สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า อิสราเอลได้โจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ของอิหร่านเมื่อวานนี้ (18 มีนาคม) เป็นเหตุให้อิหร่านตอบโต้กลับด้วยการโจมตีคลังน้ำมันและโครงสร้างทางพลังงานสำคัญของบรรดาประเทศเพื่อนบ้านภายในภูมิภาค โดยเฉพาะกาตาร์ ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
South Pars คืออะไร สำคัญมากขนาดไหน?
South Pars เป็นแหล่งที่มีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย โดยเป็นพื้นที่ที่อิหร่านและกาตาร์เป็นเจ้าของและใช้ประโยชน์ร่วมกัน
โดยพื้นที่บริเวณนี้เป็นแหล่งผลิตพลังงานภายในประเทศที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออิหร่านที่มักประสบปัญหาในการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ
ด้วยความที่เป็นแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ ทันทีที่มีข่าวการโจมตี ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความกังวลว่า อุปทานพลังงานโลกจะหยุดชะงัก
การมีผลประโยชน์ร่วมกันในแหล่งก๊าซนี้ ทำให้ South Pars ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวเชื่อมความสัมพันธ์และลดความตึงเครียดทางการทูต’ ระหว่างกาตาร์และอิหร่าน รวมไปถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคมาโดยตลอด
ทำไมการโจมตี South Pars จึงถือเป็นการ ‘ยกระดับสงคราม’ ครั้งนี้
การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดสงครามที่มีการพุ่งเป้าโจมตี โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตพลังงานของอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลพยายามหลีกเลี่ยงการโจมตีภาคการผลิตน้ำมันและก๊าซของอิหร่านมาตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านใช้เป็นข้ออ้างในการโจมตีเพื่อนบ้าน
หลังจากการโจมตี กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศทันทีว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์ ถือเป็น ‘เป้าหมายโดยตรงและชอบธรรม’ ที่จะถูกโจมตีโต้กลับ การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการเหวี่ยงลูกตุ้มความขัดแย้งไปสู่ ‘สงครามเศรษฐกิจและพลังงานแบบเต็มรูปแบบ’
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า หากเกิดความเสียหายต่อตัวโครงสร้างการผลิตอย่างรุนแรง จะส่งผลกระทบร้ายแรงยาวนานหลายปี และไม่สามารถฟื้นฟูได้ทันที เมื่อสงครามจบลง ซึ่งแตกต่างจากการที่แค่การขนส่งหยุดชะงักชั่วคราว
ปฏิกิริยาตอบโต้จากประเทศต่างๆ
รัฐบาลกาตาร์มีคำสั่งให้ผู้ช่วยทูตด้านความมั่นคงและทหารของอิหร่านเดินทางออกนอกประเทศทันที หลังจากขีปนาวุธของอิหร่านสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโรงก๊าซธรรมชาติหลักในนิคมอุตสาหกรรม Ras Laffan ผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ของโลก
ขณะที่ UAE ได้สั่งปิดสถานีก๊าซ Habshan ในกรุงอาบูดาบี หลังถูกอิหร่านโจมตี ด้านซาอุดีอาระเบียระบุว่าโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งของตนถูกโจมตีเช่นกัน โดยทางการซาอุฯ แถลงอย่างดุดันว่า “ความเชื่อใจเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ในอิหร่านได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว”
ทางด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การโจมตีของอิสราเอลต่อแหล่งก๊าซ South Pars ของอิหร่าน ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เตหะรานเปิดฉากตอบโต้ใส่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้ และประเทศกาตาร์ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น
ทรัมป์ยังได้ส่งสัญญาณเตือนถึงอิหร่าน โดยระบุว่า อิสราเอลจะไม่โจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ที่มีความสำคัญและมีค่ามหาศาลแห่งนี้อีกต่อไป “ยกเว้นแต่ว่าอิหร่านจะตัดสินใจอย่างโง่เขลาด้วยการโจมตีผู้บริสุทธิ์อย่าง กาตาร์ อีกครั้ง”
หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ “ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีความช่วยเหลือหรือความยินยอมจากอิสราเอลก็ตาม จะดำเนินการโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ทั้งหมดด้วยอานุภาพและความรุนแรงที่อิหร่านไม่เคยพบเห็นหรือประสบมาก่อนในชีวิต”
ขณะที่ มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน เตือนถึง ‘ผลลัพธ์ที่ไม่อาจควบคุมได้’ หากสงครามถูกยกระดับมากยิ่งขึ้นไปอีกจากการโจมตีโครงสร้างทางพลังงาน โดยอิหร่านยังได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเทลอาวีฟและบางพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์อีกด้วย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คนจากเหตุโจมตีโต้กลับในครั้งนี้
แฟ้มภาพ: Morteza Nikoubazl / NurPhoto via Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2026/3/19/iran-war-live-qatar-saudi-energy-sites-attacked-riyadh-says-trust-gone
- https://www.theguardian.com/world/2026/mar/18/iran-gulf-energy-facilities-israel-south-pars-gas-field-saudi-arabia-uae-qatar
- https://www.theguardian.com/world/2026/mar/18/middle-east-war-why-attacks-gasfield-south-pars-are-a-major-escalation
- https://understandingwar.org/map/israeli-strikes-on-iranian-facilities-at-south-pars-gas-field-march-18-2026/


