×

Save Our Girls ปฏิบัติการช่วยเหลือนักเตะหญิงอิหร่าน สำคัญกว่าคำว่าถูกผิดคือชีวิตของพวกเธอ

10.03.2026
  • LOADING...
ภาพนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านที่ได้รับการช่วยเหลือและลี้ภัยในออสเตรเลีย

เสียงกู่ร้องดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่าและแตกร้าว

 

“ช่วยชีวิตเด็กสาวเหล่านี้ด้วย”

 

คนที่กู่ร้องขอเหล่านี้ไม่ได้เป็นใครที่ใกล้ชิด พวกเขาเป็นแค่แฟนฟุตบอลธรรมดาที่เข้ามาติดตามชมและเชียร์ในสนามธรรมดาๆ แต่เมื่อในใจตระหนักว่าเมื่อสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายของเกมการแข่งขันแล้ว โชคชะตาของเหล่าเด็กสาวที่มาพร้อมกับความหวังและความฝันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

 

มันเป็นไปได้ถึงการที่พวกเธออาจจะไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจเมื่อกลับถึงบ้าน

 

เกิดอะไรขึ้นที่ออสเตรเลีย และจะเกิดอะไรขึ้นกับเหล่านักเตะสาวน้อยทีมชาติอิหร่าน?

 

นับจากระเบิดลูกแรกที่ถล่มกรุงเตหะราน ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป

 

อย่างที่ทุกคนรับรู้ว่าขณะนี้เกิดสงครามที่รุนแรงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่กำลังส่งผลกระทบไม่เพียงแค่ในอิหร่านหรือประเทศใกล้เคียงในแถบอาหรับ แต่ผลกระทบกำลังจะทวีความรุนแรงถึงชีวิตของผู้คนทั่วโลก

 

เพียงแต่สงครามครั้งนี้มีความอ่อนไหวและเปราะบาง มีเส้นคั่นตรงกลางระหว่างความรู้สึกที่ทำให้เป็นการยากที่จะบอกว่าสิ่งใดถูกและสิ่งใดผิด

 

โดยเฉพาะกับชาวอิหร่านผู้เป็นเหยื่อของสงครามเต็มรูปแบบ แต่ในความรู้สึกของผู้คนจำนวนไม่น้อยพวกเขาและเธอมองว่าการสิ้นสุดยุคสมัยของอายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศ อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำหรับอนาคตที่ดีกว่า

 

และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดภาพที่น่าสนใจในการแข่งขันฟุตบอลหญิง เอเอฟซี วีเมน เอเชียน คัพ 2026 ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งความจริงก็เป็นเพียงแค่รายการแข่งขันฟุตบอลธรรมดารายการหนึ่งของแม่สาวยอดนักเตะแห่งเอเชียทั้งหลาย

 

แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภายในประเทศทำให้ภายในอิหร่านจับตามองการแสดงออกของพวกเธอมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญของการแสดงความภาคภูมิใจในชาติของตัวเองอย่างการร้องเพลงชาติก่อนเกม

 

ปรากฏว่ามีภาพของนักเตะทีมชาติอิหร่านที่ปฏิเสธจะร้องเพลงชาติของพวกเธอในเกมเปิดสนามที่พบกับออสเตรเลียในวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการแสดงออกเพื่อประท้วงรัฐบาลที่ตลอดมากดขี่สิทธิสตรีในประเทศอย่างร้ายกาจมายาวนาน

 

อย่างไรก็ดีมันย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย การที่พวกเธอปฏิเสธที่จะร้องเพลงชาติทำให้ถูกสื่อฝ่ายรัฐบาลในประเทศประณามอย่างรุนแรง

 

ภาพนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านที่ได้รับการช่วยเหลือและลี้ภัยในออสเตรเลีย 1

 

“นี่คือพวกคนทรยศชาติแม้ในยามสงคราม”

 

ข้อกล่าวหานี้ร้ายแรงและรุนแรงอย่างมาก ไม่ต่างอะไรจากห่ากระสุนและมิสไซล์ที่ถล่มเตหะรานอย่างไม่ลืมหูลืมตา

 

และมันอาจมีส่วนในการที่ทำให้พวกเธอกลับมาร้องเพลงชาติในการลงสนามอีก 2 นัดต่อมา แต่ก็ถูกจับตามองว่าสีหน้าและอาการอาจจะดูไม่ได้เต็มใจเท่าไรนัก

 

เป็นไปได้ที่อาจจะถูกกดดันหรือกระทั่งข่มขู่เพื่อให้แสดงออกในสิ่งที่ไม่ต้องการทำ

 

เรื่องที่น่ากลัวที่สุดจึงไม่ได้อยู่ที่ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ในสนามอีกต่อไป

 

เพราะหลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย สิ่งที่อาจรอพวกเธออยู่คือ “ความตาย”

 

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้หลังจบเกมการแข่งขันจะมีกลุ่มแฟนฟุตบอลที่ออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือให้แก่เด็กสาวเหล่านี้ ซึ่งจับภาพได้ขณะอยู่บนรถบัสที่เดินทางกลับที่พักว่าบางคนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือด้วยสีหน้าที่สิ้นหวัง

 

แฟนบอลบางคนถึงขั้นยอมเอาตัวขวางรถเพื่อไม่ให้ไปเลยทีเดียว

 

ก่อนที่เสียงเพรียกจะดังขึ้นอีกจากหลายมุมของโลก แม้กระทั่ง เจ.เค. โรวลิง ผู้ประพันธ์วรรณกรรมเยาวชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Harry Potter เองก็ออกมาร่วมเรียกร้องขอให้ช่วยปกป้องเด็กสาวเหล่านี้ ให้ความปลอดภัยที่พวกเธอต้องการอย่างที่สุด

 

ประเด็นนี้ยิ่งถูกจับตามองมากขึ้นภายหลังจากจบเกมที่อิหร่านพ่ายแพ้ต่อฟิลิปปินส์และหมายถึงการที่พวกเธอได้เวลาต้องกลับบ้าน

 

แม้จะเป็นผู้กดปุ่มเริ่มสงครามแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยังมีความกังวลมากพอที่จะส่งสัญญาณถึงรัฐบาลออสเตรเลียว่าการบังคับให้นักเตะอิหร่านชุดนี้เดินทางกลับบ้าน อาจจะหมายถึงการส่งพวกเธอไปตาย

 

“มันจะเป็นความผิดพลาดทางมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง” ทรัมป์กล่าว ก่อนจะบอกต่อว่า “ถ้าพวกคุณไม่ช่วย พวกเราอาจจะช่วยเอง”

 

ประเด็นละเอียดอ่อนคือหากต้องการที่จะลี้ภัย ผู้นั้นต้องแสดงความประสงค์ด้วยตัวเอง และตามกฎหมายของออสเตรเลียนั้นอาจจะต้องถูกคุมตัวหรือถูกสั่งให้อาศัยในเกาะที่ห่างไกล

 

ที่สำคัญคือมันอาจจะหมายถึงการที่พวกเธอจะไม่มีวันได้กลับบ้านอีกแล้ว

 

ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย

 

ภาพนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านที่ได้รับการช่วยเหลือและลี้ภัยในออสเตรเลีย 2

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานนัก ทรัมป์ได้เปิดเผยความคืบหน้าในการหารือกับแอนโธนี แอลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือแก่เหล่านักเตะทีมชาติอิหร่าน โดยทางรัฐบาลออสเตรเลียยืนยันว่าพร้อมที่จะขยายความช่วยเหลือที่จำเป็นให้ รวมถึงการให้สิทธิ์ผู้ลี้ภัยแก่นักฟุตบอลเหล่านี้ด้วยหากต้องการ

 

“ความช่วยเหลืออยู่ตรงนี้”

 

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่สำคัญและมีความหมาย ที่สำคัญที่สุดคือรวดเร็ว

 

ไม่กี่ชั่วโมงหลังการหารือกันของสองฝ่าย ความช่วยเหลือได้เดินทางถึงที่พักของนักเตะอิหร่านในเมืองบริสเบนทันทีโดยมีนักฟุตบอล 5 รายที่ร้อขอสถานะผู้ลี้ภัย หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับทางด้านเจ้าหน้าที่ ก่อนที่ทั้ง 5 คนจะถูกพาตัวจากแคมป์ของทีมไปยังที่ปลอดภัย

 

“พวกเธอจะปลอดภัยที่นี่ และอยากให้พวกเธอรู้สึกว่าเหมือนอยู่ที่บ้านที่นี่”

 

เรซา ปาห์ลาวี บุตรชายแห่งชาห์คนสุดท้ายของอิหราน ซึ่งลี้ภัยทางการเมืองเช่นกัน เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือให้แก่เด็กสาวเหล่านี้เปิดเผยว่าตอนนี้ทัง 5 ซึ่งประกอบไปด้วย ฟาตีมาห์ พาซานดีเดห์, ซาห์รา กันบารี,​ ซาห์รา ซาร์บาลี, อาเตฟาห์ รามาซันซาเดห์ และโมนา ฮามูดี ได้เข้าร่วมกับองค์กร Lion and Sun Revolution ด้วย

 

แล้วคนที่เหลือ?

 

ทางการออสเตรเลียยืนยันว่าความช่วยเหลือในแบบเดียวกันยังรออยู่เสมอ และพร้อมที่จะยื่นมือเข้ามาทันที ซึ่งทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่า “คนที่เหลือกำลังจะตามไป”

 

แต่ล่าสุดตามรายงานจากสื่อต่างประเทศในขณะที่จิ้มแป้นคีย์บอร์ดอยู่นี้ – แม้จะมีความพยายามขัดขวางมากสักแค่ไหน – รถบัสของนักเตะทีมอิหร่านได้ออกจากโรงแรมที่พักเดินทางมาถึงสนามบินโกลด์โคสต์แล้ว

 

รถถูกนำมาจอดไว้ด้านหลังของอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ไกลจากสายตาของผู้คน ถึงอย่างนั้นก็มีสื่อที่สังเกตเห็นว่ามีผู้เล่นที่เดินลงจากรถเข้าไปยังภายในอาคารผู้โดยสาร โดยในอาคารนั้นมีสื่อและผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ล้อมอาคารไว้

 

ถ้าเปรียบเป็นเกมฟุตบอล นี่คือช่วงทดเวลาบาดเจ็บแล้ว

 

ประตูในช่วงเวลานี้อาจหมายถึงประตูที่นำชัยชนะและเกียรติยศความยิ่งใหญ่มาสู่ทีมและทุกคนได้

 

แต่สำหรับพวกเธอเหล่านี้ มันคือนาทีของชีวิต

 

ไม่มีใครบอกได้ว่าพวกเธอเหล่านี้คิดอะไร ต้องการอะไร อยากได้ความช่วยเหลือไหม หรืออยากจะกลับบ้าน

 

ไม่มีใครพูดได้เต็มปากว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกหรือผิด

 

แต่บางครั้งและบางครั้ง สิ่งสำคัญที่สุดบนโลกใบนี้อาจไม่มีอะไรมากกว่าการรักษาชีวิตเอาไว้ และหวังว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ พวกเธอจะปลอดภัยไม่เป็นอันตราย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising