×

เปิดมาตรการมาเลเซียออกกฎเหล็กคุม ‘เดินป่า’ สกัดภัย FOMO ในโซเชียลฯ จนละเลยความปลอดภัย

03.08.2026
  • LOADING...
นักเดินป่ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางในป่า

มาเลเซียออกกฎควบคุมการเดินป่า หลังพบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวหลงป่าเพิ่มมากขึ้น เพราะกระแส ‘กลัวตกเทรนด์’ (FOMO) ในโซเชียลมีเดีย ทำให้ประเมินความเสี่ยงต่ำ ออกเดินทางโดยขาดประสบการณ์และการเตรียมพร้อม

 

 

มาเลเซียออกกฎคุมการเดินป่าอย่างไร

 

วันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมาเลเซียประกาศมาตรการเข้มงวดในการควบคุมกิจกรรมเดินป่า โดย ไซเอ็ด อิบราฮิม ไซเอ็ด นอห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงให้เหตุผลว่า นักเดินป่าบางส่วนประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป และไม่เตรียมตัวอย่างเหมาะสม ทำให้มองข้ามอันตรายจากการเข้าไปในเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต

 

“เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคือลดความเสี่ยงที่นักเดินป่าจะหลงทางและป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อลดความจำเป็นในการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ซึ่งต้องใช้งบประมาณและกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก

 

“แนวทางของเราคือการป้องกันเหตุก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น ด้วยการลดความเสี่ยงจากภาวะเหนื่อยล้ารุนแรง การหลงทิศทาง และเหตุฉุกเฉินอื่นๆ” เขากล่าวระหว่างการตอบกระทู้ถามในวุฒิสภามาเลเซีย

 

สำหรับมาตรการเบื้องต้น กรมป่าไม้รัฐเประออกคำสั่งห้ามกิจกรรม ‘Compressed Hike’ หรือการเดินป่าแบบย่นระยะเวลาในพื้นที่เสี่ยงสูง เช่นเดียวกับกรมคุ้มครองสัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติที่บังคับใช้ข้อจำกัดแบบเดียวกันในแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยพื้นที่เสี่ยงสูง 189 แห่งต้องมีมัคคุเทศก์นำทาง

 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเพิ่มมาตรการคัดกรองก่อนขึ้นเขา เช่น นักเดินป่าต้องยื่นแบบแสดงข้อมูลสุขภาพ ตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ และเข้ารับการตรวจคัดกรองอาการเจ็บป่วยจากพื้นที่สูงและภาวะแพ้ความสูง โดยเฉพาะผู้ที่เตรียมขึ้นภูเขาคินาบาลูในรัฐซาบาห์ และภูเขาตาฮันในรัฐปะหัง

 

ขณะเดียวกัน ทางการมาเลเซียยังพัฒนาเทคโนโลยีช่วยค้นหา เช่น ระบบบริหารจัดการเส้นทางเดินป่าที่อาศัยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และเทคโนโลยีสำรวจระยะไกล ซึ่งพัฒนาร่วมกับองค์การอวกาศมาเลเซีย

 

อุบัติเหตุ อาการป่วย และสิ่งลี้ลับ ผลที่เกิดขึ้นจากกระแส FOMO ในโซเชียลมีเดีย

 

ที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียในมาเลเซียเกิดกระแส Compressed Hike ในโลก TikTok ซึ่งถูกเรียกว่า HikeTok โดยได้รับความนิยมจากกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่ตัดสินใจเดินป่าในเส้นทางที่ยากภายใน 1 วัน ไปจนถึงการเก็บจำนวนยอดเขาที่พิชิตให้ได้มากที่สุด

 

มีข้อวิจารณ์ว่า เทรนด์ดังกล่าวแสดงให้เห็นความสำเร็จของบุคคลในโซเชียล จนทำให้เกิดความรู้สึก ‘กลัวตกกระแส’ ในคนบางกลุ่ม ขณะที่ทำให้การเข้าถึงธรรมชาติกลายเป็นเรื่องของการแข่งขันและการสะสมความสำเร็จ

 

ทั้บนี้ มูฮัมหมัด อาลิฟฟ์ อับดุลลาห์ ประธานสมาคมเวชศาสตร์ภูเขาแห่งมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์กับ The Star ว่า แม้กิจกรรมกลางแจ้งและการเดินป่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ความตระหนักด้านความปลอดภัยกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะนักเดินป่าจำนวนมากยังไม่เข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

 

เขาอธิบายว่า ปัญหาเกิดขึ้นเพราะโซเชียลมีเดียแสดงเฉพาะภาพปลายทางที่สวยงาม แต่ปกปิดความยากลำบากและความเสี่ยงระหว่างเส้นทาง ทำให้นักเดินป่าหลายคนเลือกเส้นทางที่ท้าทายโดยไม่มีประสบการณ์พื้นฐาน ไม่ได้ฝึกสภาพร่างกายอย่างเพียงพอ และไม่ประเมินความสามารถของตนเองตามความเป็นจริง

 

สิ่งที่ตามมาคืออาการป่วย เช่น ความเหนื่อยล้ารุนแรง ภาวะตัวเย็นเกิน หรือภาวะแพ้ความสูงเฉียบพลัน ซึ่งทำให้นักเดินป่าสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ ขณะที่เหตุฉุกเฉินในป่าส่วนใหญ่มักเกิดจากความบกพร่องหลายด้านต่อเนื่องกัน

 

รายงานระบุว่า ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือ การไม่รักษาระเบียบของกลุ่ม ปฏิเสธที่จะย้อนกลับเมื่อสภาพอากาศเลวร้าย และพึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากเกินไป โดยไม่มีทักษะพื้นฐานด้านการนำทางและการเอาตัวรอด

 

น่าสนใจว่า มูฮัมหมัด อาลิฟฟ์ยังกล่าวถึง ‘ความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับ’ หรือข้อห้ามในป่าว่า แม้ควรเคารพธรรมเนียมท้องถิ่น แต่การอธิบายเหตุการณ์ควรยึดหลักวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เนื่องจากอาการที่ถูกมองว่าเป็นการรบกวนจากสิ่งลี้ลับ อาจเกิดจากภาวะขาดน้ำ ความตื่นตระหนก การนอนไม่พอ หรือออกซิเจนไปเลี้ยงสมองลดลง รวมถึงเป็นสัญญาณของภาวะสมองบวมจากที่สูง

 

“อย่าขึ้นเขาด้วยความอยากเอาชนะ” ประธานสมาคมเวชศาสตร์ภูเขากล่าว พร้อมระบุว่า การปฏิรูปที่สำคัญที่สุดคือการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่มีวุฒิภาวะมากขึ้นในหมู่นักทำกิจกรรมกลางแจ้ง

 

ส่วน โนริมาห์ อับดุล คาริม จากสมาคมมัคคุเทศก์ภูเขาป่าไม้รัฐสลังงอร์ ระบุว่า การฝ่าฝืนมาตรฐานปฏิบัติงานยังเป็นปัญหาใหญ่ โดยนักเดินป่าบางส่วนไม่รักษาระเบียบของกลุ่ม ไม่ใช้ระบบจับคู่ดูแลกัน และเร่งขึ้นไปถึงยอดเขาเป็นคนแรก

 

เธอยังเตือนว่า นักเดินป่าบางคนพกอุปกรณ์น้อยเกินไป เพื่อให้ดูคล้ายนักวิ่งเทรลมืออาชีพบนโซเชียลมีเดีย และให้ความสำคัญกับการสร้างคอนเทนต์มากกว่าความปลอดภัยของตนเอง

 

นอกจากนี้ ยังพบกระแสการเดินป่าแบบ ‘Trans’ ซึ่งเป็นการเดินทางต่อเนื่องผ่านยอดเขาหลายแห่งโดยไม่มีการเตรียมตัวอย่างเพียงพอ โนริมาห์จึงสนับสนุนให้บังคับใช้บริการมัคคุเทศก์ภูเขาป่าไม้สำหรับกิจกรรมเดินป่าในพื้นที่ที่สูงเกิน 500 เมตร

 

แฟ้มภาพ: Boyloso / Shutterstock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising