นับตั้งแต่เดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง BLACKPINK ชื่อของ Jennie Kim ไม่เคยถูกจำกัดอยู่เพียงโลกดนตรี เพราะทุกการปรากฏตัวของเธอล้วนสร้างเฮดไลน์ใหม่ให้กับวงการแฟชั่นอยู่เสมอ จากความสัมพันธ์อันยาวนานกับ Chanel การรับตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Calvin Klein ไปจนถึงการร่วมงานกับแบรนด์และดีไซเนอร์หลากหลายเจเนอเรชัน Jennie สามารถเคลื่อนตัวระหว่างความคลาสสิก ความเซ็กซี่ และความขบถได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญ เธอไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สวมใส่เสื้อผ้า แต่ยังใช้แฟชั่นเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดตัวตนในแต่ละช่วงของเส้นทางศิลปิน จนได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในสไตล์ไอคอนที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค
ประเด็นสำคัญ
ภาพดังกล่าวยิ่งชัดเจนขึ้นผ่านเทศกาลดนตรีตลอดปี 2026 เมื่อ Jennie เดินทางขึ้นแสดงบนเวทีสำคัญตั้งแต่ฮ่องกง นิวยอร์ก และชิคาโก ไปจนถึงหลายเมืองในยุโรปและญี่ปุ่น แต่ละลุคไม่ได้ใช้สูตรสำเร็จแบบเดียวกัน หากถูกออกแบบและคิดให้สะท้อนคาแรกเตอร์ของ Jennie อย่างดีที่สุด ภายใต้การทำงานร่วมกับสไตลิสต์ Sam Woolf ทั้งคู่สร้างลุคอันน่าจดจำที่ผสมแฟชั่นจากคลัง Archive งาน Custom ไปจนถึงสตรีตแวร์และ Y2K เข้าด้วยกัน
และนี่คือ 7 ลุคจาก Jennie ในช่วงเทศกาลดนตรีที่น่าจดจำที่สุดในปีนี้
MAD COOL MADRID
หนึ่งในลุคที่แสดงให้เห็นพลังของการ Styling ได้ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นบนเวที Mad Cool Festival กรุงมาดริด เมื่อ Jennie สวมใส่งานของ Elie Saab Haute Couture จากคอลเล็กชัน Spring 2003 เสื้อตกแต่งลายดอกไม้อย่างประณีตมาพร้อมชายผ้าชีฟองยาว ซึ่งบนรันเวย์เดิมถูกจับคู่กับกางเกงเมทัลลิกสีทอง แต่สำหรับเวทีเฟสติวัล Sam Woolf นำมาตีความใหม่ด้วยกางเกง Hot Pants สีทอง เข็มขัดเวสเทิร์นขนาดใหญ่ และรองเท้าบู๊ตหนังสูงระดับเข่า ก่อนเติมแว่นทรง Aviator และแจ็กเก็ตขนเชียริ่งสีขาวจากคอลเล็กชัน Pre-Fall 2025 ก่อนจะเผยผิวขั้นสุดในบราจาก Nensi Dojaka เรียกได้ว่าเป็นการผสมชิ้น Haute Couture อายุยี่สิบกว่าปีกับเสื้อผ้าต่างยุคช่วยถอดความสง่างามของชุดเดิมให้มีความเซ็กซี่ ดิบ และร่วมสมัยขึ้น โดยยังรักษางานปักและความพลิ้วไหวซึ่งเป็นหัวใจของ Elie Saab เอาไว้ครบถ้วน

OPEN’ER FESTIVAL POLAND
สำหรับการขึ้นแสดงในฐานะเฮดไลเนอร์ของ Open’er Festival ประเทศโปแลนด์ Jennie เลือกหยิบชิ้นงานจากคลัง Archive ของแบรนด์ Dsquared2 มาสร้างลุคที่อัดแน่นด้วยกลิ่นอาย Y2K และพลังของร็อกสตาร์ ลุคหลักประกอบด้วยเสื้อฮอลเตอร์สีดำเว้าลึกด้านหน้า แทรกพื้นผิวระยิบระยับ และขอบสีขาวซึ่งขับโลโก้ของแบรนด์ให้เด่นชัด จับคู่กับกางเกงขาสั้นทรงบรีฟและรองเท้าบู๊ตสไตล์เวสเทิร์น ก่อนเพิ่มเลเยอร์ด้วยเสื้อโค้ตที่ช่วยขยายซิลูเอตให้ดรามาติกเมื่ออยู่บนเวที ความพิเศษอยู่ที่การนำชิ้น Archive ซึ่งเดิมสะท้อนความเซ็กซี่แบบอเมริกันและความขบถตามแบบฉบับ Dsquared2 มาจัดวางใหม่ให้เข้ากับบุคลิกของ Jennie ผลลัพธ์คือลุคที่ดูดิบ สนุก และเซ็กซี่ตามคาแรกเตอร์ของเธอมากๆ

ROSKILDE FESTIVAL DENMARK
จากความดิบของร็อกสตาร์ Jennie เปลี่ยนอารมณ์สู่ความเย้ายวนแบบดาร์กโรแมนติกบนเวที Roskilde Festival ประเทศเดนมาร์ก ด้วยลุค Custom จาก Lou de Bètoly แบรนด์เบอร์ลินที่ขึ้นชื่อเรื่องการรื้อสร้างเสื้อผ้า งานแฮนด์คราฟต์ และการใช้วัสดุอย่างลูกไม้ในมุมมองที่ไม่สมบูรณ์แบบ ชุดลูกไม้สีดำเผยให้เห็นเรือนร่างผ่านความโปร่งบาง พร้อมรายละเอียดที่ดูคล้ายถูกตัด ต่อ และประกอบขึ้นใหม่ด้วยมือ ซิลูเอตแนบลำตัวช่วยสร้างความเซ็กซี่ ความพิเศษของงาน Custom จึงอยู่ที่การเปลี่ยนภาพจำของลูกไม้จากวัสดุที่อ่อนหวานหรือเป็นทางการ ให้กลายเป็นภาพลักษณ์ของความขบถ ความดิบ และความมั่นใจ เมื่ออยู่บน Jennie ลุคนี้จึงให้ความรู้สึกราวกับชุดชั้นใน และงานทดลองเชิงศิลปะถูกหลอมรวมอยู่ในชุดเดียว

SUMMER SONIC TOKYO
ความสัมพันธ์ระหว่าง Jennie และ Calvin Klein ถูกนำมาตีความใหม่สำหรับเวที Summer Sonic Tokyo ผ่านชุด Custom ที่ย้อนกลับไปสำรวจความมินิมัลของแบรนด์ในยุค ’90s ลุคแรกอ้างอิงภาพของ Kate Moss บนรันเวย์ Spring/Summer 1993 ด้วยเสื้อกั๊กเดนิมโอเวอร์ไซซ์ กางเกงยีนส์เอวต่ำทรงหลวมที่ตั้งใจสวมกลับด้าน และหมวกเบเรต์ Calvin Klein ขณะที่อีกลุคโดดเด่นด้วยเดรสเกาะอกซึ่งสร้างขึ้นจากขอบเอวกางเกงยีนส์ Calvin Klein แบบ Upcycled นำมาเรียงต่อกันจนเกิดพื้นผิวและโครงสร้างใหม่ การ Custom ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการจำลองภาพไอคอนิกของ Kate Moss แต่เป็นการส่งต่อจิตวิญญาณที่เรียบง่าย เป็นอิสระ และต่อต้านความสมบูรณ์แบบจากนางแบบแห่งยุค ’90s มาสู่ป๊อปไอคอนแห่งยุคปัจจุบัน

LOLLAPALOOZA CHICAGO
เวที Lollapalooza Chicago เผยให้เห็น Jennie ในโหมดดาร์กโรแมนติกผ่านเสื้อผ้าสไตล์โกธิก ซึ่ง Ann Demeulemeester ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษจำนวนสองลุค จุดเริ่มต้นคือแจ็กเก็ต Military Marsina ตัวสั้นจากผ้าแคนวาสสีงาช้างที่ผ่านการทรีตพื้นผิว ก่อนค่อยๆ เปิดเผยเลเยอร์ผ้าโปร่ง หนังสีดำ และสัดส่วนที่แตกต่างออกไปเมื่อเธอถอดเสื้อผ้าแต่ละชั้นระหว่างการแสดง อีกลุคใช้เสื้อกั๊กขนนกสีงาช้างร่วมกับชายผ้าโปร่งลากยาว เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวและความเบาที่ตัดกับกางเกงหนังสีดำทรงหลวม เสื้อผ้าจึงไม่ได้หยุดนิ่งอยู่ในรูปทรงเดียว แต่ถูกออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับลำดับของโชว์ ความพิเศษของงาน Custom นี้อยู่ที่การดึงเอาเอกลักษณ์ของ Ann Demeulemeester ทั้งความแข็งกร้าวแบบยูนิฟอร์ม และความเปราะบางของผ้าโปร่งให้กลายเป็นเสื้อผ้าบนเวทีที่ทั้งสวยงามและทำงานได้จริง

COMPLEXCON HONGKONG
Jennie เปิดฉาก ComplexCon Hong Kong ด้วยลุค Custom จาก Miss Sixty แบรนด์อิตาเลียนซึ่งเคยเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของแฟชั่น Y2K ชุดประกอบด้วยครอปท็อปเว้าลึกตกแต่งเชือกร้อยแบบคอร์เซ็ต กางเกง Hot Pants หนังเงา และเสื้อโค้ตผ้ากำมะหยี่แต่งขนเฟอร์สีแดงที่เพิ่มทั้งวอลลุ่มและสีสันให้โดดเด่นจากระยะไกล รายละเอียดกระดุม เชือกร้อย และสัดส่วนเอวต่ำล้วนเชื่อมโยงกับภาษาการออกแบบของ Miss Sixty ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้น 2000 แต่ถูกปรับโครงสร้างให้ยืดหยุ่นและพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวบนเวที สีแดงถูกใช้เป็นจุดนำสายตาท่ามกลางเบสสีดำ ช่วยเสริมคาแรกเตอร์ที่ร้อนแรงและมั่นใจของ Jennie ลุคนี้จึงไม่ใช่แค่การหวนคืนของ Y2K หากยังแสดงให้เห็นว่า Archive Code ของแบรนด์สามารถถูกสร้างใหม่ให้มีชีวิตในวัฒนธรรมป๊อปร่วมสมัยได้อีกครั้ง

GOVERNORS BALL NEW YORK
ปิดท้ายด้วยการแสดงครั้งแรกของ Jennie บนเวทีเฟสติวัลในนิวยอร์กมาพร้อมโจทย์ที่ชัดเจนว่า เสื้อผ้าจะต้องสะท้อนตัวตนของเมืองแห่งนี้ เธอจึงร่วมงานกับ AWGE แบรนด์ของ A$AP Rocky เพื่อสร้างลุค Custom ที่หยิบสตรีตสไตล์แบบชาวนิวยอร์กมายกระดับให้เหมาะกับเวที ลุคประกอบด้วยบราท็อปลายดาวและแถบสี เสื้อแจ็กเก็ตบอมเบอร์ตัวสั้น และกระโปรงมินิแบบไฮบริดซึ่งประกอบจากเดนิม Distressed ครึ่งหนึ่งและผ้าแฟลนเนลลายตารางอีกครึ่งหนึ่ง เสริมด้วยหมวก New York รองเท้าทรง Boxer และรายละเอียดคริสตัลที่จับแสงระหว่างการแสดง ความพิเศษคือเสื้อผ้าทุกชิ้นยังดูเหมือนสิ่งที่สามารถพบเห็นได้จริงบนท้องถนน เพียงแต่ถูกปรับสัดส่วน พื้นผิว และความแวววาวให้มีพลังมากพอสำหรับเวทีใหญ่ นี่จึงเป็นลุคที่จับทั้งพลังของ Jennie และจังหวะของนิวยอร์กไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ



