ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 7.4% ช่วง 3 วันทำการแรกของปี 2026 ทะลุ 4,500 จุด เป็นครั้งแรก ถือเป็นดัชนีตลาดหุ้นหลักของโลกที่ปรับตัวขึ้นได้มากที่สุด ต่อเนื่องจากปีก่อน ส่งผลให้ 1 ปีที่ผ่ามมา ดัชนีพุ่งขึ้นมาแล้วกว่า 80%
นอกจากนี้ ตลาดในเอเชียอย่าง ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ก็เป็นตลาดที่ปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างโดดเด่นในช่วง 3 วันแรกของปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นกว่า 4%
สัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ แตะระดับ 32.9% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 โดยศูนย์การเงินระหว่างประเทศของเกาหลี (KCIF) รายงานว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นในประเทศสุทธิ 3.5 ล้านล้านวอน หรือราว 7.5 หมื่นล้านบาท เมื่อเดือนที่ผ่านมา
หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลุ่มที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติได้สูงถึง 4.5 ล้านล้านวอน ซึ่งมากกว่ายอดซื้อสุทธิรวมของทั้งตลาด โดย SK Hynix มีสัดส่วน 2.2 ล้านล้านวอน และ Samsung Electronics ดึงดูดเม็ดเงินได้ 1.4 ล้านล้านวอน ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติใน SK Hynix เพิ่มขึ้นจาก 53.2% ในเดือนพฤศจิกายน เป็น 53.8% และ Samsung Electronics เพิ่มขึ้นจาก 52.2% เป็น 52.3%
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังเข้าซื้อพันธบัตรในประเทศมูลค่า 8.8 ล้านล้านวอนในเดือนธันวาคม ส่งผลให้ยอดคงค้างพันธบัตรที่ถือครองโดยชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นจาก 329.5 ล้านล้านวอน เป็น 339.3 ล้านล้านวอน โดยได้รับแรงหนุนจากการซื้อพันธบัตรระยะกลางและระยะสั้น
KCIF ระบุว่าการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้นเกิดจากความคาดหวังว่าความต้องการชิปหน่วยความจำทั่วโลกที่แข็งแกร่งจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลี ประกอบกับนโยบายปฏิรูปตลาดหุ้นของรัฐบาลและการปรับปรุงมูลค่าองค์กรที่ช่วยดึงดูดเงินทุนต่างชาติ
ข้อมูลจากสำนักงานกำกับดูแลบริการทางการเงิน (FSS) ระบุว่าสัดส่วนการถือครองของต่างชาติอยู่ที่ 29.6% ในเดือนพฤศจิกายน เทียบกับ 31.5% ในเดือนเมษายน 2020 (FSS ยังไม่เปิดเผยตัวเลขเดือนธันวาคม)
ทำไมหุ้นเกาหลีใต้กลับมาร้อนแรงในปี 2025
ปัญหา ‘Korea discount’ หรือการที่มูลค่าหุ้นเกาหลีใต้ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งฝังรากลึกจากธรรมาภิบาลองค์กรที่ย่ำแย่ ทำให้ราคาหุ้นยังถือว่าไม่แพง ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซื้อขายที่ค่า P/E ล่วงหน้าเฉลี่ย 10 เท่า เมื่อเทียบกับคู่แข่งด้านเทคโนโลยีอย่างไต้หวันที่ 17 เท่า ตามข้อมูลของ Paul Dmitriev ผู้จัดการพอร์ตลงทุนตลาดเกิดใหม่จาก Global X ETFs
ประเทศที่มีประชากร 52 ล้านคน และเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 14 ของโลกนี้ ขยับมาอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางภูมิเศรษฐศาสตร์ที่ได้เปรียบ นำโดยสองยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 40% ได้แก่ Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งทั้งสองบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดชิปหน่วยความจำโลกรวมกันถึง 2 ใน 3 โดยรายที่สามคือ Micron Technology จากสหรัฐฯ
James Lim ผู้จัดการพอร์ตลงทุนสำหรับเกาหลีใต้จาก Dalton Investments ระบุว่า ราคาตามสัญญาของชิปหน่วยความจำ DRAM พุ่งขึ้นกว่า 20% ในไตรมาสที่ผ่านมา จากความต้องการของบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์และ AI ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) และด้วยการที่ผู้เล่นหลักทั้ง 3 รายจำกัดกำลังการผลิต เขาคาดการณ์ว่าราคาอาจสูงขึ้นได้อีก
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังมีผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าชั้นนำที่มียอดสั่งซื้อและราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นจากความต้องการพลังงานของ AI บริษัทเด่นในกลุ่มนี้ได้แก่ Hyundai Electric และ Hyosung Heavy Industries
ข้อตกลงเมื่อเดือนตุลาคมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ระบุให้ลดภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 25% เหลือ 15% (เท่ากับญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป) และสัญญาว่าการเก็บภาษีชิปจากเกาหลีใต้จะ ‘ไม่เสียเปรียบ’ เมื่อเทียบกับซัพพลายเออร์รายอื่นอย่างไต้หวัน
นอกจากนี้ ภายหลังประธานาธิบดี Lee Jae Myung ซึ่งได้รับเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน ได้สร้างความพึงพอใจให้กับนักลงทุนด้วยการปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กรอย่างรวดเร็ว สมาชิกสภาจากพรรคประชาธิปไตยของเขาได้แก้ไขกฎหมายพาณิชย์เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบของกรรมการบริษัทต่อผู้ถือหุ้น และเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้มีการลดอัตราภาษีสูงสุดสำหรับเงินปันผลนิติบุคคลส่วนใหญ่จาก 50% เหลือ 30%
เป้าหมายการปฏิรูปหลักในปี 2026 คือการขจัดแรงจูงใจที่ทำให้ตระกูลผู้ถือหุ้นใหญ่กดราคาหุ้นให้ต่ำเพื่อส่งต่อความมั่งคั่งให้รุ่นต่อไป แม้พรรคฝ่ายซ้ายของ Lee จะคัดค้านการลดภาษีมรดก (สูงสุด 60%) ตามนโยบาย แต่กำลังพิจารณาอีกวิธีหนึ่ง คือ การประเมินมูลค่าการโอนหุ้นที่อัตราคงที่ 0.8 เท่าของมูลค่าทางบัญชี (Book Value) เพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบริษัทแชบอล (Chaebol) หลายแห่งมีราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ที่ 0.3 เท่าของมูลค่าทางบัญชี
ภาพ: Daniel Ceng/Anadolu via Getty Images
อ้างอิง:


