×

ตำรวจ ปอศ. บุกจับเครือข่ายรับแลกเงินหยวนออนไลน์เถื่อน รวบ 7 ผู้ต้องหา พบเงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้านบาท สกัดเส้นทางฟอกเงินมิจฉาชีพ

โดย THE STANDARD TEAM
20.03.2026
  • LOADING...
ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแลกเงินหยวนออนไลน์เถื่อน พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือและสมุดบัญชีธนาคาร

วันนี้ (20 มีนาคม) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แถลงผลการเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายลักลอบประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (เงินหยวน) ผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย พร้อมยึดของกลางหลายรายการ พบยอดเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 30 ล้านบาท

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักและสถานที่ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับร้านรับแลกเงินหยวนออนไลน์เป้าหมาย รวม 7 จุด แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 5 จุด, จังหวัดนนทบุรี 1 จุด และจังหวัดฉะเชิงเทรา 1 จุด

 

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้รวมทั้งสิ้น 7 ราย ประกอบด้วย ติณณภพ อายุ 25 ปี, ณัฐพันธุ์ อายุ 36 ปี, รสสุคนธ์ อายุ 31 ปี, ปาริชาติ อายุ 28 ปี, ปณิธาน อายุ 24 ปี, พรวิภา อายุ 28 ปี และอัจฉรา อายุ 37 ปี พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานและพยานวัตถุที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง, แท็บเล็ตและไอแพด 2 เครื่อง รวมถึงสมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485

 

สืบเนื่องจากพัฒนาการของเทคโนโลยีทางการเงินที่ไร้พรมแดน ทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศมีความสะดวกรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นช่องทางที่กลุ่มมิจฉาชีพมักนำมาใช้ยักย้ายถ่ายโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ทาง กก.5 บก.ปอศ. จึงได้เฝ้าระวังและตรวจสอบจนพบว่า มีกลุ่มบุคคลประกาศโฆษณารับแลกเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์, กลุ่ม Facebook, เพจ Facebook และ Facebook ส่วนตัว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

ผู้ให้บริการกลุ่มนี้จะเปิดรับเติมเงินหยวนผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Alipay และ WeChat รวมถึงรับซื้อ-ขายเงินสกุลหยวนกับเงินบาทไทย โดยใช้วิธีจูงใจลูกค้าด้วยการเสนออัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกกว่าสถาบันการเงินทั่วไป แต่จะบวกกำไรจากค่าบริการและส่วนต่างประมาณ 0.10 – 0.25 บาท ต่อ 1 หยวน เมื่อตกลงกันได้ ลูกค้าจะต้องโอนเงินบาทเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา จากนั้นผู้ต้องหาจะเติมเงินหยวนกลับเข้าบัญชี Alipay ของลูกค้า

 

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจรับแลกเงิน และตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีรวมกันกว่า 30 ล้านบาท จึงนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายค้นและจับกุมในที่สุด

 

ผู้ต้องหาสารภาพสิ้นไส้ อาศัยคอนเนกชันชาวจีนเปิดบัญชี

 

ในชั้นพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การสอดคล้องกันว่า ได้เปิดให้บริการแลกเงินหยวนผ่านช่องทางออนไลน์จริง โดยอาศัยความรู้จักกับชาวจีนในการเปิดบัญชี Alipay เพื่อใช้โอนเงินหยวนให้กับลูกค้าแลกกับการบวกส่วนต่างเป็นกำไร และยอมรับว่าทราบดีว่าการดำเนินธุรกิจดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ฝากความห่วงใยและเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชนว่า การประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนหรือโอนเงินระหว่างประเทศ เป็นธุรกิจควบคุมที่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

นอกจากนี้ ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมักใช้บริการรับแลกเงินเถื่อนเหล่านี้เป็นช่องทางหมุนเวียนเงินที่ได้จากการหลอกลวงหรือธุรกิจผิดกฎหมายเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ ประชาชนจึงควรเลือกใช้บริการจากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อหรือเข้าไปมีส่วนพัวพันกับเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising