จากเซี่ยงไฮ้ นิวยอร์ก กรุงโซล สู่กรุงเทพมหานคร กับ ‘Louis Vuitton Hotel Bangkok’ ป็อปอัปโฮเทลฉลอง 130 ปี ลาย Monogram ที่เนรมิตบ้านเก่าอายุกว่า 100 ปีอย่าง ‘บ้านตรอกถั่วงอก’ ให้กลายเป็นโรงแรมหลุยส์ วิตตองแบบชั่วคราว
หากย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Louis Vuitton เริ่มต้นจากการทำหีบและกระเป๋าเดินทางในศตวรรษที่ 19 ด้วยความตั้งใจที่อยากสร้างกระเป๋าสัมภาระสำหรับ นักเดินทาง ที่ทั้งแข็งแรง ใช้งานได้จริง และสวยงามเหนือกาลเวลา จากหีบเดินทางทรงแบนอันเป็นนวัตกรรมในยุคนั้น ค่อยๆ พัฒนาเป็นกระเป๋ารุ่นไอคอนิกมากมาย และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางที่ไม่ได้หมายถึงแค่การไปถึงจุดหมาย แต่คือเรื่องราวและสไตล์ที่ติดตัวไปด้วยเสมอ
และด้วยความผูกพันกับโลกของการเดินทางที่มีมาอย่างยาวนาน Louis Vuitton จึงหยิบแรงบันดาลใจนี้มาตีความใหม่ผ่านป็อปอัปโฮเทลฉลอง 130 ปี ลาย Monogram อย่าง ‘Louis Vuitton Hotel Bangkok’ ที่เดินทางจากเซี่ยงไฮ้ นิวยอร์ก และกรุงโซล มาสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 4 ของโลก และแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้



Louis Vuitton Hotel Bangkok มีทั้งหมด 4 ชั้น และถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์ พร้อมเล่าเรื่องกระเป๋า Monogram รูปทรงไอคอนิก 5 รุ่นของเมซง ได้แก่ Keepall, Speedy, Alma, Neverfull และ Noé ในฐานะ ‘เพื่อนร่วมทาง’ ที่อยู่กับผู้คนมาหลายยุคสมัย จนกลายเป็นชิ้นงานแห่งสไตล์ที่นักเดินทางและนักสะสมต่างหลงรัก
ชั้น 1: เป็นพื้นที่ต้อนรับจุดเริ่มต้นของการพักผ่อน ซึ่งตกแต่งด้วยธงหลุยส์ วิตตองและกระเป๋าทรง Trunk
ชั้น 2: Keepall Lobby โถงล็อบบี้สำหรับเช็คอิน พร้อมจัดแสดงเรื่องราวของกระเป๋า Keepel เพื่อยกย่องกระเป๋าเดินทางไอคอนิก ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1930 ถัดจากล็อบบี้ไปอีกนิด คือ Speedy P9 Safe Room จัดแสดงกระเป๋า Speedy P9 ในดีไซน์คลาสสิกผ่านมุมมองร่วมสมัยของ Pharrell Williams ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แผนกสุภาพบุรุษ



ชั้น 3: แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ทางด้านซ้าย เป็นสถานที่ตั้งของ Neverfull Gym จัดแสดงกระเป๋ารูปทรง Neverfull อันทันสมัยของเมซง ภายใต้การตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากยิม เพื่อถ่ายทอดคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ทนทาน และการใช้งานหลากหลายรูปแบบ กระเป๋า Neverfull เปิดตัวในปี 2007
ส่วนทางด้านขวา เป็นส่วนของ ‘Noé Bar’ แชมเปญบาร์เสิร์ฟจริง พร้อมยกย่องเรื่องราวต้นกำเนิดของดีไซน์กระเป๋า Noé ที่ออกแบบในปี 1932 ตามคำขอของผู้ผลิตแชมเปญ เพื่อใช้บรรจุแชมเปญ 5 ขวด โดยจัดวางตั้ง 4 ขวด และอีก 1 ขวดจัดวางคว่ำไว้ตรงกลางอย่างสมดุล


และสุดท้าย ชั้น 4: ห้องพักผ่อนที่พาผู้คนสำรวจ กระเป๋า Speedy ไอคอนสูงสุดของหลุยส์ วิตตอง นอกจากมีกระเป๋ารุ่นต่างๆ ไว้ให้ดูในส่วนของ Walk-in Closet บริเวณห้องนั่งเล่นยังสามารถฟังเรื่องราวความเป็นมาของกระเป๋าผ่านโทรศัพท์แบบวินเทจ ด้วยการโทรออกยังหมายเลข 1930 ซึ่งเป็นยุคที่กระเป๋ารุ่นนี้ถือกำเนิดขึ้น
ในห้องนอนยังเชื่อมโยงกับ Alma Terrace ระเบียงโฮเทลแบบอิมเมอร์ซีฟฉายภาพทิวทัศน์ของกรุงปารีส ชวนให้รู้สึกราวกับยืนอยู่บนระเบียงที่มองเห็นมหานครของประเทศฝรั่งเศส เฉลิมฉลองเรื่องราวของกระเป๋า Alma ที่เปิดตัวในปี 1992 และตั้งชื่อตามจัตุรัส Place de l’Alma ใจกลางกรุงปารีส



สำหรับใครอยากแวะเช็คอิน Louis Vuitton Hotel Bangkok เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 – 20.00 น. (จันทร์-พฤหัสบดี) และ 10.00 – 21.00 น. (ศุกร์-อาทิตย์) ณ บ้านตรอกถั่วงอก เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
นัดหมายเพื่อชมล่วงหน้าได้ที่ https://hotel-bangkok.louisvuitton.com/LV


ภาพ: พลอยจันทร์, Louis Vuitton
#TheStandardLife #TheUrbanGuidetoWellbeing
#LVMonogram130 #LouisVuitton


