×

กอ.รมน. ชี้แจงแม่ทัพภาคที่ 4 แค่ตั้งข้อสังเกตเผา อบต. เกี่ยวการเมือง แจงปมเฮลิคอปยิงวัยรุ่นไม่ใช่ปืนสงคราม ขอรอนิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์

โดย THE STANDARD TEAM
25.08.2026
  • LOADING...
โฆษกกองทัพบกและโฆษก กอ.รมน. แถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์ชายแดนใต้

วันนี้ (25 สิงหาคม) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ พล.ต. ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกันแถลงชี้แจงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้และกรณีการก่อเหตุเผาที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

 

โฆษก กอ.รมน. ระบุถึงกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์เชื่อมโยงการเผา อบต. กับฝ่ายการเมืองว่า เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตและข้อสันนิษฐานของคนในพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้ฟันธงว่าเกี่ยวข้องจริง ซึ่งในการสืบสวนสอบสวนยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยการแถลงข่าวของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะมีทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมกันชี้แจงเสมอ

 

ด้าน พล.ต. วินธัย กล่าวเสริมถึงรูปแบบการก่อเหตุว่า ปัจจุบันเป็นการกระจายจุดก่อกวน เช่น เผายางรถยนต์ตามท้องถนน ไม่ได้เน้นเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้ประชาชนมาตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะเข้าทางผู้ก่อเหตุ แต่ปัจจุบันประชาชนเข้าใจและมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่มากขึ้น

 

สำหรับงานด้านการข่าว โฆษก กอ.รมน. ยอมรับว่าการข่าวเชิงลึกระดับ A1 ที่รู้ถึงวันและเวลาเกิดเหตุ 100% เป็นเรื่องยาก แม้แต่ชาติมหาอำนาจก็ยังมีปัญหา การทำงานจึงแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การข่าวเชิงรุก (การปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคล) และการข่าวเชิงรับ (การใช้มวลชนช่วยแจ้งข่าว) ซึ่ง กอ.รมน. กำลังเร่งสร้างมวลชนให้เข้มแข็ง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถไปยืนอยู่ได้ทุกจุด

 

ส่วนกรณีไม่มีเจ้าหน้าที่ในจุดเกิดเหตุ โฆษก กอ.รมน. อธิบายว่า พื้นที่เสี่ยงห่างไกลเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองและชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ทำงานร่วมกับมวลชน แต่เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงผลัดเปลี่ยนกำลัง ทำให้ผู้ก่อเหตุอาศัยช่องว่างตรงนี้เข้ามาก่อเหตุ ซึ่ง กอ.รมน. จะนำไปวิเคราะห์และป้องกันต่อไป

 

สำหรับกรณีข้อสงสัยเรื่องเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่วัยรุ่น โฆษก กอ.รมน. ชี้แจงโดยอ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์ว่า บาดแผลเกิดจากกระสุนขนาด 9 มม. หรือ .22 มม. ในมุม 30 องศา ซึ่งไม่ใช่กระสุนจากอาวุธสงคราม และเฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถบินในระดับ 30 องศาเพื่อยิงปืนที่ติดอยู่ได้ อีกทั้งการยิงปืนกลางคืนระหว่างบินลาดตระเวนทำได้ยากยิ่ง จึงอยากขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ และขอให้รอผลนิติวิทยาศาสตร์ กล้องวงจรปิด และผลสอบสวนของตำรวจ

 

“การสืบสวนสอบสวน อาจจะช้าไปบ้าง แต่ไม่ผิดตัวจะดีกว่า เพราะหากไปจับกุมผิดตัวมาจะมีปัญหาต่อเนื่อง แทนที่จะได้มวลชน อาจจะเสียมวลชน ขอให้เชื่อมั่นในระบบนิติวิทยาศาสตร์ของเราว่า จะไม่โกหก และเป็นกลาง” โฆษก กอ.รมน. กล่าว

 

ส่วนประเด็นการกดดันจับกุมบุหรี่เถื่อนและยาเสพติดนั้น โฆษก กอ.รมน. มองว่าอาจเป็นข้อสังเกตเรื่องภัยแทรกซ้อน สำหรับแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ เกิดจากช่วงช่องว่างการปรับเปลี่ยนกำลัง การฝึกวัยรุ่นขึ้นมาใหม่เพื่อยกระดับเป็น RKK และการดิสเครดิตภาครัฐ โดยการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการก่อกวน ไม่ได้หวังผลต่อชีวิตเพราะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งแสดงถึงการลดความรุนแรงลง เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แต่เป็นการสร้างความเดือดร้อนต่อทรัพย์สินและระบบสาธารณูปโภคของประชาชนมากกว่า

 

ด้าน พล.ต. วินธัย กล่าวสรุปว่า ภาพรวมปัญหาชายแดนใต้ไม่ได้มีแค่เรื่องการแบ่งแยกดินแดน แต่มีเรื่องภัยแทรกซ้อน เช่น ธุรกิจผิดกฎหมายและการเมืองเข้ามาเชื่อมโยง ซึ่งการก่อเหตุในครั้งนี้มีลักษณะต่างคนต่างดำเนินการ ซึ่งงานข่าวได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising