หลังจากที่ตลาดชาพร้อมดื่มติดลบมาปีละ 10-12% ช่วง 3 ปีมานี้ เพราะเทรนด์สุขภาพ ผู้บริโภคหันไปดื่มเครื่องดื่มอย่างอื่นที่ให้ความสดชื่นเหมือนกัน และราคาที่ปรับขึ้นจากภาษีความหวาน แต่ครึ่งปีแรก 2562 ตลาดที่ติดตัวแดงกลับพลิกมาเป็นตัวเขียวอีกครั้ง THE STANDAND จึงชำแหละตลาดชาพร้อมดื่มว่าเหตุใดจึงกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในรอบ 3 ปี
ประเด็นน่ารู้
- ตลาดชาพร้อมดื่มเคยมีมูลค่าสูงสุดช่วงปี 2558 ด้วยมูลค่า 17,000 ล้านบาท หลังจากนั้นก็ทยอยติดลบเรื่อยมาปีละ 10-12% ช่วง 3 ปีนี้
- สาเหตุของการติดลบมีทั้งผู้บริโภคห่วงเรื่องสุขภาพจึงหันไปดื่มอย่างอื่น เช่น น้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้แทน รวมไปถึงภาษีความหวานที่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้น
- ปี 2561 ตลาดชาพร้อมดื่มมีมูลค่า 11,892 ล้านบาท ลดลง 10.11% คาดปี 2562 ภาพรวมตลาดเติบโต 7%
- สาเหตุที่ครึ่งปีแรกชาพร้อมดื่มเติบโต 5.5% เพราะผู้บริโภคตั้งหลักได้แล้วกับราคาที่เพิ่ม 4-5 บาทต่อขวดจึงกลับมากินอีกครั้ง และกลุ่มชาพรีเมียมซึ่งกำลังโตวันโตคืนจากพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ช่วง 3 ปีมานี้จึงโตต่อเนื่อง 30%
- เซกเมนต์ชาผสมวุ้นมะพร้าวติดลบ 22.6% เป็นเพราะอิชิตันรีแบรนด์ใหม่ ช่วงไตรมาสแรกจึงต้องระบายสินค้าค้างสต๊อกออกไปก่อน ส่วนโออิชิให้เริ่มนำรสส้มยูซุออกจากชั้นวาง ส่วนองุ่นเคียวโฮยังมียอดขายที่เติบโต
- เซกเมนต์พรีเมียมกำลังเป็นที่หมายมั่นปั้นมือของสองยักษ์ ทั้งอิชิตันที่ส่งชาชิซึโอกะเข้ามาทำตลาดได้ 1 ปีกว่าๆ จนวันนี้สามารถยึดเบอร์หนึ่ง ส่วนโออิชิส่งโออิชิ โกลด์ เข้ามาเมื่อปลายปีก่อน โดยช่วงแรกดึง เป๊ก ผลิตโชค มาเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อสร้างการรับรู้
ภาพประกอบ: กริน ลีราภิรมย์
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์