LG มั่นใจปี 69 ตลาดแอร์-ทีวี กลับมาคึกคัก รับแรงหนุนจากอากาศร้อน และบอลโลก คาด LED จอใหญ่โตถึง 20%

28.01.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงแผนภูมิการเติบโตของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า LG โดยมีแอร์ ทีวี ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า เป็นองค์ประกอบ

“ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เริ่มตั้งแต่ทีวี เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ ติดลบ 7% โดยมีมูลค่าราว 7.7 หมื่นล้านบาท สาเหตุที่ตลาดไม่โต มีส่วนกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน แอร์ควรจะขายดี แต่กลับไม่ร้อน ทำให้แอร์และตู้เย็นขายไม่ดี แต่เครื่องซักผ้ายังเติบโตอย่างต่อเนื่อง” อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

 

แม้ตลาดโดยรวมจะเผชิญแรงกดดันทั้งจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง แต่ LG ยังคงสามารถสร้างการเติบโตได้ โดยในปี 2024 บริษัทมียอดขายเติบโต 7% ซึ่งเป็นผลจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในหลายมิติ โดยเฉพาะการโฟกัสกลุ่มสินค้าพรีเมียม เช่น ทีวี LED จอขนาดใหญ่ 75-77 นิ้ว ในระดับราคาหลักแสนบาท ที่สามารถเติบโตได้ถึง 30% ตอกย้ำดีมานด์ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์การใช้งานมากขึ้น

 

อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขาย คือการจำหน่ายผ่านโมเดล Subscription หรือระบบสมาชิก ซึ่งได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าโมเดลดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคได้ จากเดิมที่ลูกค้าอาจต้องจ่ายค่าใช้จ่ายราว 2,000 บาทต่อเดือน สามารถลดลงเหลือเพียง 600-700 บาทต่อเดือน พร้อมพ่วงด้วยบริการหลังการขายกว่า 5-7 ปี นอกจากนี้ ช่องทางออนไลน์ของ LG ยังเข้ามาเสริมศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าและช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สำหรับแนวโน้มตลาดในปีนี้ ‘อำนาจ’ ประเมินว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามีโอกาสกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากปัจจัยบวกหลายด้าน โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลโลกที่คาดว่าจะช่วยหนุนยอดขายทีวีเพิ่มขึ้นราว 20% โดยกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์สูงสุดจะเป็นทีวี LED จอขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน แนวโน้มสภาพอากาศที่คาดว่าจะร้อนขึ้นและร้อนยาวนานกว่าปีที่ผ่านมา จะส่งผลบวกโดยตรงต่อยอดขายเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น

 

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ช่วยสนับสนุนตลาด คือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเร็วขึ้น จากเดิมที่อาจใช้งานนานกว่า 7 ปี ปัจจุบันวงจรการเปลี่ยนสินค้าเริ่มสั้นลงเหลือราว 5 ปี ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายเร่งพัฒนานวัตกรรมและสินค้าใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งแม้จะทำให้การแข่งขันรุนแรง แต่ภาพการแข่งขันก็มีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มสินค้า โดยตลาดทีวีมีการแข่งขันด้านราคาลดลง ขณะที่ตลาดเครื่องปรับอากาศยังคงเผชิญการแข่งขันด้านราคาดุเดือดขึ้นในทุกปี

 

ในมุมของการดำเนินธุรกิจ LG ยังคงมีความกังวลต่อกำลังซื้อและระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทขอยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมสงครามราคา และจะไม่ลดราคาสินค้าพรีเมียมเพื่อแข่งขัน แต่จะเลือกใช้กลยุทธ์เสริมพอร์ตด้วยสินค้ากลุ่ม Mid-Low ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับการใช้โมเดล Subscription เป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

 

ด้าน ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต่อถึงทิศทางการดำเนินงานในระยะถัดไปว่า บริษัทยังคงเดินหน้าตาม 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเสริมความแข็งแกร่งด้านความสามารถพื้นฐานและความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี ต่อด้วยการเร่งปรับพอร์ตธุรกิจไปสู่กลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และการวางโครงสร้างการเติบโตบนพื้นฐานความสามารถในการทำกำไร ทั้งหมดนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดัน LG สู่การเป็น ‘Smart Life Solution Company’ และผู้นำด้านเทคโนโลยีจากเกาหลี

 

โดยปัจจุบัน พอร์ตสินค้าของ LG มีสัดส่วนรายได้จากเครื่องซักผ้าราว 40% รองลงมาคือทีวี 25% เครื่องปรับอากาศและตู้เย็นรวมกว่า 30% และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กประมาณ 5% โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าเครื่องปรับอากาศจะเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุดจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ ตามมาด้วยทีวีที่ได้รับแรงหนุนจากการแข่งขันฟุตบอลโลก

 

สำหรับเป้าหมายด้านส่วนแบ่งตลาด LG ตั้งเป้ารักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องซักผ้าเป็นปีที่ 27 ติดต่อกัน ด้วยส่วนแบ่งตลาด 35% ขณะที่ตลาดทีวีตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 20% และตู้เย็นตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดที่ 10% สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของตลาดในปีนี้

 

ซองฮันย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือบริษัทต้องสามารถสร้างการเติบโตควบคู่กับการทำกำไร โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2569 จะสร้างยอดขายแตะระดับ 1.8 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 10%

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising