สถานีโทรทัศน์ IRIB ของทางการอิหร่าน รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศว่า “ประเทศอาหรับหรือยุโรปใดก็ตามที่ขับเอกอัครราชทูตอิสราเอลและอเมริกันออกจากดินแดนของตน จะได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างไม่จำกัด ตั้งแต่วันนี้ (10 มีนาคม) เป็นต้นไป
“ประเทศเหล่านั้นจะมี ‘สิทธิและเสรีภาพอย่างเต็มที่’ ในการผ่านเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้ หากพวกเขาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับทั้งอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา”
ท่าทีดังกล่าวของ IRGC มีขึ้นในขณะที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ของอิหร่าน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก กำลังส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก
ด้านพลตรี อาลี โมฮัมหมัด นาอีนี โฆษก IRGC แถลงช่วงเช้าวันนี้ว่า “อิหร่านกำลัง รอคอยกองเรือสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ” โดยเป็นการตอบโต้ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้านี้ ที่ประกาศเกี่ยวกับการส่งกองเรือรบสหรัฐฯ รักษาความปลอดภัยแก่เรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
“กองทัพของสาธารณรัฐอิหร่านกำลังรอคอยกองเรือสหรัฐฯ ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และกำลังรอเรือบรรทุกเครื่องบินเจอรัลด์ ฟอร์ด” นาอีนีกล่าว
นอกจากนี้ ทางด้านพลตรี มาจิด มูซาวี ผู้บัญชาการกองกำลังการบินและอวกาศของ IRGC ยังประกาศผ่าน X วานนี้ ว่า “นับจากนี้ไป อิหร่านจะไม่มีการยิงขีปนาวุธที่มีหัวรบน้ำหนักเบากว่า 1 ตันอีกต่อไป” และชี้ว่า ว่า “ความถี่ของการยิง ความรุนแรง และระยะทำการก็จะเพิ่มขึ้นด้วย”
จับตาอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
สำหรับสถานการณ์สู้รบจนถึงตอนนี้ เริ่มขยายวงไปสู่การโจมตีโครงสร้างพลังงานน้ำมัน โดยหลังจากที่อิสราเอลทำการโจมตีคลังน้ำมันหลายแห่งในอิหร่าน รวมถึงกรุงเตหะราน ล่าสุด มีรายงานจาก Al Jazeera ว่าอิหร่านได้เริ่มทำการโจมตีหลายประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมัน
โดยที่บาห์เรน โรงกลั่นน้ำมัน BAPCO ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ถูกโจมตีด้วยโดรนวานนี้ ส่งผลให้เกิดควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมา
ขณะที่ในซาอุดีอาระเบีย มีรายงานการสกัดกั้นโดรน 9 ลำที่พยายามโจมตีแหล่งน้ำมัน Shaybah ในทะเลทราย Empty Quarter ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ใกล้กับชายแดนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แฟ้มภาพ : REUTERS/Stringer/File Photo
อ้างอิง :


