง NASCAR 2

 

เขายื่นฟ้อง NASCAR ว่าเป็นการบริหารจัดการแบบผูกขาด (Monopoly) มีการควบคุมว่าจะมีการใช้สนามที่ไหน ควบคุมการอนุญาตการสนับสนุนรถ และทำให้ทีมที่เข้าแข่งต้องเผชิญกับข้อจำกัดต่างๆ มากมายรวมถึงเรื่องของสิทธิ์ที่จะได้เข้าร่วมแข่งขัน

 

การต่อสู้ครั้งนี้จอร์แดนรู้ว่าเขาแพ้ไม่ได้ หากต้องการจะเปลี่ยนระเบียบของโลก NASCAR ใหม่

 

และเขารู้ว่าไม่ว่ามันจะจบลงอย่างไรเขาจะได้รับชัยชนะเสมอ

 

“การต่อสู้ครั้งนี้มันจำเป็น และผมพร้อมจะต่อสู้หนักกว่านี้อีก ต่อให้สุดท้ายผมจะโดนเตะทิ้งออกไป อย่างน้อยผมก็ทำให้ผู้คนได้ตระหนักรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้นกับกีฬาชนิดนี้”

 

“ผมไม่สนด้วยซ้ำ ต่อให้แพ้ ผมก็ชนะอยู่ดี”

 

สุดท้ายจอร์แดนไม่แพ้ ในเดือนธันวาคม 2025 NASCAR ได้บรรลุข้อตกลงใหม่ที่จะทำให้ทุกทีมได้รับข้อเสนอที่ดีขึ้นในหลายประการ

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในข้อตกลงชุดใหม่ (รายได้ที่มากขึ้น), มีการตกลงสิทธิประโยชน์กับทีมต่างๆ ใหม่และโครงสร้างรายได้ที่ทีมเหล่านี้พอใจ, กติกาใหม่ที่จะทำให้การแข่งขันชัดเจนและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

 

รวมๆ แล้วคือโลกของ NASCAR ดีขึ้นจริง

 

และจอร์แดนเปลี่ยนกีฬาชนิดนี้ได้จริง ในรูปแบบที่แตกต่างจากครั้งที่เขาเคยพลิกโฉมวงการบาสเก็ตบอลเมื่อ 40 ปีที่แล้ว

 

การเอาจริงเอาจังใน NASCAR ของ MJ อาจทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมเขาถึงต้องยอมทำขนาดนี้

 

แต่คนแบบนี้ไม่เคยไม่มีเหตุผล และเหตุผลเดียวที่เพียงพอจะทำให้จอร์แดนทุ่มเทมากถึงเพียงนี้กับรถแข่งก็เป็นเพราะมันเป็นกีฬาที่ทำให้เขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

ไมเคิล จอร์แดน เจ้าของทีม 23XI Racing ในสนามแข่ง NASCAR 3

 

โดยแม้ว่าจะเคยบอกหลังการประกาศอำลาชีวิตการเป็นนักบาสเก็ตบอลว่าเขาต้องการชีวิตที่เงียบสงบขึ้น แต่การเป็นเจ้าของทีมรถแข่งนั้นแน่นอนว่าย่อมทำให้เขามีชีวิตที่ยุ่งเหยิงขึ้นมากพอสมควร แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องการ

 

และเขาก็ต้องการเติมสิ่งที่เรียกว่า ‘Champions Mindset’ ให้กับทีมรถแข่งของเขาด้วยการลงมามีส่วนร่วมกับทีมอย่างจริงจัง ซึ่งแม้มันอาจจะไม่ได้ทำให้เขาต้องเป็นข่าวใหญ่เหมือนสมัยยังโลดแล่นใน NBA กับชิคาโก บูลส์

 

“แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมยังมีชีวิต”

 

ชีวิตที่ครั้งนึงเคยยุ่งเหยิง ยุ่งยาก และเต็มไปด้วยแรงกดดันมากมาย เพราะในฐานะไอคอนของวงการ จอร์แดนตกเป็นเป้าหมายและสายตาของผู้คนมากมายที่จับจ้องเขาตลอดเวลาทุกวินาที ซึ่งไม่ได้สงวนแค่เรื่องของการทำผลงานในสนาม แต่รวมถึงการดำเนินชีวิตในแต่ละเดือนแต่ละวันด้วย

 

มันเป็นราคาที่คนเป็นเบอร์หนึ่งต้องจ่ายไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม และสุดท้ายมันทำให้เขาอ่อนระโหยเต็มที

 

ถึงอย่างน้อยหากมันจะมีสักโอกาสที่เขาจะได้หยิบลูกบาสขึ้นมาชูตอีกครั้ง

 

“ผมอยากจะทำมันอย่างแน่นอน เชื่อผมเถอะ”

 

ส่วนคำถามที่จะถูกดีเบตไปตลอดกาลกับสถานะ G.O.A.T. จอร์แดนฝากถึงทุกคนว่าอย่าไปอะไรกับมันมาก

 

“สำหรับผมนะ เรื่อง G.O.A.T. มันไม่ได้มีจริงหรอก” เพราะในฐานะนักกีฬา แต่ละคนก็พร้อมจะเรียนรู้จากคนอื่นและทำให้ทุกอย่างดียิ่งขึ้นก็เท่านั้น “การจะบอกว่าใครเก่งกว่าใครมันไม่ใช่เรื่อง”

 

ถึงจะเป็นเบอร์หนึ่ง จอร์แดนเองก็ยอมรับว่าชีวิตของเขาเองก็เคยผิดและพลาดมาเหมือนกัน เขาก็ต้องศึกษาบทเรียนจากความผิดพลาดในชีวิตของตัวเองเหมือนกัน

 

แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเคยทำและยังทำอยู่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือไม่ว่าจะทำอะไร เขาจะใส่หัวใจลงไปกับมันเสมอ

 

ไม่ว่าจะบาสเก็ตบอล เบสบอล หรือ NASCAR

 

ในวัย 63 ปีที่ชีวิตควรจะนิ่ง จอร์แดนจึงกลับมาซิ่งอีกครั้งในบทเจ้าของทีมรถแข่งที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

 

และดูจากอาการของเขาในสนาม บางครั้งเขาอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาตกหลุมรักมันมากขนาดไหน

 

อ้างอิง

 

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising