จากงาน Meet the Press ‘1 เดือนวิกฤตโลก: แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’ นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมทีมเศรษฐกิจ ร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ หลังผ่าน 1 เดือนของสงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพทั่วโลก พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตอบทุกคำถามตามข้อเท็จจริง ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
ประเด็นสำคัญ
- คำถาม: น้ำมันในประเทศมีเพียงพอหรือไม่?
- คำถาม: รัฐบาลปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันแล้วหรือยัง?
- คำถาม: ทำไมต้องลดการอุดหนุนของกองทุนน้ำมัน?
- คำถาม: แก้ปัญหากักตุนน้ำมันอย่างไร?
- คำถาม: ราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะต้องขึ้นไปอีกแค่ไหน?
- คำถาม: ราคาสินค้าแพงขึ้นแล้วหรือยัง?
- คำถาม: รัฐบาลมีแนวทางบรรเทาผลกระทบช่วงสงกรานต์อย่างไร?
THE STANDARD WEALTH รวบรวมคำถามและคำตอบที่สำคัญ เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนในหลากหลายด้าน เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันในประเทศไทย
คำถาม: น้ำมันในประเทศมีเพียงพอหรือไม่?
คำตอบ: อนุทินยืนยันว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าสถานีบริการในบางพื้นที่ สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว โดยภาครัฐได้ขยายคอขวดระบบโลจิสติกส์ เพิ่มรอบรถขนส่ง และอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบ พร้อมบังคับใช้กฎหมายปราบปรามผู้กักตุนอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการปกติที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในช่วงที่ผ่านมาเกิดภาวะตื่นตระหนก (Panic Buy) ทำให้ความต้องการพุ่งสูงถึง 85 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลจึงได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้บริหารจัดการอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบนเส้นทางสายหลักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าจะมีน้ำมันเพียงพอสำหรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างแน่นอน

ด้าน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม เพื่อทดแทนแหล่งตะวันออกกลาง มีการกำหนดวันที่เรือบรรทุกน้ำมันจะเดินทางถึงไทยชัดเจนแล้วถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเดือนเมษายนเข้ามาเต็มสิ่งที่ต้องใช้ 24 ล้านบาร์เรล ส่วนเดือนพฤษภาคมก็มีการยืนยันมาอย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ จึงขอให้ความมั่นใจว่าอย่างไรน้ำมันมีเพียงพออย่างแน่นอน

คำถาม: รัฐบาลปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันแล้วหรือยัง?
คำตอบ: นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า การหยุดตรึงราคาน้ำมัน ไม่เท่ากับการลอยตัวราคาน้ำมัน แต่เป็นการปรับลดอัตราการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลง จากที่เคยอุดหนุนลิตรละ 24 บาท ปัจจุบันลดลงมาเหลือ 16 บาท เพื่อให้ราคาหน้าปั๊มสะท้อนกลไกตลาดโลกและใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น
ซึ่งมาตรการนี้ช่วยแก้ปัญหาได้ 2 ส่วนสำคัญ คือ ป้องกันการนำน้ำมันอุดหนุนของไทยไปลักลอบขายให้ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทำกำไร และป้องกันกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่กว้านซื้อน้ำมันหน้าปั๊มไปขายต่อให้ภาคอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเข้ามาทำงานร่วมกับกองทุนน้ำมัน โดย ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปรับลดหรือเพิ่มอัตราชดเชยของกองทุนน้ำมัน หรือการปรับอัตราภาษีสรรพสามิต จะมีผลต่อราคาน้ำมันค้าปลีกเหมือนกัน ส่วนจะปรับเพิ่มหรือลดในแต่ละส่วนเท่าใด ขึ้นอยู่กับว่าราคาเหมาะสมที่เป็นราคาสุดท้ายที่ไปถึงมือผู้บริโภคควรจะอยู่เท่าใด ซึ่งต้องประเมินอยู่ตลอด เพราะราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงทุกวัน

คำถาม: ทำไมต้องลดการอุดหนุนของกองทุนน้ำมัน?
คำตอบ: เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลปล่อยให้กองทุนน้ำมันขาดทุนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อดูแลผลกระทบต่อประชาชน จึงได้อุดหนุนอย่างเต็มที่ในช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม หากไม่ลดการอุดหนุนลง กองทุนน้ำมันจะขาดทุนโดยไม่จำกัด สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ อาจทำให้เกิดวิกฤตอีกลูกหนึ่งคือ วิกฤตเศรษฐกิจ
“ไทยจะถูกกระทบอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่วิกฤตพลังงาน แต่อาจจะเกิดวิกฤตเหมือนปี 2540 ที่เราแทรกแซงเงินบาทไม่ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ทำให้สูญเสียทุนสำรองทั้งหมด เราปล่อยให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นไม่ได้ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต เราจึงเร่ิมลดการอุดหนุน ต่างกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่ปล่อยให้ลอยตัวแล้ว” เอกนิติกล่าว

คำถาม: แก้ปัญหากักตุนน้ำมันอย่างไร?
คำตอบ: รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า มีการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจโดยร่วมมือกับหน่วยงานหลายภาคส่วน สำหรับคลังน้ำมันของผู้ค้า มีการเข้าไปตรวจครบทุกคลังน้ำมัน 53 แห่ง และถังเก็บสำรองน้ำมันกว่า 589 ถัง และไล่ตรวจตามสถานีบริการน้ำมันที่มี อยู่ประมาณ 2-3 พันสถานีบริการ
อรรถพลยืนยันว่า หากเป็นการกักตุนน้ำมัน ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ซึ่งยอมรับว่า ตรวจจับเจอบ้าง อย่างในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง หรือการเข้าไปเจอ แหล่งกักเก็บที่ไม่ได้รับอนุญาตนับหมื่นลิตร ซึ่งได้มีการจับกุมดำเนินคดี
ส่วนสภาพการของสถานีบริการน้ำมันปัจจุบันดีขึ้น หลังจากสถานีบริการน้ำมันต้องปิดลง 2,082 แห่ง ในช่วงน้ำมันวิกฤต แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 300 กว่าแห่ง ที่ยังขาดน้ำมัน


ส่วนราคาน้ำมันที่ต้องเป็นไปตามกลไกตลาดโลก เพราะเป็นระบบที่ต้องดำเนินการเป็นทั่วไป ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าเหตุใดน้ำมันดิบเป็นสต๊อกเก่า แต่กลับใช้อัตราที่คิดใหม่ เป็นระบบที่ต้องขึ้นลงตามราคาตลาด เช่นเดียวกับราคาในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไม่ได้คิดตามราคาน้ำมันสต๊อก ณ ขณะนำเข้า เช่นเดียวกับราคาทองคำ ที่คำนวณราคาตลาดโลกแบบรายวัน
พร้อมอธิบายว่าหากบอกว่าน้ำมันดิบเป็นสต๊อกเก่า เมื่อวันที่สงครามสงบแล้วลดราคา ตัวน้ำมันดิบที่ซื้อวันนี้ แต่ต้องใช้ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ก็ต้องเป็นราคาสูงใช่หรือไม่ ซึ่งหากวันนั้นราคาน้ำมันสำเร็จรูปมีการปรับลดลงก็ต้องขายตามราคา ณ ปัจจุบัน ก่อนย้ำว่าเป็นการคำนวณแบบสากลที่หลายประเทศทำกัน

คำถาม: ราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะต้องขึ้นไปอีกแค่ไหน?
คำตอบ: ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ในความเป็นจริงแล้วราคาค้าปลีกน้ำมันในไทย ณ ปัจจุบัน ต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น แต่รัฐบาลพยายามลดผลกระทบให้มากที่สุด
การที่ลดการอุดหนุนน้ำมัน เพราะต้องการรักษาพื้นที่การคลังไว้สำหรับช่วยเหลือประชาชนในระยะข้างหน้า เพราะเราไม่รู้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด
ส่วนราคาน้ำมันจะปรับขึ้นไปอย่างไร ขึ้นอยู่กับกลไกราคาตามตลาดโลก ในส่วนนี้ต้องพิจารณาข้อมูลหลายด้าน แต่ต้องยอมรับว่าไม่สามารถฝืนกลไกตลาดได้
อย่างไรก็ตาม ดนุชายืนยันว่า ราคาน้ำมันในไทยไม่จำเป็นจะต้องวิ่งตามประเทศเพื่อนบ้าน การที่น้ำมันในมาเลเซียขึ้นไปเกือบ 50 บาทต่อลิตร หรือสิงคโปร์ขึ้นไป 100 บาทต่อลิตร ไม่ได้หมายความว่าราคาน้ำมันในไทยจะต้องขยับตาม
ทั้งนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่าจะลดการอุดหนุนลงเท่าไร หรือขยับราคาขึ้นมากน้อยแค่ไหน ส่วนหนึ่งขึ้นกับราคาตลาดโลก และอีกส่วนหนึ่งคือการป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุน ที่อาจเกิดขึ้นจากการประกาศว่าราคาน้ำมันกำลังจะเพิ่มขึ้นเท่าใด
คำถาม: ราคาสินค้าแพงขึ้นแล้วหรือยัง?
คำตอบ: ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สินค้าหลายตัวได้รับผลต่อเนื่องจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้เพิ่มรายการสินค้าที่ควบคุม โดยปรับเพิ่มจาก 59 รายการ เป็น 66 รายการ โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนนำวัตถุดิบจำเป็นสำหรับร้านอาหาร เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาลทราย เข้าไปยังร้านอาหารปรุงสำเร็จในตลาดสดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะนำร่องโครงการนี้ผ่านตลาดสด 24 แห่ง แต่ก็ยอมรับว่าการกำหนดราคาสินค้าอย่าง ‘ข้าวแกง’ เป็นการกำหนดของแต่ละร้านค้า สิ่งที่ช่วยเต็มที่คือช่วยจัดหาวัตถุดิบให้มีต้นทุนที่พอเหมาะ เพื่อช่วยให้ราคาอาหารไม่สูงจนเกินไป
คำถาม: รัฐบาลมีแนวทางบรรเทาผลกระทบช่วงสงกรานต์อย่างไร?
คำตอบ: นายกรัฐมนตรียังได้เชิญชวนประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยระบุว่า หากแต่ละครอบครัวสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้เพียงวันละ 1 ลิตร จะช่วยประเทศประหยัดน้ำมันได้ถึง 40 ล้านลิตรต่อวัน และช่วยรัฐประหยัดงบอุดหนุนได้ถึง 400 ล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินมหาศาลส่วนนี้ รัฐบาลเตรียมนำไปอัดฉีดผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ทันที
นอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนบรรเทาปัญหาและเตรียมพร้อมน้ำมันสำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันแต่ละสถานีบริการได้ผ่านเว็บแอปพลิเคชัน Fuel-Now (https://fuel-now.doeb.go.th/) ขณะเดียวกันได้กระจายน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าส่ง (Jobber) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อจัดสรรให้กลุ่มผู้ใช้น้ำมัน และช่วยลดความแออัดในสถานีบริการ สำหรับมาตรการรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์
นอกจากนี้ ให้ผู้ค้าน้ำมันเตรียมสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นและจัดเตรียมรถน้ำมันเพื่อเตรียมพร้อม ณ สถานีบริการที่คาดว่าจะมีการจำหน่ายสูง สำหรับรถบัสได้กำหนดจุดให้บริการน้ำมันร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม พร้อมประสานผู้ค้าให้มีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเข้ามาเพิ่มเติม โดยมีนโยบายในการลดการเก็บสำรองกรณีนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเหลือเพียง 1% จากที่กำหนด 7%

