×

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ดาบสองคมธุรกิจเดินเรือ น้ำมันแพงกำลังกดดันต้นทุน

12.03.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกเรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านพลังงานและธุรกิจเดินเรือ

ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับ อิหร่าน ที่สถานการณ์ยังตึงเครียด นำมาสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือหลักสำหรับการขนส่งน้ำมันของโลก ราว 20-30%

 

สถานการณ์ที่เกิดส่งผลให้ธุรกิจเดินเรือท่ัวโลกได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งความเสี่ยงต่อพนักงานเดินเรือที่ต้องแล่นผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

 

ล่าสุด เกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกองสัญชาติไทยชื่อ มยุรีนารี (Mayuree Naree) ถูกโจมตีขณะกำลังเดินเรือผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าว มีขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน และเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL

 

นอกจาก PSL แล้ว ไทยยังมีธุรกิจเดินเรืออีกหลายแห่งที่อาจได้รับผลกระทบทางทางตรงและทางอ้อม

 

ในด้านบวก ธุรกิจเดินเรืออาจมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าระวางเรือในการขนส่งสินค้ามากขึ้น รวมทั้งค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม อย่างกรณีของ Maersk บริษัทเดินเรือระโลก ได้ประกาศจัดเก็บค่าธรรมเนียม Emergency Freight Increase ทันทีสำหรับเส้นทางที่ไปกลับจากตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนผ่านราคาหุ้นที่ตอบรับในเชิงบวกในช่วง 1-2 วันแรก หลังสงครามปะทุ

 

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีโอกาสที่ค่าระวางเรืออิงจาก Shanghai Containerized Freight Index (SCFI) จะพุ่งไปถึง 1,600 – 1,900 จุด

 

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นในกลุ่มเดินเรือปรับตัวลงในทิศทางคล้ายกันในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะพุ่งขึ้นในช่วงแรกหลังสงครามปะทุ จากความกังวลต่อราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นกว่า 50% เป็นความเสี่ยงหลักต่อต้นทุนพลังงานของแต่ละบริษัท

 

Maersk ได้ออกมาเตือนว่า สงครามอาจดันต้นทุนการดำเนินงานให้สูงขึ้น 15-20% ซึ่งอาจกินกำไรที่เพิ่มมาได้ในระยะยาว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

 

ภาพกราฟิกเรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านพลังงานและธุรกิจเดินเรือ 1

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories