×

‘ฮอร์มุซ’ กลายเป็นจุดเดือด ดันราคาน้ำมันพุ่งจนเขย่าสมมติฐานดอกเบี้ย Fed จับตา ‘ทองคำ’ จะยังเป็นผู้ชนะในวิกฤตครั้งนี้หรือไม่

12.03.2026
  • LOADING...
ภาพช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ท่ามกลางวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาทองคำ

ท่ามกลางกองไฟสงครามในตะวันออกกลางที่ลุกลามจนถึง ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ เส้นเลือดใหญ่ทางพลังงานของโลก ตลาดการเงินกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อราคาน้ำมันดิบกระโดดขึ้นรับความเสี่ยง บีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องทิ้งตำราเดิมและทบทวนเส้นทางดอกเบี้ยใหม่อีกครั้ง

 

โดยควาามเคลื่อนไหวราคาทองคำไทยล่าสุด วันนี้ (12 มี.ค.) ณ เวลา 11.00 น. ทองคำแท่งรับซื้อที่ 77,650 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 77,850 บาทต่อบาททองคำ ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อที่ 76,103.20 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 78,650 บาทต่อบาททองคำ

 

วิกฤตฮอร์มุซ ‘ช็อกอุปทาน’ ที่สะเทือนถึงเงินเฟ้อโลก

 

ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์สถานการณ์นี้ว่าเป็นปรากฏการณ์ ‘Supply Shock’ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซคือจุดยุทธศาสตร์ที่รองรับการขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 20% ของอุปทานน้ำมันโลก รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มหาศาล

 

ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ทะยานขึ้นกว่า 14-15% ในเวลาเพียงไม่กี่วัน และหากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นทุกๆ 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ ขยับขึ้นประมาณ 0.2-0.3% ทันที ซึ่งอาจทำให้ความหวังที่จะเห็นเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% กลายเป็นเรื่องที่ต้องรอคอยยาวนานกว่าที่คิด

 

สมการดอกเบี้ยเปลี่ยน เมื่อ Fed อาจต้อง ‘คง’ นานกว่าคาด

 

สถานการณ์ราคาพลังงานที่พุ่งสูงกำลังสร้างแรงกดดันระลอกสอง (Second-round effects) ต่อความคาดหวังเงินเฟ้อของภาคครัวเรือนและธุรกิจ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ Fed หลายรายเริ่มส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้น โดยตลาดประเมินว่า Fed มีแนวโน้มจะต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง (Higher for Longer) ที่ประมาณ 3.50% – 3.75% ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

 

แม้อดีต Fed มักมองข้ามแรงกระแทกด้านอุปทานชั่วคราว แต่หากความร้อนแรงของราคาน้ำมันลุกลามเข้าสู่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) Fed อาจเผชิญข้อจำกัดในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในวงกว้าง

 

ทองคำในสมรภูมิความเสี่ยง : โอกาสท่ามกลางค่าเสียโอกาส

 

ในระยะสั้น ‘ทองคำ’ ยังทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ยอดเยี่ยมท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ชนิดนี้กำลังเผชิญกับแรงต้านจากสองทาง:

 

  • แรงหนุน: ความเสี่ยงสงครามและความกังวลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
  • แรงกดดัน: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งกลายเป็น ‘ค่าเสียโอกาส’ ของการถือทองคำ

 

กลยุทธ์ลงทุน: เป้าหมาย 5,585 ดอลลาร์บนความผันผวน

 

ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่าเป้าหมายราคาทองคำโลกมีโอกาสแตะระดับ 5,585 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 81,350 บาทต่อบาททองคำ) หากสถานการณ์ลุกลามจนสร้างความสั่นคลอนต่อระบบการเงินโลก

 

สำหรับนักลงทุนไทย ต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่อง ‘ค่าเงินบาท’ ที่จะผันผวนตามราคาน้ำมันและทิศทางดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำในประเทศ ในโลกที่ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น ทองคำยังคงเป็นดัชนีชี้วัดความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจได้ดีที่สุด และอาจกลับมาเป็นผู้ชนะตัวจริงหากวิกฤตครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

 

ภาพ: QQMinh88 / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories