กรณีอื้อฉาวในวงการคริปโตเกิดขึ้นกับ กัมปนาท วิมลโนท หรือ จอม นักลงทุนร่วมทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลชาวไทย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้ดีลโทเค็นคริปโตปลอมหลอกนักลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ จนเกิดความเสียหายรวมหลายล้านดอลลาร์ ก่อนจะขาดการติดต่อและหายตัวไปในช่วงปลายปี 2025
ดาวรุ่ง Web3 ไทย สู่ข้อกล่าวหาหลอกลงทุนคริปโตหลายล้านดอลลาร์
เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงให้กับวงการ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งของวงการ Web3 ไทย และมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกองทุน KXVC ซึ่งเป็นกองทุนด้าน Web3 และ AI มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ธนาคารกสิกรไทย
จากนักวิเคราะห์ VC สู่เครือข่ายนักลงทุนคริปโต
ไทม์ไลน์ของเรื่องราวเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2017 เมื่อ ‘มาร์ค’ ผู้บริหารบริษัทระบบชำระเงินในกรุงเทพฯ ได้รู้จักกับจอมเป็นครั้งแรก ในช่วงที่เขาทำงานเป็นนักวิเคราะห์อยู่ในบริษัท Venture Capital ขณะนั้นจอมถูกมองว่าเป็นคนสุภาพ กระตือรือร้น และมีความรู้ด้านเทคโนโลยี
หลังจากนั้น จอมได้เริ่มสร้างภาพลักษณ์ในวงการคริปโตว่าเป็นนักลงทุนที่มีเครือข่ายกว้างขวาง โดยอ้างว่ามีประสบการณ์ให้คำปรึกษาสตาร์ตอัปมากกว่า 10 ปี เคยเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีให้หน่วยงานภาครัฐ และช่วยบริษัทขยายธุรกิจไปต่างประเทศ
สร้างโปรไฟล์ “อินไซเดอร์คริปโต” ผ่านเวทีระดับโลก
เมื่อมาถึงช่วงปลายปี 2024 จอมเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อขึ้นเวทีในงาน Singapore FinTech Festival พร้อมนำเสนอภาพลักษณ์ของนักลงทุนคริปโตที่กำลังช่วยดึงเงินลงทุนจากสถาบันเข้าสู่บริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่
ด้วยวุฒิปริญญาโทด้าน Investment Analysis จากมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร รวมถึงประสบการณ์ในวงการคริปโต จอมอ้างว่าทำงานร่วมกับกองทุน KXVC ซึ่งเปิดตัวในปี 2023 ในฐานะกองทุน Web3 และ AI มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ธนาคารกสิกรไทย
ภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนมองว่าเขาเป็นคนวงในของวงการคริปโตที่สามารถเข้าถึงดีลการลงทุนระดับพรีเมียมได้
ดีล Token Allocation โอกาสทำกำไรมหาศาลในโลกคริปโต
โดยในโลกของการลงทุนคริปโตช่วงเริ่มต้นโปรเจกต์ เขามักเสนอ token allocation หรือโควตาการซื้อโทเค็นให้กับนักลงทุนกลุ่มเล็กๆ ก่อนเปิดขายต่อสาธารณะ ดีลประเภทนี้มักให้สิทธิ์ซื้อโทเค็นในราคาต้นทาง พร้อมเงื่อนไข vesting หรือการล็อกเหรียญไว้หลายเดือนหรือหลายปี หากโทเค็นเปิดตลาดแล้วราคาพุ่ง นักลงทุนช่วงแรกอาจได้กำไรมหาศาล ซึ่งโอกาสลักษณะนี้มักกระจายอยู่ในเครือข่ายนักลงทุนกลุ่ม Telegram หรือ WhatsApp ส่วนตัว กองทุน Venture Capital รวมถึงผู้ก่อตั้งโปรเจกต์หรืออินฟลูเอนเซอร์คริปโต
ใช้ชื่อโปรเจกต์ดัง สร้างความน่าเชื่อถือให้ดีลลงทุน
จอมใช้ภาพลักษณ์ของการเป็นคนวงใน เสนอให้เพื่อนและคนรู้จักเข้าถึงโควตาโทเค็นของโปรเจกต์ต่างๆ เช่น Monad, Babylon และ Linera โดยบางโปรเจกต์ยังทับซ้อนกับบริษัทที่กองทุน KXVC เคยประกาศลงทุนจริง ทำให้ดีลดังกล่าวดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
รูปแบบการลงทุนที่ดูเป็นมืออาชีพ แต่ซ่อนความเสี่ยง
สำหรับรูปแบบการดำเนินการของจอมมีลักษณะคล้ายกันกับนักลงทุนหลายราย ได้แก่ เสนอดีลการลงทุน, รับเงินจากนักลงทุน, ส่งเอกสารสัญญา และระหว่างรอโทเค็นจากดีลเดิม ก็เสนอการลงทุนดีลใหม่เพิ่มเติม
มาร์คกล่าวเพิ่มว่า รูปแบบดังกล่าวทำให้นักลงทุนจำนวนหนึ่งเชื่อถือดีลเหล่านี้ เนื่องจากเอกสารและข้อมูลดูเป็นมืออาชีพ โดยตัวเขาเองลงทุนในหลายโปรเจกต์ที่จอมเสนอ รวมแล้วมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ เนื่องจากโทเค็นถูกล็อกตามเงื่อนไข vesting นักลงทุนจึงไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนในทันที
ความผิดปกติเริ่มปรากฏ เมื่อถึงกำหนดปลดล็อกโทเค็น
สัญญาณความผิดปกติเริ่มปรากฏในเดือนตุลาคม 2025 เมื่อดีลบางส่วนเริ่มถึงกำหนดปลดล็อกโทเค็น นักลงทุนจึงเริ่มสอบถามถึงการส่งมอบสินทรัพย์
ในช่วงนั้น จอมเริ่มให้เหตุผลต่างๆ เช่น ปัญหาเอกสาร สภาพตลาด หรือข้อขัดข้องกับคู่สัญญา บางครั้งยังอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกเช่นกัน คำอธิบายที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งข้อสงสัย
กระทั่งต้นเดือนพฤศจิกายน 2025 นักลงทุนหลายรายไม่สามารถติดต่อเขาได้อีก และเมื่อเริ่มตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียด ก็พบว่าเอกสารหลายฉบับอาจเป็นสัญญาปลอมที่ดัดแปลงจากเอกสารของ KXVC จริง มาร์คจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ และพบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก
ผู้เสียหายกระจายหลายประเทศ ความเสียหายหลายล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกันการตรวจสอบของ Scamurai พบว่ามีผู้เสียหายอย่างน้อย 24 คนจากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา โดยแต่ละรายลงทุนตั้งแต่ประมาณ 2 หมื่นดอลลาร์ ไปจนถึงมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์
ในเวลาเดียวกัน นักลงทุนบางรายเริ่มติดต่อโปรเจกต์คริปโตโดยตรง และพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ โดย Monad ระบุว่าสัญญาที่ส่งให้นักลงทุนเป็นของปลอม ตามด้วยโปรเจกต์ Datagram ปฏิเสธว่าไม่เคยเกี่ยวข้อง และผู้ก่อตั้ง Linera ระบุว่าเคยมีการติดต่อกัน แต่ยังไม่เคยมีการลงทุนจริง
โปรเจกต์คริปโตยืนยัน ไม่เคยมีดีลลงทุนจริง
เมื่อตรวจสอบกับโปรเจกต์คริปโตทั้งหมด 19 โครงการ พบว่าส่วนใหญ่ไม่รู้จักเขา และบางรายแม้เคยพูดคุยกัน แต่ก็ไม่เคยให้โควตาโทเค็นใดๆ
อีกหนึ่งในผู้เสียหายคือ สตีเวน ผู้บริหารบริษัทในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเริ่มลงทุนกับจอมราว 1.5 หมื่นดอลลาร์ใน USDC ต่อมาถูกชักชวนให้เพิ่มเงินลงทุนเพื่อซื้อโควตาโทเค็นก่อนเปิดตลาด รวมถึงค่าดำเนินการต่างๆ ท้ายที่สุด เขาประเมินว่าตนสูญเงินไปประมาณ 1.3 แสนดอลลาร์ ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้หลายคืน เพราะเงินคริปโตเกือบทั้งหมดที่มีในชีวิตได้หายไปแล้ว
อีกประเด็นที่ทำให้เรื่องซับซ้อนคือสถานะการทำงานของจอม นักลงทุนหลายคนเชื่อว่าเขายังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ KXVC ภายใต้ธนาคารกสิกรไทย แต่ข้อมูลภายหลังระบุว่า เขาถูกเลิกจ้างตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 และได้ลบตำแหน่งดังกล่าวออกจากประวัติใน LinkedIn
ด้าน KXVC ภายใต้ธนาคารกสิกรไทย ได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ว่า กัมปนาท หรือจอม ไม่ได้ทำงานกับบริษัทแล้ว พร้อมย้ำว่ากองทุนเป็น Corporate Venture Capital (CVC) ที่ใช้เงินลงทุนของบริษัทเองเท่านั้น และไม่เคยระดมทุนจากบุคคลภายนอก

ประกาศจากเว็บไซต์ KXVC
ธุรกรรมบนบล็อกเชนเผยเงินหมุนเวียนกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ข้อมูลจากบล็อกเชนยังพบว่า วอลเล็ตหนึ่งที่ใช้รับเงินจากนักลงทุนถูกสร้างขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2025 และมีธุรกรรมทั้งหมด 174 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 1.71 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็น stablecoin โดยธุรกรรมล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2025
ผู้ที่เคยรู้จักจอมหลายคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีประวัติเสียหายในวงการ และยังเคยทำงานกับกองทุน VC หลายแห่ง รวมถึงขึ้นพูดในงานสัมมนาทั้งในไทย สหรัฐอเมริกา และยุโรป จึงทำให้หลายคนยังไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร
แม้การหลอกลวงในโลกคริปโตจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และในแต่ละปีสร้างความเสียหายทั่วโลกหลายพันล้านดอลลาร์ แต่กรณีของจอมถือว่าสร้างความประหลาดใจให้กับวงการอย่างมาก เนื่องจากเขาเป็นบุคคลที่เคยมีชื่อเสียงและเครือข่ายในวงการคริปโตมายาวนาน และยอมแลกชื่อเสียงที่สั่งสมมาหลายปีกับแผนการฉ้อโกงที่รู้ดีว่า เมื่อถึงกำหนดส่งมอบโทเค็น ความจริงย่อมปรากฏในที่สุด
ภาพ: thanun vongsuravanich/shutterstock
อ้างอิง:

