คุณคิดว่ามันเป็นไปได้ไหม… ที่คนเราจะวิ่งระยะทาง 100 กิโลเมตร ติดต่อกันทุกวัน เป็นเวลา 100 วัน?
ถ้าลองคำนวณตัวเลขเล่นๆ 100 กิโลเมตร คือระยะทางที่มากกว่าการวิ่งมาราธอนปกติถึงเกือบ 2.5 เท่า และถ้าต้องทำแบบนั้นทุกวันโดยไม่มีวันหยุดพัก รวมระยะทางทั้งหมดคือ 10,000 กิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับการวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปถึงลอนดอน ด้วยสองเท้าของมนุษย์เพียงคนเดียว
หลายคนคงส่ายหน้าและบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะมันเกินขีดจำกัดที่ร่างกายมนุษย์จะรับไหว… แต่ไม่นานมานี้ โลกเพิ่งได้จารึกชื่อของ หวง เจิ้งหลง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘หลง เส้า’ เขาคือชายผู้พิสูจน์ให้เห็นว่าขีดจำกัดมีไว้เพื่อให้ก้าวข้ามจริงๆ
เรื่องราวของ หวง เจิ้งหลง เริ่มต้นขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อธุรกิจของเขาต้องปิดตัวลง แทนที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขากลับเลือกใช้ช่วงเวลานั้นอุทิศตนให้กับการวิ่งอย่างจริงจัง เขาเคยสร้างชื่อจากการวิ่งติดต่อกัน 365 วันทั่วประเทศจีนมาแล้ว
แต่ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นจะยังไม่พอสำหรับเขา..
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หวงตัดสินใจท้าทายตัวเองด้วยเป้าหมายที่บ้าบิ่นยิ่งกว่าเดิมด้วยการประกาศวิ่งวันละ 100 กิโลเมตร ติดต่อกันเป็นเวลา 100 วัน
ในขณะที่พนักงานออฟฟิศเริ่มออกไปทำงาน นักเรียนกำลังเดินทางไปโรงเรียน ทุกๆ 7 โมงเช้า หวง เจิ้งหลง จะปรากฏตัวที่ริมแม่น้ำเต๋อเซิ่ง ในเมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง เพื่อเริ่มทำภารกิจ ‘วิ่งวันละ 100 กิโลเมตร’ ให้เสร็จก่อนมื้อค่ำ
ในช่วงแรก..เกิดเสียงวิจารณ์และคำสบประมาทพุ่งเข้าหาเขาอย่างหนัก หลายคนมองว่านี่ไม่ต่างกับการทรมานตัวเอง หรือการเอาชีวิตไปทิ้งแบบทางอ้อม แต่ด้วยการ Livestream ภารกิจของเขาทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ภาพของชายคนหนึ่งที่วิ่งซ้ำๆ รอบเดิมๆ ริมแม่น้ำเต๋อเซิ่ง จากเสียงปรามาทเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงเชียร์ จากความกังขาเริ่มเปลี่ยนเป็นแรงศรัทธาต่อความตั้งใจของเจ้าตัว
ยิ่งนานวัน จังหวะการ Livestream ที่เป็นบ้าเป็นหลังของเขา เริ่มทำให้นึกถึงฉากหนึ่งในภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Forrest Gump ที่ซีนหนึ่งตัวเอกวิ่งไปเรื่อยๆ จนมีคนเริ่มวิ่งตามและให้กำลังใจ… เพียงแต่สำหรับ หวง เจิ้งหลง การออกวิ่งครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนกว่า นั่นคือการพิสูจน์ขีดจำกัดของตัวเอง
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในตลอด 100 วัน (ตั้งแต่ 6 ธันวาคม ถึง 15 มีนาคม) คือ หวง เจิ้งหลง “ไม่เคยวิ่งคนเดียวเลยแม้แต่วันเดียว” ข่าวคราวของเขาแพร่สะพัดไปทั่วประเทศ
นักวิ่งจากทั่วสารทิศต่างบินมาที่ฝอซานเพียงเพื่อขอวิ่งเคียงข้างเขา ส่งกำลังใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ จนในที่สุดเขาก็ทะยานเข้าเส้นชัย หลังวิ่ง 100 กม. ติดต่อกัน 100 วัน ได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี พร้อมกับการรับรองจาก Guinness World Records อย่างเป็นทางการ
“ผมดีใจที่ได้เปลี่ยนความเชื่อด้วยการลงมือทำ” หวง เจิ้งหลง กล่าวกับ GWR หลังจบภารกิจ
“หลายคนบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันเกินขีดจำกัดทางกายภาพของมนุษย์ไปไกลแล้ว แต่ผมดีใจที่ผมผลักดันตัวเองจนทะลุขีดจำกัดนั้น และเปลี่ยนความเชื่อของคนเหล่านั้นด้วยการกระทำ ผมหวังว่าการเดินทางของผมจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาตกหลุมรักการวิ่ง และได้รับประโยชน์จากมันเหมือนที่ผมได้รับ”
ท้ายที่สุด เรื่องราวของ หวง เจิ้งหลง อาจไม่ได้หมายความว่าเราทุกคนต้องออกไปวิ่งวันละ 100 กิโลเมตรให้ได้แบบเขา แต่สิ่งที่เราทุกคนจับต้องได้มากกว่าสถิติโลก คือ ‘วินัย’ ที่พาเขาออกวิ่งในทุกเช้า และ ‘ความมุ่งมั่น’ ที่ไม่เคยสั่นคลอนต่อเป้าหมายของตัวเอง
เพราะสิ่งเหล่านี้ต่างหาก คือเชื้อไฟที่ทำให้ผู้คนลุกขึ้นมาขยับร่างกาย หรือเริ่มต้นทำในสิ่งที่เคยมองว่าเป็นไปไม่ได้ และอย่างที่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่ว่าความฝันจะไกลแค่ไหน สิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นความจริงได้ คือการหยุดลังเล แล้วลงมือทำ



ภาพ: Guinness World Records


