ท่ามกลางกระแสการหาเสียงเลือกตั้งที่เน้นนโยบายสวัสดิการและปากท้อง อีกหนึ่งภาคส่วนที่ถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจใหม่อย่าง ‘เทคโนโลยี’ กลับดูเหมือนจะถูกพูดถึงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง LINE MAN Wongnai หนึ่งในตัวแทนจากภาคเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มไทย ได้ร่วมแชร์มุมมองในรายการพิเศษ #WEALTHRoundtableSpecialEP2 ไว้อย่างน่าสนใจว่า วงการเทคไทยนั้นเติบโตมาด้วยการ ‘พึ่งพาตัวเอง’ เป็นหลัก จนแทบไม่หวังพึ่งโบนัสหรือความช่วยเหลือจากภาครัฐ
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
แต่หากประเทศไทยต้องการจะก้าวไปสู่การเป็นประเทศเทคที่แท้จริง มีโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งตีให้แตกดังนี้
1. บทเรียนค่าแรงขั้นต่ำ โจทย์คือ ‘สมดุล’
ในมุมมองของแพลตฟอร์มที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งไรเดอร์, ร้านอาหาร และผู้บริโภค ยอดระบุว่าการปรับค่าแรงไม่ใช่เรื่องของตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่คือการหาจุดสมดุล (Optimization) เพราะหากปรับขึ้นอย่างรุนแรงแบบไม่เป็นไปตามกลไกตลาดในระยะเวลาอันสั้น จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทันที ตั้งแต่ต้นทุนอาหารที่แพงขึ้น ค่าส่งที่สูงขึ้น จนท้ายที่สุดผู้บริโภคคือผู้ที่ต้องแบกรับภาระ
ยอดเสนอว่านโยบายที่ยั่งยืนกว่าคือการปรับแบบมีกรอบเวลาที่ชัดเจนและคาดการณ์ได้ เช่น การขึ้นค่าแรงอย่างน้อย 4% ใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีเวลาปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ไปพร้อมกัน
2. ยุทธศาสตร์ AI อย่าตกรถ และอย่าเป็นเพียง ‘ปลายน้ำ’
“เราต้องอย่าตกรถ AI” ยอดเน้นย้ำเรื่องนี้เป็นพิเศษ โดยมองว่าแม้ไทยอาจจะแข่งสร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) กับยักษ์ใหญ่ระดับโลกไม่ได้ แต่ไทยต้องหาที่ยืนใน Supply Chain ของ AI ให้เจอ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นฐาน Data Center, ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือการเป็นผู้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี (Implementer)
นอกจากนี้ยอดได้ชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมาบริษัทเทคระดับโลกเข้ามาในไทยเพียงเพื่อจ้างงานด้าน Sales และ Marketing แต่ไม่ได้มีการถ่ายทอดความรู้ด้าน Data Science หรือการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างแท้จริง รัฐจึงควรใช้ความได้เปรียบที่คนไทยเป็น ‘Heavy User’ ในการต่อรองให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานในส่วนต้นน้ำมากขึ้น
3. บาลานซ์ ‘ควบคุม’ และ ‘สนับสนุน’ หา USP ของประเทศให้เจอ
ยอดสะท้อนว่า ช่วง 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐเน้นการ ‘ควบคุม’ มากถึง 80% และ ‘สนับสนุน’ เพียง 20% ทั้งที่อุตสาหกรรมเทคไทยยังเล็กเกินกว่าจะถูกคุมเข้มขนาดนั้น
นอกจากนี้ยอดเสนอให้ไทยหา Unique Selling Point (USP) หรือจุดขายหลักให้เจอ โดยแนะนำ ‘Lifestyle Tech’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยเก่งอยู่แล้ว ทั้งเรื่องอาหาร, การท่องเที่ยว และความสวยความงาม เพื่อสร้างความชัดเจนในสายตานักลงทุนต่างชาติ
4. ใช้ Data สร้าง Trust
ยอดฝากถึงการทำรัฐบาลดิจิทัลว่า เทคโนโลยีทำได้ไม่ยาก แต่ที่ยากคือการบังคับให้ทุกหน่วยงานแชร์ข้อมูลกัน อุปสรรคใหญ่คือความกลัวผิดมาตรา 157 หรือความเข้าใจผิดเรื่อง PDPA จนทำให้สิ่งที่ที่ควรจะเป็นดิจิทัลได้แล้วกลับต้องมาใช้วิธีแบบเดิมๆ เช่นการเซ็นเอกสารสดบนกระดาษ
ยอดเชื่อว่าหากรัฐสามารถสร้าง Centralized Database และใช้ Data มาสร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) จะช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความโปร่งใสในระบบราชการได้อย่างมหาศาล ซึ่งยอดทิ้งท้ายว่าเทคไม่ได้ต้องการการสนับสนุนอะไรมาก แต่แค่อย่าควบคุมมากก็พอ



เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


