วันนี้ (4 มกราคม) โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2569 ซึ่งมีระยะเวลาเพียง 3 วัน โดยชี้ว่ามีความเสี่ยงสำคัญอย่างน้อย 2 ประเด็น ทั้งความสับสนของประชาชนและความพร้อมของระบบลงทะเบียนออนไลน์
1. ความเข้าใจผิดของประชาชนเกี่ยวกับระบบการลงทะเบียน เนื่องจากการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและนอกราชอาณาจักร เปิดตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ขณะที่การลงทะเบียนออกเสียงประชามติกลับเปิดเฉพาะช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2569 ซึ่งไม่ได้เริ่มพร้อมกัน อาจทำให้ประชาชนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วเข้าใจว่าได้ลงทะเบียนประชามติไปพร้อมกัน ส่งผลให้ไม่กลับมาลงทะเบียนซ้ำ และเกิดผู้ตกหล่นเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ช่วงวันที่ 3-5 มกราคม ยังเป็นช่วงรอยต่อหลังวันหยุดยาวปีใหม่ ประชาชนจำนวนมากเพิ่งเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวหรือเริ่มทำงานวันแรกของปี ประกอบกับระยะเวลาการลงทะเบียนที่สั้นมาก ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการพลาดการใช้สิทธิ
2. ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพของระบบลงทะเบียนออนไลน์ โดยไอลอว์ยกบทเรียนการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งระบบลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าของ กกต. ล่มในวันสุดท้ายของการลงทะเบียนช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถลงทะเบียนได้ทัน คาดว่ามีผู้เสียสิทธินับแสนคน
เมื่อเทียบกับสถิติปี 2566 ที่มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักรรวมกว่า 2.46 ล้านคน หากประชาชนกลุ่มนี้ต้องมาลงทะเบียนออกเสียงประชามติภายในเวลาเพียง 3 วัน ระบบจะต้องรองรับผู้ใช้งานเฉลี่ยวันละประมาณ 600,000-800,000 คน ซึ่งยังไม่รวมการเข้าใช้งานซ้ำของผู้ใช้รายเดิม ไอลอว์เห็นว่า มีความเสี่ยงสูงที่ระบบจะล่มซ้ำอีกครั้ง
พร้อมกันนี้ ไอลอว์เสนอให้ กกต. เตรียม แผนสำรองเพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน หากเกิดปัญหาระบบล่มหรือมีผู้ตกหล่นจำนวนมาก โดยสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายออกประกาศขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าออกไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักรถูกขยายออกไปโดยอัตโนมัติ
เหตุผลสำคัญคือ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติพร้อมการเลือกตั้งฯ หมวด 5 ข้อ 105 กำหนดให้การลงทะเบียนประชามตินอกเขตต้องมีห้วงระยะเวลาเดียวกันกับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ดังนั้น การขยายเวลาเลือกตั้งล่วงหน้าจึงเป็นการปลดล็อกเวลาลงทะเบียนประชามติไปพร้อมกันในคราวเดียว
ไอลอว์ย้ำว่า การขยายเวลาดังกล่าวสามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่กระทบต่อกระบวนการเลือกตั้ง เนื่องจากยังอยู่ภายใต้กรอบที่กำหนดให้วันสุดท้ายของการลงทะเบียนต้องดำเนินการก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 รวมถึงสอดคล้องกับระเบียบการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรที่เปิดช่องให้ขยายเวลาได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ไอลอว์ยังเสนอในระยะยาวให้ กกต. และผู้เกี่ยวข้อง ทบทวนและปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งพร้อมประชามติ ให้มีหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกัน และควรแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดให้มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้านอกเขตเช่นเดียวกับการเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกและคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างแท้จริง


