×

ILO เผยอัตราว่างงานเยาวชนเพิ่มแตะ 12.4% ในปี 2025 มีวัยรุ่นทั่วโลก 1 ใน 5 ‘ไร้เรียน-ไร้งาน-ไร้การอบรม’ ห่วงเสียโอกาสพัฒนาทักษะอนาคต

19.02.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบกราฟแสดงอัตราว่างงานเยาวชนทั่วโลก และเยาวชนที่ไร้งาน-ไร้เรียน-ไร้การอบรม (NEET)

ILO เผยอัตราว่างงานเยาวชนทั่วโลกเพิ่มแตะ 12.4% นับเป็นอัตราสูงกว่าอัตราว่างงานทั่วโลกเฉลี่ยที่ 4.9% กว่า 2 เท่าตัว นอกจากนี้ ยังมีเยาวชน 20% หรือกว่า 257 ล้านคนทั่วโลกตกอยู่ในสถานะ ‘ไร้งาน-ไร้เรียน-ไร้การอบรม’ (NEET) สะท้อนเยาวชน 1 ใน 5 ของโลกกำลังสูญเสียโอกาสพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต โดยหลักฐานเบื้องต้นยังชี้ว่า การมาถึงของ AI ทำให้ ‘บัณฑิตจบใหม่’ เสี่ยงถูกแย่งงานมากกว่าแรงงานทักษะต่ำ

 

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เปิดเผยรายงาน ‘แนวโน้มการจ้างงานและสังคม’ (Employment and Social Trends) ประจำปี 2026 โดยระบุว่า อัตราการว่างงานของเยาวชนทั่วโลก (Youth Unemployment Rate) ที่มีอายุระหว่าง 15 ถึง 24 ปี ขยับขึ้นเล็กน้อยแตะ 12.4% ในปี 2025 จาก 12.3% ในปี 2024 สะท้อนว่า แรงงานหนุ่มสาวยังคงเผชิญความยากลำบากในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำ

 

ขณะที่สัดส่วนของเยาวชนที่มีสถานะไม่อยู่ในระบบการจ้างงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม (Not in Employment, Education or Training: NEET) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 20.0% จาก 19.9% ของจำนวนประชากรเยาวชนทั้งหมดในช่วงอายุเดียวกัน โดยตัวเลขดังกล่าวหมายความว่ามีเยาวชนว่างงานจำนวน 67.3 ล้านคน และมีเยาวชนรวมทั้งสิ้น 257 ล้านคนที่สูญเสียโอกาสในการตักตวงความรู้และประสบการณ์อันมีค่าเพื่ออนาคตในตลาดแรงงาน

 

แนวโน้มดังกล่าวกลับมาแย่ลง เนื่องจาก สัดส่วนเยาวชนกลุ่ม NEET เคยลดลงจนถึงจุดต่ำสุดที่ 19.7% ในปี 2023 ก่อนจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเล็กน้อยไปจนถึงปี 2027 ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

 

“ภาวะนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากเยาวชน 257 ล้านคนที่มีสถานะ NEET พลาดโอกาสในการได้รับการศึกษา ทักษะ และประสบการณ์ที่มีคุณค่าเพื่อปรับปรุงโอกาสในตลาดแรงงานในอนาคต สถานการณ์นี้เป็นปัญหาอย่างยิ่งในประเทศรายได้ต่ำ ซึ่งอัตรา NEET สูงกว่าในประเทศรายได้สูงถึง 17 Percentage Point” ILO ระบุ

 

ทั้งนี้ อัตรา NEET ต่ำสุดในกลุ่มประเทศรายได้สูง และสูงในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ โดยอยู่ที่ 10.9% และ 27.9% ตามลำดับในปี 2025

 

อัตราการว่างงานของเยาวชน (Youth Unemployment Rate) คือสัดส่วนของบุคคลในช่วงอายุ 15–24 ปีที่ไม่มีงานทำ แต่พร้อมที่จะทำงานและกำลังหางานทำ เมื่อเทียบกับกำลังแรงงานรวมในกลุ่มอายุดังกล่าว

 

ภัยเงียบ AI เตือน ‘บัณฑิตจบใหม่’ เสี่ยงถูกแย่งงานมากกว่าแรงงานทักษะต่ำ

 

แม้การศึกษาระดับสูงอาจจะให้โอกาสการได้งานที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้นำไปสู่อัตราการว่างงานของเยาวชนที่ต่ำลงเสมอไป โดยคนหนุ่มสาวที่มีปริญญาขั้นสูงในประเทศรายได้สูงมีอัตราการว่างงานต่ำกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่มีการศึกษาน้อยกว่า

 

อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้ไม่เป็นจริงในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง แม้ว่าเยาวชนหญิงโดยเฉลี่ยจะมีอัตราการว่างงานต่ำกว่าเยาวชนหนุ่ม แต่อัตราการว่างงานของเยาวชนหญิงกลับสูงกว่าในกลุ่มประเทศ

 

มีความกังวลเกิดขึ้นเร็วๆ นี้เกี่ยวกับผลกระทบของการนำ AI มาใช้ต่อตลาดแรงงานเยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังหางานแรก (first jobber) ในอาชีพทักษะสูง

 

โดยหลักฐานเบื้องต้นในประเทศรายได้สูงชี้ว่า เยาวชนที่มีการศึกษาสูงที่เข้าสู่ตลาดแรงงานอาจเผชิญความยากลำบากมากขึ้นเนื่องจากการใช้ AI แสดงให้เห็นว่าบุคคลที่อายุน้อย (อายุ 15 ถึง 24 ปี) ที่มีการศึกษาระดับสูงเผชิญความเสี่ยงจากการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติมากกว่าคู่เทียบที่มีการศึกษาน้อยกว่า

 

“อย่างไรก็ตาม แม้ผลกระทบเต็มรูปแบบของ AI ต่อการจ้างงานเยาวชนยังไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด” ILO ระบุ

 

อัตราว่างงานทั่วโลกทรงตัว แม้การจ้างงานอ่อนแอ เหตุประชากรโลกลดต่อเนื่อง

 

ในรายงาน ILO ยังคาดการณ์ว่า อัตราการว่างงานทั่วโลกจะอยู่ที่ 4.9% ในปี 2026 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2025 และ 2024 หมายความว่า จำนวนคนตกงานทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบแตะ 186 ล้านคนในปี 2026 โดย ILO ยังคาดว่า อัตราว่างงานทั่วโลกจะยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงนี้ไปจนถึงปี 2027

 

โดยในปี 2026 ภาวะเงินเฟ้อที่ลดลง นโยบายการคลังและการเงินที่เอื้ออำนวย และการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คาดว่าช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจและการจ้างงาน

 

อย่างไรก็ตาม คงมีความเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า และความปั่นป่วนที่ขับเคลื่อนโดย AI โดยหากความเสี่ยงเหล่านี้เกิดขึ้นจริง อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตของการจ้างงาน รวมไปถึงมิติต่างๆ ของคุณภาพงาน เช่น แรงงานนอกระบบ ความยากจนของคนทำงาน และค่าจ้างที่แท้จริง

 

นอกจากนี้ ในรายงานยังระบุว่า การเติบโตของกำลังแรงงานที่ช้าลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร ช่วยทำให้อัตราการว่างงานทรงตัวแม้การเติบโตของการจ้างงานจะอ่อนแอ

 

โดยอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานโลกคาดว่า จะลดลงประมาณ 0.2% ในแต่ละปี จนถึงระดับ 60.5% ในปี 2027 โดยแนวโน้มขาลงเชิงโครงสร้างนี้ ส่วนหนึ่งขับเคลื่อนโดยจำนวนผู้เกษียณอายุที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

 

การเติบโตของค่าจ้างที่แท้จริง (Real Wage) ที่หักลบกับเงินเฟ้อแล้ว ของแรงงานทั่วโลกยังคงไม่เพียงพอที่จะชดเชยการสูญเสียรายได้ที่แท้จริงที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงในปี 2022 ถึง 2024 ได้

 

‘แรงงานนอกระบบ’ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดถึง 2.1 พันล้านคนภายในปี 2026

 

อัตราการเป็นแรงงานนอกระบบ (Rate of Informality) ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 0.3% ระหว่างปี 2015 ถึง 2025 หลังจากที่เคยลดลงในทศวรรษก่อนหน้า ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้มักขาดความคุ้มครองทางสังคม สิทธิต่างๆ ความปลอดภัยในการทำงาน และความมั่นคงในงาน

 

โดยการเพิ่มของแรงงานนอกระบบ ส่วนใหญ่มาจากในประเทศที่มีอัตราแรงงานนอกระบบสูง โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชียใต้ สะท้อนว่า ความพยายามในการลดความเป็นนอกระบบในเศรษฐกิจเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดย ILO ยังคาดว่า ภายในปี 2026 จะมีแรงงานนอกระบบถึง 2.1 พันล้านคนทั่วโลก

 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ทำงานของตนเองหรือผู้ทำธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็กที่รับความเสี่ยงเอง และได้รับรายได้จากผลผลิตหรือบริการของตน (own-account work) ซึ่งในประเทศรายได้ต่ำและปานกลางมักได้รับค่าตอบแทนต่ำและทำไปเพราะความจำเป็น ได้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ระหว่างปี 2015 ถึง 2025

 

ภาพ: WorldStockStudio / Shutterstock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising