กองบรรณาธิการ The Isaan Record นำโดย หทัยรัตน์ พหลทัพ ในฐานะบรรณาธิการบริหาร ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และ สส. พรรคประชาชน เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของนักการเมืองที่คุกคามเสรีภาพสื่อมวลชนและสิทธิของประชาชน หลังถูก สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสูงถึง 50 ล้านบาท
หทัยรัตน์ระบุว่า การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาทเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ถือเป็นการลิดรอนเสรีภาพสื่อและบั่นทอนขวัญกำลังใจของกองบรรณาธิการ ที่อุทิศตัวทำข่าวเชิงสืบสวนตีแผ่ความทุกข์ยากของแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่ามากว่า 3 ปีด้วยความสุจริต
เธอมองว่าการถูกนายสุชาติฟ้องเปรียบเสมือน ‘เหรียญเกียรติยศ’ ที่ช่วยขยายเสียงความเดือดร้อนของแรงงานกว่าแสนคนให้สังคมได้รับรู้ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจจากประชาชนและโซเชียลมีเดีย ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดต่อขอเซ็นสัญญาเพื่อนำเรื่องราวไปผลิตเป็นสารคดีแล้ว
แม้จะมีรายงานว่าสุชาติได้มอบหมายให้ทนายความถอนฟ้องโดยอ้างเหตุผลว่าสื่อทำหน้าที่โดยสุจริต แต่หทัยรัตน์ยืนยันว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับเอกสารยืนยันการถอนฟ้องอย่างเป็นทางการ ดังนั้น The Isaan Record จะยังคงเดินหน้าต่อสู้เพื่อปกป้องเสรีภาพสื่อและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แรงงานต่อไปจนกว่าสถานะคดีจะชัดเจน โดยย้ำว่าการฟ้องร้องสื่อเชิงสืบสวนคือการสร้างบรรทัดฐาน ‘กฎหมายปิดปาก’ (SLAPP) ซึ่งเป็นการข่มขู่คุกคามที่เธอไม่อาจยอมรับได้
ข้อเรียกร้อง 4 ประการที่ The Isaan Record เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนประกอบด้วย
- ขอให้ชี้แจงสถานะคดีอย่างโปร่งใส และประกาศการถอนฟ้องเป็นลายลักษณ์อักษร
- เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐคุ้มครองเสรีภาพสื่อให้สามารถทำงานสืบสวนได้โดยปราศจากการตอบโต้ทางกฎหมายที่มิชอบ
- จี้รัฐบาลให้บังคับใช้กฎหมายสอบสวนขบวนการค้ามนุษย์และละเมิดสิทธิแรงงานอย่างจริงจัง แทนที่จะใช้กฎหมายเบี่ยงเบนความสนใจ พร้อมเรียกร้องให้จัดระบบการส่งแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่าไปต่างประเทศให้มีความเป็นธรรม
- ขอให้สังคมร่วมกันสนับสนุนสื่อมวลชนและสื่อพลเมืองเพื่อปกป้องสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
นอกจากข้อเรียกร้องแล้ว หทัยรัตน์ยังได้ฝากคำถามท้าทายไปยังผู้มีอำนาจ 5 ข้อ ได้แก่ ถามสุชาติถึงเหตุผลที่แท้จริงในการถอนฟ้องว่าเกิดจากความกลัวหรือไม่ ถาม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าจะยังคงแต่งตั้งบุคคลที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวหาเรื่องรับสินบนและมีชื่อพัวพันในศาลฟินแลนด์จากคำให้การของนายหน้าคนไทย เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีหรือไม่ และอายหรือไม่ที่มีรัฐมนตรีเช่นนี้
พร้อมเรียกร้องให้คณะทำงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำงานอย่างตรงไปตรงมาเพื่อตรวจสอบสำนวนคดีจาก DSI ที่ค้างอยู่มานานถึง 2 ปี และส่งกำลังใจถึง DSI ที่รับทำคดีนี้เป็นคดีค้ามนุษย์แล้ว โดยเชื่อมั่นว่าจะทำงานอย่างซื่อตรง
ส่วนประเด็นการฟ้องกลับสุชาตินั้น เธอกำลังหารือกับทีมทนายความถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่แรงงานจะได้รับเป็นหลัก ด้าน เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยว่าจะนำเรื่องนี้ไปเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับการคุกคามสื่อในวงกว้าง โดยวิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรม ‘ไหว้สวยรวยกระเช้า’ และการใช้กฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของนักการเมืองว่าเป็นเรื่องผิดปกติและเข้าข่ายแทรกแซงสื่อ ซึ่งนักการเมืองควรใช้วิธีการสื่อสารรูปแบบอื่นแทน
ขณะที่ สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่าปัญหาแรงงานเก็บเบอร์รี่สืบเนื่องมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของตนเมื่อปี 2568 ซึ่งพบช่องโหว่ให้เกิดการค้ามนุษย์ในฟินแลนด์ เขาตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรีถึงความเหมาะสมในการตั้งรัฐมนตรีที่มีคดีติดตัวอยู่ใน ป.ป.ช. พร้อมชี้ว่านี่คือคดีอื้อฉาวระดับโลกที่ผู้มีอำนาจกดขี่คนไทยด้วยกันเอง หากรัฐบาลรักชาติจริงต้องปกป้องคนไทยและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ โดยยืนยันว่าพรรคจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและใช้ทุกวิถีทางเพื่อนำคนผิดเข้าคุก









