อีกไม่กี่วันข้างหน้า ประชาชนชาวไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้ออกไปใช้สิทธิของตัวเอง เลือกพรรคการเมืองและนักการเมืองที่เราเชื่อมั่น เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเราในสภา แต่ก่อนวันที่คูหาจะเปิดขึ้น เราอยากทำหน้าที่เป็นพื้นที่ตัวกลาง เปิดโอกาสให้เสียงจากคอมมูนิตี้หลากหลายได้ถูกส่งต่อสู่สาธารณะ โดยเฉพาะถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามารับตำแหน่งในอนาคต
พวกเขาอยากบอกอะไรกับผู้นำประเทศ อยากเห็นประเทศไทยเติบโตไปในทิศทางไหน นี่คือเสียงเล็กๆ จากหลายคอมมูนิตี้ ที่เรารวบรวมและส่งต่อให้ทุกคนได้ร่วมรับฟัง

มิช–ฮามิช มัสอิ๊ด
เพื่อนบ้านอารีย์
อยากเห็นการเปลี่ยนใดในประเทศไทย
“อยากเห็นประเทศไทยมีเมืองมากกว่าแค่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อยากเห็นการกระจายอำนาจ ทำให้เกิดโอกาสในเมืองอื่นๆ เมืองอื่นมีงานให้ทำ มีขนส่งสาธารณะ มีความหวังได้เจริญเติบโต โดยเฉพาะทางศิลปะวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม กรุงเทพฯ ล้นเกินไปแล้วตอนนี้ และคนส่วนใหญ่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาก็คงไม่อยากเข้ามาแออัดในกรุงเทพฯ หรอก”
อยากฝากอะไรถึงนายกฯ ในอนาคต
“ต่อให้เก่งแค่ไหน เมื่อได้รับตำแหน่งแล้วจะเจอแรงต้าน การตรวจสอบ และคำวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ต่างจากรัฐบาลปัจจุบัน ก็ต้องเตรียมตัวยินดียอมรับแรงกระแทกด้วย คนที่เลือกให้ก็มีความคาดหวังสูง และอยากเห็นประเทศก้าวหน้าไปจริงๆ”

ต๊ะ-ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช
Surfer’s Holiday
คุณอยากเห็นการเปลี่ยนใดในประเทศไทย
“อยากให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาแยกออกจากกัน ทั้ง 2 สิ่งเป็นสิ่งที่เมืองไทยมีศักยภาพถ้าคนที่เข้ามาบริหารมีความรู้หรือสามารถดูแลได้เฉพาะด้านจะดีกว่า กอบกู้การท่องเที่ยวไทยที่กำลังเข้าสู่ขาลงสู้ประเทศอื่นไม่ได้ การกีฬาที่เต็มไปด้วยข่าวคอรัปชั่นและการสนับสนุนนักกีฬาไทยที่ไม่ดีเท่าที่ควร”
อยากฝากอะไรถึงนายกฯ ในอนาคต
“รู้สึกหมดศรัทธาและไม่เชื่อว่าเราจะได้นายกที่ดีมาบริหารประเทศ เพราะ 10 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความเละเทะของการเมือง ใครได้มาเป็นนายกฝากว่า ถ้าคุณทำดีคุณจะได้เป็นฮีโร่และเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีขึ้นได้ แต่ถ้าคุณพัฒนาประเทศได้ห่วยแตก ยุคสมัยบวกกับเด็กเจนใหม่ จะจำคุณไปตลอดชีวิต”

ซอล-อณวิทย์ จิตรมานะ
Hatyai Connext
คุณอยากเห็นการเปลี่ยนใดในประเทศไทย
“ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ทำงานสายพัฒนาเมือง อยากเห็นประเทศไทยเลิกเป็นระบบ ‘ตัวใครตัวมัน’ สักที อย่างแรกที่ต้องเกิดคือ ‘การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ’ ลองนึกภาพเรามี ตั๋วร่วมใบเดียวที่ใช้ขึ้นได้ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือแม้แต่เรือโดยไม่ต้องพกหลายบัตรให้วุ่นวาย แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกนะ มันคือการลด ‘ต้นทุนชีวิต’ ให้คนมีเงินเหลือไปทำอย่างอื่นมากขึ้น และอยากเห็นการพัฒนาที่ไม่ได้กระจุกอยู่แค่ในกรุงเทพฯ เชื่อมโยงย่านเศรษฐกิจและชุมชนเข้าด้วยกัน จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม
นอกจากนี้ ยังอยากให้ประเทศไทยมี Space หรือพื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ลองผิดลองถูก เมืองที่ดีต้องไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องเป็น Creative Sandbox ที่เอื้อให้เราสร้างมูลค่าจากไอเดียได้ การพัฒนาเมืองในมุมของผมคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ที่ทำให้คนเก่งๆ ในต่างจังหวัดรู้สึกว่าเขาสามารถเติบโตและมีอนาคตที่บ้านเกิดตัวเองได้ โดยไม่ต้องจำใจทิ้งครอบครัวเพื่อเข้ามาหางานในเมืองหลวงอย่างเดียว
อยากฝากอะไรถึงนายกฯ ในอนาคต
“ความหวังของคนรุ่นใหม่และรุ่นเก๋าไม่ได้ต้องการแค่คำสัญญาที่สวยหรู แต่เราต้องการความโปร่งใสและการทำงานที่ใช้ข้อมูลจริงมาคุยกัน อยากให้ท่านเลิกบริหารแบบสั่งการจากบนลงล่าง (Top-down) ลดขั้นตอนการทำงานที่เสียเวลาหรือช้าจนไม่ทันการ ปรับเปลี่ยนการพัฒนาบางอย่างมาใช้วิธีการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม หรือเปิดพื้นที่ให้คนที่รู้จริงและคนในพื้นที่ได้เข้าไปช่วยคิดตั้งแต่ต้น และช่วยสร้างระบบที่มั่นคงและยุติธรรมให้เกิดขึ้นจริงกับประเทศนี้”

อ๊อฟ กฤษฎิ์ บุญสาร
บรรณาธิการบริหารลาวเด้อ
“ผมเป็นคนร้อยเอ็ด โตมากับตากับยาย เพราะพ่อแม่ไปขายแรงงานที่กรุงเทพฯ ระบบการศึกษาที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบทำให้ผมไปต่อไม่ไหว และเรียนไม่จบ ม.3 เพียงเพราะไม่ตัดผมเข้าห้องสอบ วันนั้นผมได้ยินคำพูดว่า ‘เธอรักทรงผมมากกว่าอนาคตตัวเอง’ ซึ่งติดอยู่ในใจมาจนถึงวันนี้
ผมเลือกไปเรียน กศน. พร้อมทำงานโรงงานค่าแรงวันละไม่กี่ร้อยบาท เคยบาดเจ็บจากงานแต่ไม่ได้รับการชดเชย ชีวิตวนลูปทำงานหนักและเผชิญความกดดันทางใจ จนค่อยๆ ประคองตัวเองกลับมา เรียนต่อที่รามคำแหง และค้นพบว่าการถ่ายภาพคือทักษะที่พาผมมีอาชีพได้
เรื่องราวชีวิตผมที่ผ่านมาทั้งหมด ทำให้เห็นปัญหาหลายอย่างที่สะท้อนในชีวิต ทั้งการเรียนไม่จบเพียงแค่เข้าไม่ได้กับระบบการศึกษา ทำงานค่าแรงถูกๆ ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามยุคสมัย สวัสดิการจากนายจ้างที่ไม่ได้เป็นธรรมกับหยาดเหงื่อของแรงงานที่เสียไป ต้นทุนในการเรียนที่ไม่ได้ถูก การไม่มีสัญชาติ เข้าไม่ถึงสวัสดิการรัฐ เด็ก เยาวชนเป็นซึมเศร้าจากภาวะเครียดเรื่องเรียน ทำงาน ปัจจุบันผมอายุสามสิบเอ็ด เชื่อไหมเรื่องเหล่านี้ยังมีอยู่ในสังคม ยังไม่หายไปไหน
ถ้าหากนักการเมืองจะแก้ ลำพังเพียงออกนโยบายมาแล้วคิดว่าจะทำสำเร็จ อาจจะไม่เสมอไป แต่แน่นอนว่าการออกนโยบายคือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ผมมองว่าการจะแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องใช้ความตั้งใจและเวลา ต้องเข้าใจรากลึกจริงๆ ว่าแก่นปัญหามันคืออะไรกันแน่
‘ความเหลื่อมล้ำ’
‘การมองคนไม่เท่ากัน’
ประเทศไทยยังติดกรอบเรื่องนี้อยู่ หากก้าวผ่านตรงนี้ไปได้ ทัศนคติของสังคมในเรื่องนี้ถูกทลายลง ช่องว่างคนรวย คนจน น้องลง กฏหมายถูกเลือกใช้อย่างเท่าเทียม คุกไม่ได้มีไว้ขังคนจน ผมว่าบ้านเมืองนี้จะเปลี่ยน คงไม่ได้เปลี่ยนแบบพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน แต่มันจะดีขึ้น สังคมน่าอยู่มากขึ้น
โลกทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง ระเบียบโลก ภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งการกระจายอำนาจ กระจายความเจริญมาจากส่วนกลาง ให้พื้นที่ต่างๆ ได้ตัดสินใจ แสดงศักยภาพของของตัวเองได้เต็มที่ ลดเงื่อนไขข้อจำกัดในการเติบโตของท้องถิ่น อาจจะเป็นหนึ่งในวิธีของการรับมือกับโลกของยุคสมัยนี้ที่ประเทศไทยจะพอสู้ได้
อยากฝากอะไรถึงนายกฯ ในอนาคต
ประชาชนเขาไม่ได้โง่นะครับ วันเลือกตั้งนักการเมืองมาขอคะแนนเสียง เพื่อให้พวกเขามีอำนาจ แต่พอได้อำนาจไปแล้วกลับลืมประชาชน เป็นแบบนี้ทุกครั้งไป
ต่อไปถ้าทำตัวไม่น่ารักแบบนี้อีก ระวังจะโดนประชาชนเอาคืนแบบสาสม การตรวจสอบ เฝ้าดูการทำงานที่เงินเดือน เงินบริหารประเทศมาจากภาษีประชาชน จะเจอเจ้าของผู้มีอำนาจตัวจริงเฝ้ามองอยู่ อย่าคิดว่าพอเกิดเรื่องนี้ เดี๋ยวหาเรื่องอื่นมากลบ คนไทยก็ลืมเอง เพราะคนไทยลืมง่าย
ผลพวงของการทำรัฐประหาร การบังคับใช้กฏหมายที่ไม่เป็นธรรม การทุจริตคอรัปชั่น ตึก สตง. ถล่ม การที่ประชาชนถูกกดขี่
ส่วนนักการเมือง พรรคการเมือง ที่อยู่เคียงข้างประชาชน เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ลำบากไปกับประชาชน ยิ้ม หัวเราะไปกับประชาชน เขาก็จะมีเกาะกำบังเป็นประชาชน
ใครทำอะไรไว้กับประชาชน เขาไม่ลืม เขาจำได้
เดี๋ยว 8 กุมภาพันธ์นี้ รู้กัน

แก้ม-ฌัลลิกา ทิพย์ฝั้น
นักกิจกรรมบำบัด และ Co-founder Khon Kaen POP
คุณอยากเห็นการเปลี่ยนใดในประเทศไทย
“จริงๆ อยากเห็นประเทศไทยพัฒนาไปในทิศทางที่คนเติบโตไปพร้อมกับเมืองได้
ไม่ใช่เมืองโตอยู่แค่ไม่กี่จุด แต่อยากให้คนในทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล รู้สึกได้จริงว่าชีวิตตัวเองดีขึ้น เพราะการที่คนจะเติบโตได้ มันต้องมีสิ่งพื้นฐานรองรับ ทั้งการศึกษา สาธารณสุข เมืองที่เดินได้ มันต้องมีพื้นที่สาธารณะที่ใช้งานได้จริง แล้วก็ระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน
“ถ้ามองมาในระดับต่างจังหวัด อย่างขอนแก่น เราว่าขอนแก่นมีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนคิดเยอะ มีคนเก่ง มีมหาวิทยาลัย มีโรงพยาบาลที่จะเป็นศูนย์กลางระดับอาเซียน มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ แล้วก็มีคนที่อยากลุกขึ้นมาพัฒนาเมืองของตัวเองจริง ๆ โดยที่ไม่ต้องรอภาครัฐให้เข้ามาช่วย แต่เขาสามารถทำได้เองเท่าที่ทรัพยากรของตัวเองมี หลายคนเวลามาเที่ยวขอนแก่น หลายที่ที่ไป ประชาชนส่วนใหญ่ทำเองนะ ภาครัฐเข้ามาช่วยแค่นิดหน่อยเท่านั้น
“เราคิดว่าสิ่งที่ขอนแก่นต้องการ อาจไม่ใช่โครงการใหญ่ๆ จากข้างบนอย่างเดียว แต่คือโอกาสให้คนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมออกแบบเมืองที่เขาใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นรถสาธารณะที่คนขอนแก่นทำเอง เมืองที่เดินง่าย ใช้ได้กับทุกช่วงวัย หรือบริการพื้นฐานที่อยู่ใกล้บ้านและเข้าถึงได้จริง แต่ถ้ารัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนอย่างจริงจัง รับฟังความคิดเห็น ไม่ใช่แค่เอาแต่ความคิดของรัฐเพียงอย่างเดียว จากนั้นเปิดพื้นที่ให้คนท้องถิ่นได้ลงมือทำ เมืองก็จะไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่จะเป็นที่ที่คนอยากอยู่ อยากทำงาน และอยากสร้างอนาคตของตัวเองที่นี่”
อยากฝากอะไรถึงนายกฯ ในอนาคต
“ในวันที่ประเทศต้องเดินหน้าต่อ เราอยากเห็นการพัฒนาที่ยึดหลักเอา ‘ชีวิตคน’ เป็นหัวใจสำคัญ มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงผลประโยชน์ทางการเมืองหรือตัวเลขสวยๆ เพื่อใช้หาเสียงในวันข้างหน้า เพราะนโยบายที่มีคุณค่าที่สุด คือนโยบายที่ทำให้ชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่งง่ายขึ้นจริง
ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่สะดวก การมีโรงเรียนและโรงพยาบาลที่ดีใกล้บ้าน หรือการที่ใครสักคนสามารถทำมาหากินในจังหวัดบ้านเกิดได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องทิ้งครอบครัวไปไกล
แต่ภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเราไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นอย่างแท้จริง วันนี้หลายปัญหายังค้างคา ไม่ใช่เพราะขาดคนทำงาน แต่เพราะอำนาจที่ทับซ้อนทำให้คนหน้างาน ต้องรอคอยคำสั่งจากส่วนกลางจนสายเกินแก้
เราจึงอยากให้รัฐบาลช่วยเคลียร์ โครงสร้างที่ซ้ำซ้อนนี้ แล้วเปลี่ยนบทบาทจากผู้สั่งการมาเป็นผู้สนับสนุน ทั้งด้านงบประมาณและกฎหมาย เพื่อให้คนในพื้นที่ได้ตัดสินใจในเรื่องที่ กระทบชีวิตพวกเขาเอง หากทำได้เช่นนี้การพัฒนาก็จะไม่กระจุกตัวอยู่ แค่ในเมืองใหญ่ และสุดท้ายความสำเร็จของรัฐบาลจะไม่ได้ถูกวัดเพียง แค่กราฟตัวเลขทางเศรษฐกิจแต่จะวัดได้จากรอยยิ้มและคุณภาพชีวิต ที่เติบโตขึ้นจริงของคนในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

รศ.ดร.จิรันธนิน กิติกา
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อยากเห็นการเปลี่ยนใดในประเทศไทย
“อยากเห็นประเทศไทยที่ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่กรุงเทพฯ แต่เป็นประเทศที่ทุกเมืองและทุกจังหวัดมีสวัสดิการและคุณภาพชีวิตในมาตรฐานเดียวกัน การพัฒนาควรเริ่มจากการยกระดับคุณภาพชีวิตของพลเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพแวดล้อม ความปลอดภัยจากภัยพิบัติ โอกาสทางการศึกษาตลอดชีวิต และการสร้างพื้นที่สาธารณะสีเขียวที่ช่วยบูรณาการผู้คนกับสังคมรอบตัว
“ในขณะเดียวกัน อยากเห็นการสร้างมาตรฐานและการผลักดันเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง ทั้งการยกระดับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้คนในทุกจังหวัดสามารถสร้างงาน มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียม
สุดท้ายคือการเชื่อมต่อประเทศอย่างเป็นระบบ ทั้งการเดินทางภายใน การขนส่งระหว่างจังหวัด ไปจนถึงการเชื่อมต่อในระดับสากล หากโครงสร้างเหล่านี้แข็งแรง การพัฒนาที่เกิดขึ้นก็จะยั่งยืนในระยะยาว”
อยากฝากอะไรถึงนายกฯ ในอนาคต
“อยากเห็นนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ใหม่ต่อประเทศ มองว่าการเชื่อมต่อกับโลกสามารถเกิดขึ้นได้ในระดับภูมิภาคและจังหวัด ไม่ใช่การรวมศูนย์ความเจริญทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจไว้ที่เมืองเดียว
“การพัฒนาประเทศควรก้าวข้ามข้อจำกัดของรูปแบบการทำงานแบบเดิมๆ ไม่ยึดติดกับกรอบของพรรค องค์กร หรือกระทรวง แต่เปิดพื้นที่ให้ภูมิภาคสามารถจัดการตัวเองได้มากขึ้น พร้อมกับสร้างระบบการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบใหม่ ที่เข้มแข็งเพียงพอจะปกป้องรัฐบาลพลเรือน และไม่ปล่อยให้การแทรกแซงหรือการรัฐประหารมาขัดขวางอนาคตของประเทศอีกต่อไป”

Melayu Living
อยากเห็นการเปลี่ยนใดในประเทศไทย
“อยากเห็นการพัฒนาเมืองในแต่ละจังหวัดที่คิดมาอย่างรอบคอบและเคารพบริบทของพื้นที่จริงๆ เมืองไม่ควรถูกออกแบบด้วยสูตรสำเร็จเดียวกันทั้งหมด แต่ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะกับลักษณะของเมืองนั้นๆ โดยเฉพาะเมืองที่มีศักยภาพด้านธรรมชาติ เช่น เมืองที่มีแม่น้ำกลางเมือง การพัฒนาควรคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ไม่ใช่แค่งานโยธาที่สวยงามตามแบบ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่คนใช้ได้จริง และรู้สึกเป็นเจ้าของ
รวมถึงงานสาธารณะต่างๆ อยากเห็นกระบวนการที่เปิดกว้าง เช่น การประกวดแบบ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาได้มีโอกาสเสนอไอเดีย และช่วยกันสร้างพื้นที่สาธารณะที่ดี มีคุณภาพ และตอบโจทย์ชีวิตของคนในเมืองอย่างแท้จริง”
อยากฝากอะไรถึงนายกฯ ในอนาคต
“อยากให้การบริหารประเทศเริ่มจากการวางคนให้ตรงกับงาน โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวง ควรเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจปัญหาในเชิงลึก เพราะหลายปัญหาที่ประเทศเผชิญอยู่เป็นปัญหาที่สะสมมานาน ต้องอาศัยคนเก่งและจริงจังในการแก้ไข
ความคาดหวังของประชาชนมีสูงมาก และทุกการตัดสินใจย่อมถูกตรวจสอบอยู่เสมอ การมีทีมงานที่เหมาะสมกับภารกิจ จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง”

Thonburian
อยากเห็นการเปลี่ยนใดในประเทศไทย
“อยากได้รัฐบาลที่ ‘ให้ความสำคัญ’ กับการพัฒนาเศรษฐกิจในย่านและชุมชนต่างๆ เพราะยังมีอีกหลายย่าน-หลายชุมชนในไทยที่มีศักยภาพ มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่สามารถสร้างการเติบโตในท้องถิ่นของตัวเองได้”
อยากฝากอะไรถึงนายกฯ ในอนาคต
“อยากให้ทำได้จริงเหมือนตอนที่มาหาเสียงไว้”

พนิตา นุตสถิตย์
Marketing Director, theCOMMONS
อยากเห็นการเปลี่ยนใดในประเทศไทย
“อยากให้ประเทศมีระบบที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี ’แค่พื้นฐาน‘ ก่อนก้ได้ เช่น สวนสาธารณะที่เยอะพอ ฟุตบาทที่เดินได้จริง มาตรการกำจัดฝุ่น การคุมราคาอาหาร”
อยากฝากอะไรถึงนายกฯ ในอนาคต
“ฝากให้คำนึงอยู่ทุกวันที่ตื่นมาทำงานว่าเราเป็นตัวแทนประชาชน และจะทำทุกอย่างและตัดสินใจทุกอย่างเพื่อประชาชนจริงๆ”
ภาพ: Courtesy of Brands


